โกวิทย์ พวงงาม เสนอการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนและนักศึกษาทำกิจกรรมทางการเมืองหรือการแสดงออก โดยแนะนำให้มีลานความคิดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนสามารถกำหนดความปลอดภัยของตนเอง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออภิปรายรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ของสภาผู้แทนราษฎร ผมได้อ่านรายงานทั้งหมดแล้วขอชื่นชมว่า มีรายละเอียดที่ให้ข้อมูลที่ดีมากในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการไปสํารวจความคิดเห็นของกลุ่ม หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสถานศึกษา กลุ่มโรงเรียน กลุ่มมหาวิทยาลัย กลุ่มประชาชน และกลุ่มเยาวชน นอกจากนั้นก็มีการรับฟังผ่านออนไลน์ (Online) อันนั้นก็คือความหลากหลายของการรับฟังซึ่งขอชมเชยไว้ด้วย สําหรับข้อมูลวันนี้ผมขออภิปราย ในส่วนที่เห็นว่าเป็นข้อเสนอให้กับท่านกรรมาธิการด้วย ส่วนความเห็นอื่น ๆ ก็เห็นด้วยที่เป็น ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ ผมขอมาลงในหน้า ๕๐ แล้วกัน ในรายงาน หน้า ๕๐ เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ก็คือว่าทางกรรมาธิการได้ไปรับฟังความเห็นที่เป็นความเห็น ของสถานการณ์ทางการเมืองในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และในหน้า ๕๑ ก็เป็นความเห็นที่ผ่านออนไลน์ (Online) สํารวจทัศนคติของ ประชาชน ผมเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ในส่วนที่เป็นความเห็นที่ได้แสดงไว้ในหน้า ๕๐ นั้น เป็นความเห็นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๑๐ ข้อ ตั้งแต่เรื่องของการเรียกร้องรัฐธรรมนูญก็ดี การให้มี ส.ส.ร. ก็ดี รวมทั้งข้อเรียกร้องการยุบสภาก็ดี รวมทั้งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออก ทางการเมืองของนักเรียนในโรงเรียนก็ดี ผมเข้าใจว่ามันมีประเภทอยู่ในแบบสอบถาม ที่ปรากฏอยู่ในภาคผนวก ค ข้อเสนอของผมก็คือว่าส่วนที่ท่านทํานั้นดีแล้วที่แสดงเปอร์เซ็นต์ แสดงจํานวนการแสดงความคิดเห็น แต่ผมอยากจะเห็นว่าเป็นกลุ่ม ๆ ก็ได้ถ้าจะทํา ผมคิดว่า ความเห็นระหว่างนักเรียน กับนิสิต นักศึกษาอาจจะแตกต่างกันบ้าง เพราะว่าเป็นนักเรียน ในโรงเรียน ซึ่งท่านไปเข้าใจว่าจะเป็นนักเรียนที่เป็นโรงเรียนประจําจังหวัด หรือโรงเรียนที่อยู่ ในลักษณะที่เป็นในตัวเมือง ก็ไม่ว่ากัน ส่วนนิสิต นักศึกษาก็จะเป็นนักเรียนที่อยู่ ในมหาวิทยาลัยประเภทต่าง ๆ แล้วก็เยาวชน อันนี้ผมเสียดายนิดหนึ่งว่าถ้าได้แยกแยะ ให้เห็นเป็นกลุ่ม ๆ เช่น เราเห็นในหน้า ๕๑ ว่าทัศนะของประชาชนเป็นอย่างไร ทัศนะของ นักเรียน นักศึกษาแยกกันแล้วจะเป็นอย่างไร รวมทั้งเยาวชน นั่นคือข้อคิดเห็นประการที่ ๑ อยากจะเพิ่มเติมให้กับกรรมาธิการว่าถ้าจะทําได้อย่างนี้ก็อาจจะได้เห็นบรรยากาศ หรือว่า ความเห็นที่มีความแตกต่างอย่างไรบ้างกับ ๑๐ ข้อที่ปรากฏอยู่ นั่นคือส่วนที่ ๑ ครับ
ส่วนที่ ๒ ผมเห็นว่าในการทําข้อเสนออยู่ในหน้า ๕๖ และหน้า ๕๗ ซึ่งเป็น ข้อเสนอในหน้า ๕๖ และข้อสังเกตในหน้า ๕๗ นั้น ส่วนในหน้า ๕๖ ส่วนใหญ่ก็จะล้อมาจาก ข้างหน้าซึ่งเป็นเรื่องของการเปิดพื้นที่ ก็เห็นด้วยในการเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษา ได้มีบรรยากาศในทางการเมืองหรือพื้นที่ที่แสดงออก แต่อย่างไรก็ตามการเปิดพื้นที่ ผมเข้าใจว่าเวลามีข้อเสนอต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผมเข้าใจว่าตรงนี้มีความสําคัญ ซึ่งในหน้า ๕๖ ขอเพิ่มเติมว่ากิจกรรมส่วนหนึ่งเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นเรื่องของพื้นที่ อาจจะเป็นการแสดงออกในลักษณะต่าง ๆ แต่ว่ากิจกรรมบางส่วนซึ่งไม่แน่ใจว่าทางกรรมาธิการ ได้ถามไหมว่าพื้นที่ในกิจกรรมอื่น ๆ เช่น เป็นชุมนุมของนักเรียน หรือกิจกรรมนักศึกษา หรือพื้นที่ที่จัดกิจกรรมชมรม หรือว่ากิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาควรมีโอกาสที่ได้แลกเปลี่ยน ผมจึงคิดว่าในข้อเสนอก็ควรจะระบุลงไป หรืออาจจะทําเป็นข้อสังเกตต่อกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปรากฏอยู่ในหน้า ๕๗ ให้มันชัดเจนลงไปเลยว่าการเปิดพื้นที่สําหรับสถานศึกษา เพื่อแสดง ความคิดนั้นควรที่จะกําหนดอาจจะเป็นลานความคิด ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่สถานศึกษาและมหาวิทยาลัยควรดําเนินการให้มีลานความคิด ขึ้นในโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัย ซึ่งบางสถานศึกษาอาจจะไม่มีพื้นที่แบบนี้ก็ได้ แต่สําหรับ มหาวิทยาลัยที่มีความคิดความอ่านทางการเมืองก็จะมีการดําเนินการในลักษณะนี้ได้มากกว่า แต่ลานความคิดอาจจะเพิ่มเรื่องของการทํากิจกรรมอื่นนอกจากกิจกรรมทางการเมืองที่ผม ได้กล่าวไว้แล้ว นั่นคือส่วนในหน้า ๕๖-๕๗ ซึ่งท่านก็ส่วนหนึ่งเขียนไว้ดีแต่ผมอยากเพิ่มเติม แต่ท่านจะชี้แจงอย่างไรก็ยินดีที่จะรับฟังซึ่งกันและกันในการแลกเปลี่ยน
ประเด็นสุดท้าย เรื่องของความปลอดภัย ก็เสนอว่าอาจจะเป็นการให้นักเรียน ได้กําหนดความปลอดภัยของตัวเองนอกจากเราไปกําหนดความปลอดภัยก็ได้ นั่นคือ ๓ ส่วน ที่ผมขอเสนอไว้ ขอบคุณท่านประธานครับ