บัญญัติ ชี้เยาวชนตื่นตัวทางการเมือง ย้ำรับฟัง-เปิดพื้นที่ร่วมพัฒนาประชาธิปไตย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน โดยชื่นชมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดพื้นที่รับฟัง ใช้ความระมัดระวังในการบังคับใช้กฎหมาย และเน้นย้ำให้กลั่นกรองข้อเรียกร้องอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบเพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติและปลอดภัยในช่วงวิกฤตโควิด-19

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา มีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการวิสามัญที่รับธุระจาก สภาผู้แทนราษฎรในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จนถึงวันนี้ ประมาณ ๑ เดือนเศษ ด้วยความวิริยะอุตสาหะสภาผู้แทนราษฎรจึงได้รับรายงานฉบับ สมบูรณ์ในวันนี้ครับ อย่างไรก็ตามผมต้องขออภิปรายเพิ่มเติมประกอบข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการพอสังเขปเท่าที่เวลาจะอำนวย ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับว่า ๒-๓ เดือนหลังมานี้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชนมีการ ตื่นตัวทางการเมืองค่อนข้างสูง แล้วก็มีพัฒนาการในการมีส่วนร่วมตามระบอบประชาธิปไตย ค่อนข้างสูงเป็นที่น่าชื่นชม แต่ก่อนโน้นพวกผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังรู้สึกว่า การเมืองนั้นเป็นของวัยผู้สูงอายุ วัยผู้ใหญ่ เด็ก เยาวชนทำไมไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ทางการเมือง ระยะหลัง ๆ เห็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งคือปัญญาชนออกมาเคลื่อนไหว แสดงทัศนะ ทางการเมืองถือว่าเป็นเรื่องที่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องรับฟังแล้วก็นำมาพินิจพิจารณาเพื่อที่จะ ได้มาปรับปรุงแล้วก็พัฒนากระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่า ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความกังวลของผู้หลักผู้ใหญ่พี่น้องประชาชนในบ้านเมือง ว่าจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นในการชุมนุม ซึ่งความรุนแรงนั้นเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว นำความสูญเสียมาให้แก่เด็กเยาวชน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชน ตลอดจน บ้านเมือง แต่ว่าด้วยความระมัดระวังและการติติงของหลาย ๆ ภาคส่วน ก็ทำให้การชุมนุม ครั้งนี้ยังรู้สึกว่ามีความปลอดภัยอยู่ในระดับพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ทุกคนได้ เรียนรู้ รวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นนี้ก็ได้เน้นย้ำประโยคซ้ำ ๆ ว่าไม่ว่าจะเป็น สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อุดมศึกษา หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้บันทึกไว้ในข้อสังเกตว่าจะต้องเปิดพื้นที่ รับฟังให้มากที่สุด แล้วก็ใช้ความระมัดระวังในการบังคับใช้กฎหมายให้มีความเรียกว่า ให้เกียรติ ให้ความปลอดภัยแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ผมก็ถือว่าสิ่งนี้เป็นการกลั่นเหตุการณ์ แล้วก็เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ที่มีการศึกษา เหตุการณ์ที่มีการประชุมหรือมีการชุมนุมทางการเมืองในช่วงโควิด (COVID) แล้วก็เป็น ที่น่าบรรเทาความกังวลท่ามกลางสถานการณ์โควิด (COVID) ในประเทศไทยมีการชุมนุม เช่นนี้ก็ไม่มีรายงานว่ามีการติดเชื้อโควิด (COVID) นั่นก็ย่อมแสดงว่าทางภาคราชการเอง แล้วก็ผู้ชุมนุมเองก็ได้ใส่ใจเรื่องของโซเชียล ดิสแทนซิง (Social distancing) แล้วก็มาตรการ ในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นเดียวกัน ผมเองนั้น เคยอภิปรายในวาระที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไว้ว่าขอให้คณะกรรมการวิสามัญ ที่ตั้งขึ้นนี้ได้ทำ ๒ อย่าง ก็คือ ๑. ให้ฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) และ ๒. ฟิลเตอร์ จัสทิฟาย (Filter justify) คำว่าฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) หมายถึงว่าช่วย กลั่นกรองประเด็นข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ว่าประเด็นเป็นไปตามข่าวสาร หนังสือพิมพ์ สื่อสารมวลชนหรือไม่ หรือมีประเด็นที่มากกว่านั้น หรือกลั่นแล้วประเด็น น้อยลงกว่านั้น เขาเรียกว่าเพียวริฟาย (Purify) หรือกลั่นกรองประเด็นให้มีความตกผลึก และ ๒. ฟิลเตอร์ จัสทิฟาย (Filter justify) ก็หมายความว่าช่วยถามนักเรียน นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนว่าประเด็นข้อเรียกร้องนั้นมีเหตุ มีผล อย่างไร ในการที่เกิดข้อเรียกร้องนั้น เรียกว่าใช้มาตรการในเรื่องของปัญญาเข้าไป เนื่องจากข้อเรียกร้องนั้นเป็นเรื่องของข้อคิด ความเห็น ความเห็นนี่บางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ชอบหรือไม่ชอบ เป็นการมองที่ผิวว่า เห็นแล้วชอบ เห็นแล้วไม่ชอบ แล้วเหตุผลของการชอบหรือไม่ชอบนั้นบางครั้งก็สามารถที่จะ ตกผลึกให้ประเด็นนั้นเล็กลงไปได้อีก ก็อยากจะสอบถามท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าได้ทำ ๒ สิ่งนี้หรือไม่ ผมเองนั้นมีความคาดหวังลึก ๆ ในการอภิปรายในชั้นตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าผมสังเกตว่าการชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะ ๓ ประเด็นหลัก ๆ นั้น คือ ๑. ให้ยุบสภา ๒. ให้หยุดคุกคามประชาชน ๓. ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็มี นายกรัฐมนตรีลาออก ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองนี้ผมเคยศึกษาแล้วก็อยู่ในช่วงที่ เหตุการณ์ทางด้านการชุมนุมต่าง ๆ พบว่าสาเหตุหลักจริง ๆ ก็มาจากเรื่องความไม่มีธรรมาภิบาล ของรัฐบาล หรือการมีทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล ซึ่งการทุจริตคอร์รัปชันการไม่มีธรรมาภิบาล การเผด็จการทางรัฐสภา หรือเผด็จการ ในรูปแบบของการใช้กำลังนั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญ ๆ ที่ทำให้การเรียกร้องประชาธิปไตยทุกครั้ง ประสบความสำเร็จ ก็อยากที่จะได้เห็นบันทึกรายงานฉบับนี้ในตอนท้ายนี้ว่าถ้ามีการบันทึก เหตุผลของการเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษาไว้ด้วยว่ารัฐบาล หรือรัฐบาลปัจจุบัน หรือรัฐบาลที่ต่อเนื่องมานั้นมีความทุจริต มีความคอร์รัปชัน หรือไม่มีธรรมาภิบาล สิ่งใดสร้าง ผลกระทบในการบริหารงานบ้านเมืองให้เกิดความไม่ปลอดภัย เกิดความไม่กินดีอยู่ดีของ พี่น้องประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็สมควรที่จะมีการบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ เพื่อประกอบการเรียนรู้และส่งให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไข หรือรัฐสภาดำเนินการแก้ไขต่อไป กราบขอบคุณท่านประธานครับ