อันวาร์ สาและ ตั้งข้อสังเกตกรณีคดีโฮปเวลล์ที่รัฐต้องชดใช้ 2.4 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 2.4 ล้านบาทต่อวัน วอนรัฐเร่งยุติการสูญเสียรายได้และรักษาภาพลักษณ์ต่อนักลงทุน พร้อมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าอย่างที่ ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมได้อภิปราย งานนี้คงมีคนชั่วจริง ๆ ครับ เพราะถ้าไม่ชั่วจริงก็คง ไม่ทําให้เกิดค่าเสียหายจํานวนมหาศาลขนาดนี้ครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมแปลกใจ กับประเด็นนี้ก็คือว่ามันเป็นข่าวมานานมาก และเป็นคดีที่เกิดขึ้นมาแล้ว ๓๐ ปี แต่นั่นไม่เป็นไรหรอกครับท่านประธาน ผมไม่คิดว่าจะย้อนหลังตรงนั้น คิดว่าหลังจากนี้ไป เราจะต้องเดินไปอย่างไรที่ประเทศไม่เสียหาย ในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ตอนที่รัฐบาลมีมติพิจารณาในเรื่องของการซื้อเรือดําน้ํา และเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการซื้อเรือดําน้ํา และผมก็ยกเคส (Case) ของเหมืองทองอัครา ซึ่งกําลังสู้ความอยู่ ว่าสิ่งเหล่านี้อันนั้นไม่เป็นไรหรอกครับยังสู้คดีกันอยู่ แต่เรื่องที่จบแล้ว ที่สู้คดีกันจนจบ ที่เห็นไปตามข่าวคือเรื่องของโฮปเวลล์นี่แหละครับ เพราะว่าผลการพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุด คือรัฐต้องจ่ายและถึงที่สุดแล้วเหมือนคําพิพากษาของศาลฎีกา ฝ่ายรัฐจะต้องจ่ายที่เขาเรียกร้องก็คือ ๒.๔ หมื่นล้านบาท นี่เป็นจํานวนเงินที่มาก และคําพิพากษาอันนี้ศาลปกครองสูงสุดก็ได้ชี้ขาดว่าตัวเลขนี้เราก็ต้องจ่ายพูดตรง ๆ ครับ แต่ทีนี้ไม่นับเงินก้อน มีดอกเบี้ยที่เดินอยู่ด้วยครับท่านประธาน ดอกเบี้ยที่เดินที่เกิดขึ้นนี่ เท่าที่ผมอ่านตามที่กระแสข่าวที่รายงานก็คือรู้สึกตัวเลขจะประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท ต่อวัน เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทําก็คือว่า ทําอย่างไรที่จะต้องหยุด จํานวนเงินก้อนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดอกเบี้ยที่เดินอยู่ทุกวัน ผมคิดว่าถ้าหยุดดอกเบี้ยตรงนี้ได้ เพราะว่า อย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้เป็นคําพิพากษาสิ้นสุดของศาลแล้วว่าเราจะต้องชําระ เรามีทางอื่น นอกเหนือจากนี้ได้อีกไหมครับ ผมว่าที่ท่านกรรมาธิการพีระพันธุ์ได้ชี้แจงมา ผมก็ได้ รู้รายละเอียดค่อนข้างจะลึกซึ้งแต่ก็สับสนไปด้วยในตัวครับ ท่านลองคิดดูว่าในกรณีของ ผู้ที่เขาชนะคดีแต่ปรากฏว่าวันนี้สิ่งที่แปลกมากว่าเขาไม่ได้เรียกร้องที่จะรีบบังคับคดี ซึ่งเหตุผลผมก็ไม่ทราบได้ว่าเขาเป็นเพราะอะไร อาจจะประเด็นหนึ่งไม่แน่ใจว่าจะ มีการคุกคามหรือไม่ หรืออาจจะคิดว่าตัวเขาไม่ได้เสียหาย ปล่อยเวลาไปเรื่อย ๆ ตัวเลข ไม่ได้หายครับ ก็นับเป็นดอกเบี้ยเพิ่มไปเรื่อย ๆ จํานวนเพิ่ม วันเพิ่ม ตัวเลขนี้ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หรือจะเป็นประเด็นนี้หรือเปล่าเขาถึงไม่กระตือรือร้นในการที่จะบังคับคดีตรงนี้ ผมคิดว่า เงินก้อนนี้เป็นสิ่งที่สําคัญต่อประเทศเราตอนนี้มาก เพราะในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้สิ่งที่ เราต้องการคือเม็ดเงินที่จะทําให้พี่น้องประชาชนได้อยู่ดีกินดี แล้วก็เกิดความเชื่อมั่น ในการลงทุน แต่เหตุที่เกิดวันนี้ผมตั้งข้อสงสัยอย่างหนึ่งว่าเมื่อมีคําตัดสินอย่างนี้ แล้วปรากฏว่า วันนี้เราไม่ได้มีการรีบชําระและดอกเบี้ยเดินไปเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันคนที่เป็นนักลงทุน ต่างประเทศเขาจะมองอย่างไรในพื้นที่ตรงนี้ เพราะว่าอะไรครับ บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ชนะคดี แต่วันนี้ก็ยังไม่มีผลต่อทางคดีที่เขาจะได้รับชําระตรงนั้น ผมคิดของผมเองว่าถ้าเป็นนักลงทุน ที่ประเทศอื่นเขาคิดว่าถ้าเขาลงทุนแล้วเกิดข้อพิพาทในบ้านเรา ถ้าเคส (Case) ของเขา เกิดในกรณีอย่างนี้ถามว่าจะมีใครกล้ามาลงทุนในประเทศเราครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในกรณีของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สร้างมา แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องรับเรื่องนี้ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีอันนี้ก็จะเป็นผลงานของท่านอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้ หยุดรายจ่ายตรงนี้เลือดไหลเรื่อย ๆ วันละ ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อวัน ไปเรื่อย ๆ ปีหนึ่ง ณ วันนี้จนถึงวันที่เขาพิพากษา เราเสียไปแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ถ้าเราได้หยุด ตรงนี้ ซึ่งท่านจะไปเจรจาอย่างไรสุดแล้วแต่นะครับ ให้เงินก้อนนี้หยุดแล้วก็ไม่ต้องรับภาระ เพิ่มไปจากนี้ ผมก็คิดว่าเป็นทางหนึ่งที่รัฐบาลควรจะทํา แล้วก็เป็นผลงานที่รัฐบาลสามารถ พูดว่าเงินก้อนนี้รัฐบาลได้รักษาผลประโยชน์ของภาษีพี่น้องประชาชนได้ ผมก็แปลกใจว่า ท่านกรรมาธิการพีระพันธุ์ก็ต้องบอกว่าท่านเคยอยู่พรรคเดียวกับผมแล้วก็เป็นคนที่ผมนับถือ แต่ท่านครับวันนี้ผมสับสนมากเรื่องนี้ว่ากรณีท่านพีระพันธุ์ก็เคยเป็นอดีตของศาล และข้อมูล ที่ท่านได้พูดไป ผมเองไม่ได้จบทางกฎหมายหรอก แต่ถ้าสมมติว่าในกรณีของท่านผมดูแล้ว เหมือนกับว่าผมไม่สามารถที่จะว่าคําพิพากษาตกลงเราจะเอากันอย่างไรดีครับ และถ้าท่าน มีความรู้สึกอย่างนี้แล้ว พวกเราทั้งหมดที่เป็น ส.ส. ผมคิดว่าผมมีความรู้น้อยด้อยกว่าท่าน แน่นอนครับ เรื่องเหล่านี้เราจะวางตัวอย่างไร และค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้นทุกวันนี่ ต้องมี คนรับผิดชอบหรือไม่ และใครเป็นผู้รับผิดชอบครับ อันนี้ก็เป็นคําถามที่ผมถามท่านนะครับ และผมคิดว่าขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีรีบเถอะเรื่องนี้ ท่านไม่ได้ทํา แต่ถ้าสมมติว่าท่านยัง ปล่อยปละ อันนี้อาจจะเป็นผลงานชิ้นโบว์ดําของรัฐบาลได้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน