ปดิพัทธ์ สันติภาดา วิพากษ์วิจารณ์บทบาทของคณะกรรมาธิการที่ไม่เข้มงวดพอในการแก้ปัญหาการคุกคามประชาชนโดยรัฐ พร้อมเรียกร้องให้เปลี่ยนทัศนคติของเจ้าหน้าที่และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในรายงาน ฉบับนี้ผมต้องขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการเวลาที่เราไปสังเกตการณ์ที่ม็อบ (Mob) เราก็เจอกันบ้างและด้วยข้อจำกัดผมทราบดีว่าท่านคงไปไม่ได้ครบทุกที่ เพราะการที่ประชาชน ออกมาเรียกร้องนั้นทั่วทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศจริง ๆ และผมก็ขอชื่นชมที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ รับข้อเสนอแล้วก็จบสรุปมาอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ผมเห็นในรายงานฉบับนี้ข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการนั้น ผมเรียนด้วยความเคารพไม่ต้องมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็เขียนรายงาน แบบนี้ได้ เพราะเป็นการเขียนข้อเสนอที่เป็นหลักสากลอยู่แล้ว รัฐจะต้องไม่คุกคามประชาชน จะต้องมีการเปิดพื้นที่ในการรับฟังความคิดเห็นนักศึกษา แต่คำถามของผมก็คือว่าแล้วทำไม ยังต้องมีคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งเราอภิปรายไปแล้ว สิ่งที่เกิดปัญหาในตอนนี้คือไม่ใช่เราไม่รู้ หลักการว่ารัฐต้องรับฟัง ไม่ใช่เราไม่รู้หลักการว่าจะต้องไม่มีการคุกคามประชาชน ด้วยกฎหมาย แต่ปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติที่ไม่ว่าจะมีคณะกรรมาธิการมากี่ชุดก็เพียงเป็นการ ซื้อเวลาเท่านั้น เพราะรัฐบาลก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่าทีแต่อย่างใด เมื่อวานนี้แกนนำ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกควบคุมตัวไม่ใช่ที่มหาวิทยาลัยนะครับ แต่เป็น ระหว่างการเดินทางมีการขับรถเข้าไปประกบแล้วก็มีการจับกุม แบบนี้มีคณะกรรมาธิการ อีกกี่ชุดก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ได้ แล้วสภาของเราไม่ควรเป็นเครื่องมือของ รัฐบาลแบบนี้อีก ท่านประธานครับปัญหาสำคัญอยู่ที่ทัศนคติและอย่างที่ท่านอมรัตน์ อภิปรายทัศนคติของตำรวจที่บอกมีทัศนคติที่ดี ผมมีโอกาสได้คุยกับตำรวจบางท่าน ตอนนี้ ตำรวจที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายใช้กฎหมายจนกฎหมายตอนนี้ไม่เป็นธรรมแล้ว มีการใช้คดี อย่างไม่จำเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายอย่างเช่น มาตรา ๑๑๖ มีการพูดทำนองว่า รับไปก่อนอย่างไรก็ไม่มีการฟ้องจริง ๆ หรอก ท่านประธานครับ นักเรียน นักศึกษาอายุ ๑๘ ปี โดนคดีอย่าว่าแต่มาตรา ๑๑๖ เลยครับ โดนหมายเรียกสักฉบับไปที่บ้านพวกเขาก็ถูกคุกคาม อย่างหนักแล้ว นักศึกษาที่จัดชุมนุมที่จังหวัดพิษณุโลกถูกหมายเรียกไปเชิญตัวมาจาก จังหวัดลำปาง ถ้าไม่มาชี้แจงที่ สน. พิษณุโลกจะถูกจับกุม จะถูกเป็นหมายจับ ท่านประธานครับ นี่ไม่ใช่บรรยากาศของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมคิดว่า ข้อเสนอของท่านควรหนักแน่นกว่านี้ เพราะถ้าท่านเจอการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ถ้าท่านเจอ กฎหมายที่ไม่ชอบธรรมนั้นท่านจะต้องเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง หรือดำเนินการกับผู้ที่ใช้ กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมอย่างไรซึ่งเป็นเรื่องหลักของการคุกคามในตอนนี้ เพราะไม่ใช่ การคุกคามอย่างผิดกฎหมาย แต่เป็นการคุกคามด้วยกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ผมเอง ได้อ่านข่าวทัศนคติของผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการที่ตอนที่กรรมาธิการชุดนี้จะส่ง แบบสำรวจออกไปทั่วประเทศ แต่ผู้แทนกระทรวงก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีการส่งไป เพราะรู้อยู่แล้วว่านักศึกษา นักเรียนนั้นมีคำตอบอย่างไร ทัศนคติที่คับแคบแบบนี้ ทัศนคติ ที่มองประชาชนเป็นคนที่คิดไม่ได้ หรือมีชุดความคิดเดียวที่ไม่จำเป็นต้องรับฟัง แต่นั่งอยู่ใน คณะกรรมาธิการรับฟังครับท่านประธาน ผมคิดว่าตัวแทนของรัฐบาลแบบนี้ ผมไม่ได้ตำหนิไปที่ตัวกรรมาธิการนะครับ ผมเห็นท่าทีของท่านที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย อันนี้ผมขอขอบพระคุณ แต่ว่าท่าทีของรัฐบาลและผู้แทนจากกระทรวงทำให้ผมผิดหวังมาก แล้วก็ยังคิดว่าการคุกคามประชาชนคงไม่จบด้วยรายงานฉบับนี้อย่างแน่นอน สิ่งที่ยังขาด หายไปจากรายงานฉบับนี้อีกนะครับ ผมอ่านในหน้า ๑๑ แล้วก็ตกใจเวลาที่ท่านเชิญ หน่วยงาน อย่างเช่นศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาให้ข้อมูลนะครับ เมื่อศูนย์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่ามีผู้ชุมนุมถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างน้อย ๗๖ ราย คณะกรรมาธิการบอกว่าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็มีบทบาทที่ดีก็ขอให้ ไปทำหน้าที่ต่อไป ท่านประธานครับนี่มันเรื่องอะไร รัฐคุกคามประชาชนศูนย์ทนายความ เพื่อสิทธิมนุษยชนมาปกป้องแล้วก็บอกดีละเราเป็นคนของรัฐให้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิ มนุษยชนไปปกป้องประชาชนจากรัฐต่อไป ผมอ่านแบบนี้แล้วไม่รู้ครับ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ มีปัญหาจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมจะพูดถึงอีกบทบาทหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าอีก ๒ อาทิตย์ เดือนข้างหน้า หรือ ๒ เดือนข้างหน้านั้น สถานการณ์ประเทศเป็นอย่างไร ตอนนี้เรามองไม่เห็น อนาคตนะครับ เราอยู่วันต่อวัน แต่เวลาที่ประชาชนถูกคุกคาม ถูกนำตัวไปที่ศาล ถูกนำตัวไป ที่ สน. ต่าง ๆ นั้น สิ่งที่เราขาดหายไปคือการรายงานข่าวที่ตรงไปตรงมาและสิทธิเสรีภาพ ของผู้สื่อข่าวที่สามารถเข้าไปในที่ต่าง ๆ ได้ ตอนนี้มีการพยายามจะใช้เงื่อนไข อย่างเช่น บัตรประจำตัวของนักข่าวที่ต้องได้รับอนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ถ้าเราอยู่ในยุคของ ๖ ตุลา ไม่มีสมาร์ตโฟน (Smartphone) ที่เราทุกคนจะสามารถถ่ายทอดได้ ตอนนี้เราแทบจะไม่รู้แล้วครับว่าคนที่ถูกจับนั้น ถูกจับไปที่ไหน แล้วนี่รัฐบาลยังไปมีเรื่อง กับเฟซบุ๊ก (Facebook) อีกนะครับ ท่านจะปิดช่องทางของประชาชนทุกช่องทางเลย หรืออย่างไรครับนี่ ท่านประธานครับถ้าเรายังไม่ให้สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนทำงานอย่างเต็มที่ เดือนหน้าเราอาจจะมีฝันดีของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ถ้าเราลงมติกัน ในวันที่ ๒๓-๒๔ นี้ เราจะอาจจะกระบวนการของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ส่วนร่วมของ ประชาชน สื่อมวลชนต้องทำงานเต็มที่ แต่ถ้าเราไม่ได้มีฝันดีอย่างที่คิด และยังมีการจับกุม ปราบปราม มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่เราปิดปากสื่อ เราไม่ให้สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ทำงานเต็มที่ เรายังไม่ปกป้องเขาจากการคุกคามทุกรูปแบบ ผมเกรงเหลือเกินว่าประชาชน จะอยู่ในความกังขาในบทบาทของรัฐและทำให้พวกเขาไม่ปลอดภัยต่อไป ท่านประธานครับ สิ่งที่เราเห็นในรายงานฉบับนี้ผมเรียนด้วยความเคารพว่าเราคงต้องไปมากกว่านี้ ถึงตอนนี้ เราไม่ใช่ประเด็นของการทำความคิดเห็นหรือในการที่เรารู้หลักการทางวิชาการ แต่สิ่งที่ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจับตามองกับสภาของเราตอนนี้ก็คือเราทำอย่างที่รายงานฉบับนี้ พูดหรือเปล่า ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปที่แทบจะไม่ต้องมีการศึกษาเลย ประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น การคุกคามแบบที่ ไม่อยู่ในรายงานแบบนี้นั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องออกมาปกป้องนะครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ผมขอบคุณที่มีความริเริ่มพยายามจากทาง คณะกรรมาธิการ แต่ความรับผิดชอบทั้งหมดจะต้องอยู่ที่รัฐบาลนะครับ และถ้าเสียงของ ประชาชนบอกให้ยุบสภา ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณาได้แล้วครับ ขอบคุณครับ