สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

อนาวิล รัตนสถาพร สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี หารือเรื่องการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาและกลุ่มเยาวชน และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนและตอบคำถามของนิสิตนักศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหา

นายอนาวิล รัตนสถาพร ปทุมธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ กระผม อนาวิล รัตนสถาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามีรัฐสภาแห่งใหม่ เรามีรัฐบาลชุดใหม่ ผมอยากเห็น การเมืองที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ครับ สิ่งที่พวกท่านกำลังทำกันอยู่ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ไม่สมประกอบท่านกำลังเล่นการเมืองแบบเก่าอยู่ ผมอยากให้พวกท่านเล่นการเมือง แบบสร้างสรรค์มากกว่านี้ ไหนท่านบอกว่าท่านจะเล่นการเมืองแบบสร้างสรรค์ เล่นการเมือง แบบใหม่ นี่มันแบบเก่าทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ ขอเข้าเรื่องนิดหนึ่งเลย ท่านประธานครับ วันนี้ผมจำเป็นที่จะต้องพูดแทนพี่น้องชาวชาวไทย ก่อนที่จะมีการ นองเลือด ก่อนที่จะมีความรุนแรงไปมากกว่านี้ นี่คือลูกหลานเราทั้งนั้น อนาคตของชาติ ทั้งสิ้นนะครับ ท่านอย่าทำลายอนาคตของชาติเลยครับ วันนี้เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มีนิสิตนักศึกษา และกลุ่มเยาวชนมาร่วมชุมนุม ในฐานะผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดปทุมธานี ก็มีผู้ร่วมชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างเช่นมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เหตุการณ์ของการชุมนุมในครั้งนี้นี่ผมอยากให้ทุก ๆ ฝ่ายมาร่วม บูรณาการ มาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ การชุมนุม ในครั้งนี้พวกน้อง ๆ เขาใช้ชื่อว่า ธรรมศาสตร์จะไม่ทน แท้ที่จริงแล้วก็คือการชุมนุมที่ต่อเนื่อง ที่เกิดขึ้นมาจากการริเริ่มของกลุ่มเยาวชน หรือที่เราเรียกในนามกลุ่มเยาวชนปลดแอก อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งทั้งผู้ชุมนุมและผู้ปราศรัยส่วนใหญ่ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกัน และเป็นที่มาของข้อเรียกร้อง ๓ ข้อ ที่เรากำลังจะหาทางออกกันอยู่ในทุกวันนี้ ประเด็นที่ผม จะนำเรียนท่านประธานก็คือการชุมนุมของเยาวชนกลุ่มนี้มีมาหลายเดือนแล้วครับ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็เห็นแล้วว่าการชุมนุมนั้นได้ขยายวงกว้างไปขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำเพิกเฉยได้อีกต่อไป ความจริงลึก ๆ แล้วมันเป็นสถานการณ์ ที่ตึงเครียดมากในสังคมไทย มันกำลังพุ่งสูงขึ้นครับท่านประธาน ที่กระผมบอกว่า ความตึงเครียดกำลังพุ่งสูงขึ้นก็มาจากที่กระผมได้ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ที่ไปร่วมชุมนุมมา อีกทั้งยังมีตอนนี้เราก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ศึกษา ประเด็นที่เกี่ยวข้องตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม แต่พวกเขายังไม่เชื่อว่าการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ข้อเรียกร้องของพวกเขาเป็นจริงขึ้นมาได้ สิ่งสำคัญที่สุดครับ ท่านประธาน ตลอดระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการชุมนุมตั้งข้อเรียกร้อง ๓ ข้อจากรัฐบาล พวกเขายังไม่เคยได้รับคำตอบใด ๆ จากท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ วันนี้รัฐบาลประกาศ นโยบายเร่งด่วน ๑๒ ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงด้วยตัวเองเมื่อปีที่แล้ว ในข้อที่ ๑๒ ระบุชัดเจนว่าสนับสนุนการศึกษารับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมขอย้ำอีกครั้ง หนึ่งนะครับ คือการสนับสนุนการศึกษารับฟังความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามีคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อรับฟังปัญหาของผู้ชุมนุม และอีกชุดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ส่วนใหญ่ที่เป็นตัวแทนของประชาชนเห็นพ้องด้วยกันทุกคนในข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา และน้อง ๆ ที่ชุมนุม ๓ ข้อ ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกอย่างถูกจัดจัดเตรียม ไว้หมดแล้วนะครับ ยังขาดอยู่อย่างเดียวก็คือขาดท่านนายกรัฐมนตรีไฟเขียว กระผมคิดว่า การแถลงจุดยืนต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอก พร้อมแนวทางการแก้ไขของ ท่านนายกรัฐมนตรี ถึงแม้กระทั่งการแถลงจุดยืนของฝั่ง ส.ว. เองนั้นมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการแก้ไขปัญหานี้ ท่านประธานครับ เราจะช่วยแสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำประเทศมีความจริงใจที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามเจตนารมณ์ของ ประชาชนส่วนใหญ่ ผ่านการทำงานของระบบรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตาม ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อความสงบสุขของประชาชน โดยแท้จริง ที่สำคัญอีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีไปเลยครับ ไปที่ชุมนุม ไปที่น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่ชุมนุม แล้วไปรับฟังความคิดเห็นของน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาหรือผู้ร่วมชุมนุม ตอบคำถามเขาเลยครับ ทุกอย่างจะได้ยุติลง ทุกอย่างจะได้ บรรเทาลงเพื่อความสงบสุขของบ้านเราครับท่านประธาน สุดท้ายนี้หากท่านนายกประยุทธ์ ทำได้จริง ๆ ผมจะยกให้ท่านเป็นรัฐบุรุษแห่งประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ