กรวีร์ ปริศนานันทกุล ชี้ถึงความเสียดายที่กรรมาธิการชุดนี้ขาดการมีส่วนร่วมจากสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล แม้ยอมรับข้อจำกัดแต่ยืนยันว่าทำงานอย่างเต็มที่และเป็นกลาง เพื่อรับฟังเสียงนักเรียน นักศึกษา และนำเสนอข้อเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมาต่อรัฐบาล โดยไม่เอียงข้างรัฐบาลแต่สนับสนุนการมีพื้นที่แสดงความคิดเห็นตามกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะ กรรมาธิการ ผมได้ติดตาม แล้วก็ได้นั่งฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากเพื่อนสมาชิก ตั้งแต่เมื่อวานที่เราได้นําเสนอรายงานฉบับนี้ต่อรัฐสภา ต้องยอมรับว่าข้อคิดเห็นหลายเรื่อง ข้อเสนอแนะหลายอย่างนั้นเป็นประโยชน์ และต้องยอมรับจริง ๆ ว่าในขณะที่พวกเรา กรรมาธิการได้พูดคุยกันนั้น ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะหลายเรื่องที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวขึ้นมาพวกเราไม่ได้นึกถึงครับ พวกเราอาจจะเพราะว่าด้วยการมองในมุมมอง ของกรรมาธิการเองที่อาจจะต้องยอมรับว่าอาจจะขาดตกบกพร่องไปในบางส่วน และถ้าหากว่า ได้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ จากเพื่อนสมาชิกที่ได้นําเสนอมาตั้งแต่เมื่อวานจนมาถึงวันนี้ก็คิดว่า น่าจะมีประโยชน์ ดังนั้นผมจึงต้องบอกตรง ๆ นะครับว่าเสียดายครับ เสียดายโอกาสของ การทําหน้าที่ของกรรมาธิการชุดนี้ที่ควรที่จะต้องมีตัวแทนจากเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลมาร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามพวกเราเข้าใจครับ เข้าใจและเคารพในการ ตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกที่จะตัดสินใจด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ที่จะไม่มาร่วมในการทําหน้าที่ กับกรรมาธิการชุดนี้ อย่างไรก็ตามผมเชื่อนะครับ ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้มาร่วม ผมเชื่อ โดยบริสุทธิ์ใจว่าทุกท่านก็รัก ท่านไม่ได้มาร่วมแต่ท่านก็ห่วงนักศึกษา ห่วงนักเรียน ห่วงเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่น้อยไปกว่าพวกเราหรอกครับ ทําไมผมถึงเชื่ออย่างนั้น หลายเวทีที่กรรมาธิการ ท่านประธาน ท่านเลขานุการ แล้วก็กรรมาธิการหลายท่านไปร่วม สังเกตการณ์ ผมก็เจอพวกท่านครับ ผมเจอเพื่อนสมาชิกหลายคนไปร่วมรับฟัง ไปร่วม สังเกตการณ์จากข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของนักศึกษาตามเวทีต่าง ๆ ผมเจอเพื่อนสมาชิก หลายท่านตามไปที่ สน. ผมเห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านทําไปกระทั่งเป็นนายประกันให้กับ ผู้ที่ถูกจับกุม เหล่านี้แหละครับผมจึงรู้ว่าท่านเองก็ห่วงใยกับนักศึกษา แล้วก็มีความคิดเห็น มีความหวังดีที่ไม่ต่างกับคณะกรรมาธิการชุดนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเมื่อวานนี้ผมเอง ได้ฟังเพื่อนสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ท่านปดิพัทธ์ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมาธิการ สามัญ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของ ประชาชน ผมก็อยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนั้นครับ พร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน จากพรรคก้าวไกล ผมต้องขอบคุณ ท่านรู้ว่าข้อจํากัดของคณะกรรมาธิการชุดนี้นั้นเรามีจํากัด ผมอยากจะยกคําของท่านประธานภราดรที่บอกว่าเป็นคณะกรรมาธิการที่อาจจะไม่ค่อย สมประกอบนัก ก็เป็นเรื่องจริง ท่านรู้ว่าต่อให้พวกเราเชิญนิสิต เชิญนักเรียน เชิญนักศึกษา เพื่อที่จะมาให้ข้อเท็จจริงกับคณะกรรมาธิการ นักศึกษาเหล่านั้นเขาอาจจะไม่สะดวกใจ ที่จะมา ท่านจึงใช้เวทีของคณะกรรมาธิการสามัญเชิญนักศึกษา เชิญผู้แทนของนักเรียน เพื่อที่จะมาสะท้อนความคิดเห็น เพื่อที่จะรับฟังปัญหาของเขา รับฟังข้อเรียกร้องของเขา ผ่านเวทีรัฐสภา นั่นคือสิ่งที่ผมขอชื่นชมและขอขอบคุณ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ บนข้อจํากัดของการทําหน้าที่ของกรรมาธิการ บนคณะกรรมาธิการ ชุดที่เราอาจจะเรียกได้ว่าไม่ค่อยสมประกอบนัก พวกเราก็ทําหน้าที่บนข้อจํากัดอย่างเต็มที่ และทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกได้ดูในรายงาน คําครหาต่าง ๆ ในวันที่ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาบอกว่าเตะถ่วงบ้าง พวกเราก็พยายามที่จะเร่งรัด ในการทํางานให้รวดเร็วที่สุดครับ เราได้เวลาจากสภาแห่งนี้ไป ๙๐ วัน เราใช้เวลาเพียงแค่ ๓๐ วัน เพื่อที่จะสรุปและนําเสนอต่อสภาแห่งนี้เพื่อให้ทันสมัยประชุมในรอบนี้ เพื่อให้ทัน ต่อสถานการณ์ เพราะรู้ครับ ถ้าหากว่ารอเนิ่นช้าไปสถานการณ์มันอาจจะเปลี่ยนแปลง และเราอยากที่จะให้สภาแห่งนี้ร่วมกันขบคิดและนําเสนอเรื่องเหล่านี้ไปสู่รัฐบาลและผู้มีส่วน เกี่ยวข้องต่อไป ประเด็นที่เมื่อวานนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็บอกครับว่ากรรมาธิการชุดนี้ เป็นตัวแทนของรัฐบาลหรือไม่ พวกเราฟังแล้วเราก็ไม่สบายใจครับ กรรมาธิการชุดนี้ตั้งโดยสภา และเรายืนหยัดเราทําหน้าที่ว่าเราทําหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย เราไม่ได้ ทําหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลนะครับ และหากว่าท่านดูในรายงานนี้ท่านจะพบว่า ถ้าหากว่า อ่านโดยปราศจากอคติซึ่งกันและกันแล้วเราจะพบว่ารายงานชุดนี้เราเอียงเข้าข้างนักเรียน นักศึกษาเพื่อสนับสนุน เพื่อเปิดพื้นที่ และช่วยเหลือให้เขามีเวทีในการแสดงออกถึง ความคิดเห็นที่แตกต่างตามกฎหมายด้วยซ้ํา นี่คือสิ่งที่พวกเรายืนยันและตอบคําถามกับ เพื่อนสมาชิกได้อย่างเต็มปากว่าพวกเราทุ่มเทแล้วก็ตั้งใจเพื่อให้รายงานฉบับนี้ออกมาได้ ดีที่สุดบนข้อจํากัดต่าง ๆ อย่างที่ผมได้กราบเรียน และท่านสมาชิกหลายท่านก็บอกครับว่า เสียงต่าง ๆ ของเยาวชน ของนักศึกษา ของประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวนั้น รัฐบาล คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ยินจริงหรือไม่ ผมเรียนแบบนี้ครับ ถ้าหากว่าจะย้อนกลับไปได้ เมื่อสักเดือน ๒ เดือนเศษที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา เราคิดไหมครับว่า ณ วันนั้นเมื่อ ๒ เดือนก่อนรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด พวกกระผมด้วยพรรคภูมิใจไทย เราจะยื่นญัตติเพื่อที่จะขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เราจึงมีการพูดถึงการยอมรับว่า เมื่อได้กติกาที่ถูกต้องเป็นประชาธิปไตยแล้วเราจะเดินหน้าไปสู่การยุบสภา เมื่อ ๒ เดือน ที่แล้ว ๓ เดือนที่แล้วมีใครพูดเรื่องนี้ไหมครับ ไม่มีครับ วันนี้จึงเป็นสิ่งที่บอกให้เห็นและตอกย้ํา ให้เห็นครับว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้นเสียงที่ยิ่งใหญ่และเสียงที่ดังที่สุดไม่ใช่เสียงจาก ปลายกระบอกปืนครับ แต่เป็นเสียงของพี่น้องประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว และนี่คือสิ่งที่ ยืนยันได้ว่าเสียงของพวกเขานั้นมันดังมากพอที่จะส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลและผู้ที่มีอํานาจ และท้ายที่สุดครับท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะบอกว่าจริงครับที่หน้าที่และภารกิจของ คณะกรรมาธิการชุดนี้มันอาจจะสิ้นสุดลงจากการที่เรานํามาเสนอต่อสภาแห่งนี้ แต่ผม อยากจะเชิญชวนครับ และบอกเป็นยังเพื่อนสมาชิกทุกคนในฐานะที่อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ รายงานฉบับนี้มีทั้งข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของกรรมาธิการ ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิก อ่านแล้ว ผมนั่งฟังมาแทบจะไม่มีใครที่เห็นต่างและเห็นค้านกับข้อเสนอและข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ ผมอยากที่จะให้เวทีสภาแห่งนี้ช่วยกันผลักดัน ช่วยกันติดตามและ ทําให้ข้อเสนอเหล่านี้นําไปสู่การปฏิบัติจากรัฐบาล จากผู้มีอํานาจรัฐ และสุดท้ายถ้าหากว่า เรื่องนี้จะต้องจบ ผมขอร้องนะครับ อย่าผลักใสไล่ส่งเรื่องที่เป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ให้มันไปจบบนข้างถนนนะครับ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเวลาที่เราผลักข้อขัดแย้ง ต่าง ๆ ให้ไปสู้กันบนท้องถนนนั้นจุดจบที่สุดไม่ได้เป็นชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยเลย ดังนั้นถ้าจะจบผมอยากที่จะให้มันจบ และข้อเสนอแนะทุกอย่างมันมาจบที่สภาของพวกเรา ในที่นี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ