ประกอบ รัตนพันธ์ หารือเรื่องการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่โปร่งใส โดยเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง และส่งเสริมสังคมที่มีประโยชน์และสงบสุข
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติ ให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมให้ความสําคัญในรายงานฉบับนี้เป็นพิเศษ ๒ เรื่องด้วยกัน ก็ถือว่า เป็นหัวใจของการรับฟังความคิดเห็น
เรื่องแรก ข้อสรุปของผู้บริหาร แล้วก็เรื่องข้อสังเกต เท่าที่ผมได้ตรวจสอบ รายงาน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมมีความพึงพอใจที่คณะกรรมาธิการได้กรุณา เรียกทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องมาให้ความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เช่นผู้ที่ มีประสบการณ์ในเรื่องชุมนุม ผมกราบเรียนว่าอดีตเป็นบทเรียนที่มีความสําคัญที่สุด และผู้อาวุโสนั้นเขามีประสบการณ์ในเรื่องการชุมนุม สามารถที่จะบอกได้ว่าการชุมนุม ครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์อะไร มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร ผมกราบเรียนว่าถ้าเกิดผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่มีประสบการณ์ให้ความคิดตรงไปตรงมาก็จะเกิดประโยชน์ในทางที่ดีสําหรับลูกหลาน ของเราที่มาชุมนุม
ส่วนที่ ๒ ที่ผมดีใจมากคือคณะกรรมาธิการได้เชิญตัวแทนผู้ชุมนุมมาบอก ความคิดเห็น วัตถุประสงค์และความต้องการว่าวันนี้ประเทศชาติของเรามีปัญหาอะไร และลูก ๆ ของเรา นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนต้องการให้เปลี่ยนแปลง อย่างไร ผมกราบเรียนว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากที่สุด และเท่าที่รับทราบ ผู้แทน ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้แทนของผู้ชุมนุมได้ให้ความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา และบริสุทธิ์ใจ ใสซื่อ น่ารักมาก
และส่วนที่ ๓ คณะกรรมาธิการกรุณาไปสังเกตถึงที่ชุมนุมเลยว่าที่ชุมนุมนั้น มีลักษณะเป็นเช่นไร เป็นการชุมนุมที่เชื่อถือได้หรือไม่ มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ เรื่องนี้ดีที่สุด และที่สําคัญที่สุดเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) ให้พี่น้องประชาชน ทั่วไปได้แสดงความคิดเห็น การพิจารณาในครั้งนี้จะมีประโยชน์มากถ้าเกิดว่าคณะกรรมาธิการ ได้มีบทสรุปอย่างตรงไปตรงมาและตรงประเด็น ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าผลสรุป ของฝ่ายบริหารเห็นว่าในการชุมนุมครั้งนี้ผู้ชุมนุมอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน ๓ ด้าน ด้วยกัน คือ ด้านสังคม ด้านการเมือง และด้านเศรษฐกิจ เรื่องด้านสังคมผมอยากกราบเรียนถาม คณะกรรมาธิการว่านักศึกษาหรือตัวแทนผู้ชุมนุมได้พูดถึงสังคมที่โปร่งใส สังคมที่ใสสะอาด สังคมที่ดีหรือไม่ เพราะว่าในเรื่องทางสังคมนั้นก็อยากกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ถ้าบ้านเมืองของเรามีสังคมอย่างสงบสุข สังคมที่พึ่งพากัน และสังคมที่มีประโยชน์ ผมกราบเรียนว่าสังคมก็จะดีขึ้นมาก
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เรื่องการเมืองที่มีความ สําคัญมาก และท่านประธานเองย้ําอยู่เสมอนะครับว่าในเรื่องของการเมืองที่ผ่านระบบการ เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ถ้าเกิดว่าการเลือกตั้งโปร่งใส ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ก็ทําให้ระบอบประชาธิปไตยนั้นมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ถ้าตราบใดในทางการเมืองผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ปกครองของบ้านเมืองยังคงปล่อยให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง ผมกราบเรียนว่าไม่มีประโยชน์ อันใด ท่านประธานจะเห็นว่าหลายครั้งที่มีการยึดอํานาจ มีการปฏิวัติ มีการเปลี่ยนแปลง ในทางการเมือง เราเปลี่ยนแปลงได้อย่างเดียวก็คือเปลี่ยนแปลงเรื่องของการเลือกตั้ง แต่แล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลง สาระสําคัญของระบอบประชาธิปไตยได้ นั่นก็หมายความว่าการซื้อสิทธิ การขายเสียง การที่ ไม่มีระบบธรรมาภิบาลนี่ยังคงเกิดอยู่ตลอดเวลา ที่ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อที่จะให้ผู้แทน ผู้ชุมนุมและพี่น้องประชาชนทั้งหลายได้ตระหนักเรื่องสําคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย คือต้องต่อต้าน ต่อสู้ในการซื้อสิทธิขายเสียงให้ได้ ผมกราบเรียนว่าสําคัญมากกว่าการเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญด้วยซ้ําไป เพราะนี่คือหัวใจของระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องของข้อสรุป ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ให้มีข้อสังเกตทั้งในเรื่องของสภา ให้ข้อสังเกตทั้งในเรื่องของคณะรัฐมนตรี และให้ข้อสังเกตในเรื่องของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่ว่าลืมไปครับ ผมคิดว่าท่านจะต้องมีข้อสังเกตของผู้ชุมนุมด้วยว่าผู้ชุมนุมนั้นเขาจะมี ข้อสังเกตอย่างไร ซึ่งผมกราบเรียนว่าถ้าทําเช่นนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างสมบูรณ์ในการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการในชุดนี้ แล้วก็เป็นทิศทางที่ดีที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้เปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครอง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ได้อย่างถูกต้องอย่างเป็นธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติครับ ขอกราบ ขอบพระคุณอย่างสูงท่านประธานครับ ขอบคุณครับ