สงวน พงษ์มณี หารือปัญหาความขัดแย้งของกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี พร้อมตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของรัฐและกระบวนการตัดสินของศาลปกครอง พร้อมเสนอให้มีการทบทวนและแก้ไขกฎหมายอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน เขต ๑ ผมตามเรื่องนี้มานานมาก แล้วก็เพิ่งมาเข้าใจ อย่างถ่องแท้เมื่อทางคณะกรรมาธิการได้ให้ท่านอาจารย์พีระพันธุ์มาพูดโดยละเอียด ผมเองไม่คิดอยากจะพูดอะไรในเรื่องนี้เพราะว่ารู้สึกตัวเองมีความรู้น้อย แต่ว่ามีหลายเรื่อง ที่ผมอยากจะพูดต่อสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะสังคายนา เรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ที่มันย้อนแย้งกันตลอดเวลา ถ้าวันนี้มีผู้กล่าวว่าคําพิพากษา ของศาลปกครองชั้นต้นก็ผิด ศาลปกครองสูงสุดก็ยังใช้ไม่ได้ต้องโต้แย้งโดยระบบอื่น เนื่องจากว่า มันผิดมาแต่ต้น จากข้อมูลตรงนี้นับจากวันนี้ไป นานไป ๑ วัน คือ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ที่รัฐต้องเสียให้เขา ตัวนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องมีการเจรจากันหรือไม่สําหรับคนที่รับผิดชอบ เรื่องต่อไปครับ ทุกอย่างดูเหมือนว่าผ่าน ครม.ตลอดตั้งแต่ต้น แต่มาวันนี้เราบอกว่ามันไม่ใช่ ข้อตกลงนี้ผิดจากที่ ครม. ก็แสดงว่าองคาพยพของรัฐไทยก็ทําผิดร่วมกันมาแต่ต้น ทําไม ครม. บอกว่าคุณทําไม่ถูก ทําไมไม่โต้แย้งตั้งแต่ตอนแรก ตั้งแต่ทํางานครั้งแรก อนุมัติ เท่านั้นข้อเท่านี้ข้อแต่ไปทําเกิน หรืออยู่ ๆ ก็มีการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้ามาร่วม ทําเปิดเผย ไม่ได้ทําแบบลับ ๆ ล่อ ๆ มีหลักฐานมีอะไร ถ้าสมมุติเรายุติว่าเราไม่ต้องใช้ เพราะเขาผิดกฎหมายมาแต่ต้น ความน่าเชื่อถือของรัฐเราจะอยู่ตรงไหน การลงทุนเดี๋ยวนี้ ลงทุนกันไม่มีขอบเขต ไม่มีเขตของประเทศแล้วครับ ลงทุนกันไปทั่วหมดแล้ว แล้วเขาก็ ระมัดระวังเรื่องข้อกฎหมายเหมือนกันหมด ผมพูดประเด็นนี้ทําไม ผมอยากให้ปัจจุบันนี้ ครม. มติของท่านเป็นสิ่งที่องคาพยพของรัฐต้องปฏิบัติตาม ยิ่งตอนนี้เราเป็นรัฐราชการ ยิ่งต้องปฏิบัติตามหมดเลย บ่อยครั้งมากครับ ต้องขอเอ่ยชื่อ ท่านอาจารย์พีระพันธุ์ครับ ที่ผมเจ็บปวดเพราะเราบริหารประเทศโดยความเห็นทางกฎหมายของฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ไม่ได้เอาสารบัญญัติของกฎหมายมาบริหารประเทศ วันนี้ผมฟังดูแล้วเหมือนกับว่าตอนนั้น ใช้ความเห็นของคนนอก ครม. ไปทํา และ ครม. ก็รู้แต่ไม่ทําอะไรเลย วันนี้พอเราแพ้ เราบอกว่าเราไม่ยอมรับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ ผมได้รับฟังหรือว่าผมฟังผิด เหมือนกับว่าแนวทางปฏิบัติของศาลปกครองสูงสุดที่นับอายุความเป็นแนวทางที่ผ่าน การประชุมใหญ่ของศาลปกครองมา ถ้าตรงนั้นใช้ไม่ได้ผมว่าหนักนะครับ หนักมาก เพราะว่า ศาลฎีกาล่าสุดก็มีแนวทางสําหรับการรับฟ้องหน่วยงาน ๆ หนึ่งขึ้นมาว่าถ้ากระบวนการ สอบสวนไม่ชอบรับฟ้องได้ เป็นแนวทางครับ เหมือนผมกําลังถามตัวเองว่าศาลเคยวางว่า ถ้ายึดอํานาจมาแล้วเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ผมก็ดูว่าทําไมศาลมีแนวทางอย่างนี้ ก็ไปปรากฏว่า คําพิพากษานี้หรือแนวทางนี้เกิดขึ้นในชั้นที่มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญฉบับนั้นบอกว่า อํานาจ อธิปไตยมาจากประชาชนหรือมาจากปวงชน คือเป็นของที่ใครยึดมาได้ มาจากประชาชนได้ คนนั้นก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ พอมาวันนี้ถ้าผมจะโต้แย้งเรื่องนี้ผมก็บอกว่าเดี๋ยวนี้อํานาจอธิปไตย เป็นของประชาชน เพราะฉะนั้นใครยึดอํานาจมาก็ไม่ได้ รถนั้นเป็นรถของผมใครเอาไป ก็ยังเป็นรถของผมอยู่เหมือนเดิมนี่คือแนวทางที่วางไว้โดยศาล ซึ่งต้องมีการประชุมกันแล้ว และมีตัวกําหนดออกมา ในประเด็นนี้ผมคิดว่าเป็นไปได้ไหมครับ เราตรวจสอบกฎหมาย และขอเสนอแก้กฎหมายในสมัยของพวกเรา วันนี้ผมก็ไปร่างเพิ่งเสร็จ ร่างเกี่ยวกับกรณีของ ศาลปกครองเรื่องการให้อํานาจในการให้เบี้ยเลี้ยง ให้ค่าประชุมของศาลปกครองสูงสุดฟังมาศาลปกครองให้แนวทางอะไรหลายอย่าง ผมเห็น อนาคตว่าเขาใช้ระบบไต่สวนในการพิจารณาคดีก็ดีใจอย่างหนึ่งว่าอย่างนี้มันก็ดีขึ้น และผม ก็ยกตัวอย่างให้เห็นว่าศาลปกครองวันนี้ กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดลําปางถูกสั่งให้ออกหมดเลย ตอนนี้คืนสิทธิให้หมดเพราะผมเห็นว่าศาลปกครองก็ให้ความเป็นธรรม กรณีของท้องถิ่น ที่จังหวัดลําปางก็เหมือนกัน ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดผิด ผมพูดเรื่องนี้มันเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านกําลังนําเสนอไหม มันเกี่ยวครับ ผมคิดว่าศาลทุกศาล มีแนวทางของตัวเองอย่างชัดเจน ในเรื่องนี้ถ้าหากว่าเราบอกว่าแนวทางนี้ไม่ถูกเราจะแก้ ทําได้ครับ เพราะเราเป็นผู้บัญญัติกฎหมาย เป็นผู้ตรากฎหมาย แต่ว่าเรื่องที่ผ่านมาเราจะแก้ ย้อนหลังได้หรือ และแก้นี่บอกว่าศาลได้รับฟ้องเพราะไม่ได้เป็นบริษัทมาแต่ต้น เรื่องนี้ใครผิด คนฟ้องก็ต้องผิด ครม. ตอนนั้นก็ต้องผิด ผิดด้วยกันหมด เหมือนการบุกรุกป่า ไปไล่รื้อไล่อะไรเขา เขาไม่ได้เสกมาเหมือนลิเกนี่ พอบุกรุกวันนี้พรุ่งนี้เป็นโครงสร้างเต็มไปหมดเลย ก็มีกระบวนการ ทํามาอย่างเปิดเผยพอวันนี้ว่าทุบ ให้ไปทุบเลย นี่คือวิธีการบังคับใช้กฎหมายของรัฐไทย ที่ถูกต้องอย่างนั้นหรือ ผมพูดทั้งหมดนี่นะครับ ผมศึกษารายละเอียดอย่างมากที่เหมือนกับ ท่านอันวาร์ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน เพราะเราศึกษาเรื่องนี้มาด้วยกันพอสมควร ไม่จําเป็น อีกแล้วเพราะว่าผมดีใจที่ท่านอาจารย์พีระพันธุ์ซึ่งผมเคารพท่านมาก แล้วก็ท่านได้อธิบาย เห็นชัดเจนมาก แต่ที่ผมต้องลุกขึ้นมาพูดและขออนุญาตพูดเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้น ประเด็นแรก ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านประธานชวน และท่านประธานทุกท่าน ที่กรุณาเอาเรื่องของการรับทราบมาเป็นภารกิจของเรา และที่กรุณาผลักดันให้คณะกรรมาธิการ สามัญและวิสามัญนําเรื่องมารายงานต่อสภาซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ผมคิดว่ามากกว่าสภาก่อน ๆ ที่ผมอยู่ ท่านครับ นี่ท่านทําดีอยู่แล้วก็ทําต่อไป แต่ที่ผมจะถามกับท่านว่าและคําตัดสินที่ว่านี้ ณ วันนี้เรามีสิทธิที่จะเสนอบอกว่าเราไม่เห็นด้วย มีกระบวนการต่อสู้และผลของมันเราจะรอ ให้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ต่อวัน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ต่อวัน ปีหนึ่ง ๘๗๐ กว่าล้านบาท ตัวนี้ใครจะต้อง รับผิดชอบดําเนินการ ผมเห็นว่ากระทรวงคมนาคมต้องไปเจรจาต้องไปคุยก่อนเอาอย่างไร จะจบโดยการเจรจาหรือว่าเราจะหาทางไม่ใช้หนี้เขาเลยเพื่อให้เราเป็นที่ยอมรับของ คนทั้งโลกในการลงทุนอย่างนั้นหรือ นี่เป็นคําถามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบ้าน ๆ แบบผมนี่ครับ ไม่มีความรู้อะไรมาก ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ