สําลี รักสุทธี สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการชุดที่คลี่คลายความขัดแย้งด้วยการพูดคุยอย่างสันติ ย้ำความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงออก และเสนอให้ตีความสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น การชู 3 นิ้ว ในแง่บวกเพื่อส่งเสริมสามัคคี ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการลดกิเลส โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าพูดคุย ถอยคนละก้าวเพื่อสันติภาพของสังคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สําลี รักสุทธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลําเนา จังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยการทํางานขอคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ ถือว่าเป็นกรรมาธิการชุดล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มไฟแรง ทํางานเสร็จเร็ว การเสร็จเร็วนั้น ผมคงมองดูแล้วไม่ได้หมายถึงว่าต้องการอยากจะหนีคําครหาว่าซื้อเวลานะครับ อ่านดูแล้ว เป็นรายงานที่ดีครับ มีคุณภาพใช้เวลาไม่นานครับ ผมเห็นว่าคนที่ทํางานโดยใช้เวลาไม่นาน แล้วก็เขียนรายงานได้ค่อนข้างดีอย่างนี้ ถือว่าเป็นการทํางานที่มีคุณภาพครับ เพราะดูแล้ว มีสาระ สัจจะที่เกิดจากสถานการณ์จริง ไม่ได้โมเม ไม่ได้นั่งเทียนเขียน ถือว่าเป็นการเขียน จากสถานการณ์นะครับ ต่อคําถามที่ว่าควรตั้งหรือไม่ตั้งคณะกรรมาธิการผมว่ามันเลยไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนนําขึ้นมาเป็นประเด็นว่าตั้งไปทําให้เสียเวลา ท่านประธานครับ การพูดคุยกันนั้นเป็นสิ่งที่ดี ชาวอีสานเขาถือคติว่าผียังพูดคุยกันได้ แล้วคนทําไมจะพูดคุยกันไม่ได้ อันนี้เป็นคติของชาวอีสานนะครับ อีสานก็มีการถือผีกันเยอะ การพูดคุยกับผียังพูดได้ แล้วคนเราพูดคุยกันจะไม่ได้เชียวหรือ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย กับรายงานในหลายประเด็นที่จะนําสู่สันติของสังคมไทย สังคมเราเจ็บปวดจากความเห็นต่าง มานานแล้ว เราไม่อยากจะให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ํา ไม่อยากจะให้กงล้อที่ไม่ดี ที่ผมไม่อยากจะใช้ คําว่า อุบาทว์ แล้วก็สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเกิดขึ้น ดังนั้นการที่ให้พื้นที่ของประชาชน ก็คือตัวแทนของประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการพูดคุย ผมเห็น ผมฟังกรรมาธิการที่เขาพูด เมื่อวานนี้บอกว่าเข้าไปคลุกอยู่กับม็อบ (Mob) เข้าไปพูดคุยอยู่กับม็อบ (Mob) แล้วก็เห็น สมาชิกหลายท่านก็เข้าไปเช่นเดียวกัน นี่คือบรรยากาศที่ดีนะครับ ท่านครับ ผมเองก็อยากจะ เสนอทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้นํา ฝ่ายมีอํานาจ แล้วก็ฝ่ายที่เรียกร้องคือนิสิต นักศึกษา ประชาชน สิ่งใดที่พอจะหันหน้าเข้าหากันหรือถอยคนละก้าวเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แม้แต่การจัด กิจกรรมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ในรายงานนี้บอกว่าต้องการให้เปิดพื้นที่ ให้เปิดพื้นที่ ให้เขาได้แสดงออก ไม่ควรไปปิดกั้นมากเกินไป ผมเห็นด้วยครับ แม้แต่การโชว์กระดาษสีขาว เราก็ควรมองไปในทางที่ดี มองลูก มองหลานไปในทางที่สร้างสรรค์ว่ากระดาษสีขาวนั้น หมายถึงความบริสุทธิ์ แม้แต่การชู ๓ นิ้วเอง ผมเห็นว่าโดยส่วนตัว ให้เรามองไปในทางที่ดี ให้เขาชูไปเถอะ มิหนําซ้ําร่วมชูกับเขาด้วยก็ได้ เพราะอะไรครับ เราอย่าไปตีความหมายว่า การชู ๓ นิ้วนั้นหมายถึงการต่อต้านเผด็จการอย่างเดียว ถ้าเราตีความหมายไปในทางที่ดี ให้ลูกเขาได้เข้าใจ ว่าชู ๓ นิ้วนั้นมันสุดยอด สุดยอดอะไรครับ ถ้าหมายถึงชาติก็ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ก็ ๓ นิ้ว และถ้าพูดถึงศาสนาก็พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ ๓ ครับ ถ้าพูดถึงศาสนาที่ใหญ่ ๆ ของโลกก็พระเจ้า พระศาสดา พระคัมภีร์ ก็ ๓ ครับ นี่คือ ความหมายของ ๓ ครับ ถ้าพูดถึงผู้มีพระคุณก็บิดา มารดา แล้วก็ครูบาอาจารย์ ก็ ๓ ครับ และถ้าพูดถึงการลดกิเลส ตัณหา ก็อโลภะ อโทสะ อโมหะ ก็คือไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ก็ ๓ ครับ นี่คือความหมายของ ๓ อย่าไปตีความหมายเพียงแค่นั้น แล้วก็มีการร้องเพลง แล้วชู ๓ นิ้ว ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีเสียด้วยซ้ํา ชูเถอะลูก ครูก็จะชูด้วย เพราะนี่คือหมายถึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อให้เขาจะตีไปอย่างไรก็ให้เขาตีไปเถอะ รับรองว่าไม่กล้าชู ตลอดวันอย่างแน่นอน ถ้าเราผ่อนคลาย แล้วทุกอย่างก็จะผ่อนคลาย ถ้าเราหันหน้าเข้าหากัน ถอยคนละก้าวจะดีครับ เราเห็นมาแล้วจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ ๒๕๓๕ พฤษภาทมิฬ นั่นคือต่างคนต่างแสดงอัตตา ที่ภาษาพระเขาเรียกว่า อัตตาโต อัตตาโตนี่คือ ยอมไม่ได้ อย่างไรต้องเอาชนะคะคานให้ได้ ในที่สุดสิ่งที่เราไม่ต้องการก็เกิดขึ้น ผมเห็น การทํางานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ผมเห็นว่าคลี่คลายไปในทางที่ดี ดีนะครับ ทุกวันนี้ เด็ก ๆ เขาก็รู้สึกผ่อนคลายที่มีพี่ ๆ ไปคุย เพราะฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาไม่ได้สูญเปล่า ทีมคนหนุ่มชุดนี้แม้จะมีฝ่ายรัฐบาล เป็นส่วนใหญ่ แต่ผมเห็นว่าคุ้มค่า มิหนําซ้ํายังดีกว่าคณะกรรมาธิการบางคณะกรรมาธิการ เสียด้วยซ้ําไม่อยากจะเอ่ย ก็แค่เรียกคนนั้นคนนี้มารายงาน คนนั้นคนนี้มารายงานแล้วก็ จบกันไป แต่กรรมาธิการชุดนี้เกิดจากสถานการณ์จริง ดีที่ไม่ได้เขียนด้วยเลือดและน้ําตา แต่เขาเขียนจากเสียงเรียกร้อง เขียนจากคําบ่น แม้อาจจะเป็นคําก่นด่าที่หยาบบ้างก็ถือว่า เป็นการเขียนจากสถานการณ์ที่ไม่มีเลือดและน้ําตา ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่ก็เป็น คนหนึ่งที่ไม่ต่างกับท่านทั้งหลายที่ห่วงใยบ้านเมือง อยากจะให้พวกเราได้เดินหน้าไปเจรจา คุยกับลูก ๆ แล้วก็ผู้หลักผู้ใหญ่ก็คงจะผ่อนคลายไปในทางที่ดี ซึ่งแน่นอนท่านนายกรัฐมนตรี ผู้นําก็คงจะต้องถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็หันหน้าเข้าเจรจาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน