อมรัตน์ ชี้กรรมาธิการรับฟังนักศึกษาน้อย-ขาดความหลากหลาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล วิพากษ์การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ขาดความหลากหลาย ไม่สะท้อนเสียงนักเรียนนักศึกษาอย่างแท้จริง และตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งระหว่างข้อมูลทางการกับความเป็นจริงในพื้นที่ รวมถึงการปราบปรามและการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกที่เกิดขึ้นจริงในสถานการณ์ต่างๆ

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตพรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดนครปฐม สำหรับรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติเรื่องให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษาและ ประชาชนฉบับนี้ ดิฉันได้อ่านจนครบทั่วทุกหน้าแล้ว กำหนดให้สิ้นสุดวันที่ ๒๑ ตุลาคม แต่ว่าสามารถเข็นออกมาสำเร็จได้ก่อน กรรมาธิการชุดนี้ข้อสังเกตก็คือมีแต่ ส.ส. ฝั่งรัฐบาล เพียง ๒๕ คนเท่านั้น ไม่มีตัวแทนของ ส.ส. ฝ่ายค้านเข้าร่วมเลย เป็นเพราะเราเห็นว่า สิ่งที่นักเรียนนักศึกษาเรียกร้องในสังคมปัจจุบันนี้ ชัดเจนแล้วและไม่ต้องมีการซื้อเวลาด้วย การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาอีก จากรายงานมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วม พูดคุยให้ความเห็นทั้งหมด ๖ ครั้ง และเชิญกลุ่มนักศึกษาได้สำเร็จเพียงกลุ่มเดียวค่ะ กลุ่มนั้นชื่อว่ากลุ่มเจน (Gen) กล้า เชิญมาได้ ๑๒ คน และหัวข้อที่แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันก็ไม่ใช่เป็นหัวข้อที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เรื่องร้อนในสังคมปัจจุบัน แต่เรื่องที่ กลุ่มเจน (Gen) กล้า มาพูดคุยกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ กลับเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การพัฒนาการท่องเที่ยว การกระจายรายได้ ความเท่าเทียมกันทางการศึกษา เรื่องแรงงาน และเรื่องผู้ลี้ภัยในประเทศ จะเห็นได้ว่าประเด็นสำคัญไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นร้อนในสังคม ขณะนี้เลย และเชิญมาได้เพียงกลุ่มเดียว ในขณะที่ดิฉันอยู่ในกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่หลากหลายเข้ามาร่วมพูดคุยกัน หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนเลว กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย รวมทั้งกลุ่มอื่น ๆ กระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ดิฉันเห็นว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ยังไม่มีความหลากหลายพอ และการเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นที่เวทีชุมนุม ๗ เวที ก็ยังน้อยไปถ้าเทียบกับสัดส่วน การจัดเวทีทั่วประเทศ อีกทั้งในรายงานฉบับนี้การไปดูสังเกตการณ์ใน ๗ เวที ก็บอกแต่ สถานที่ ชื่องาน ไม่ได้มีรายละเอียดของการไปสังเกตการณ์เลย จากการที่ดิฉันได้พบกับ บางท่านที่ไปสังเกตการณ์พร้อม ๆ กัน ก็ไม่ได้อยู่จนถึงมืด ไม่ได้อยู่จนถึงเห็นประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการไปสังเกตการณ์ที่ สน. ต่าง ๆ ดิฉันก็ไม่ได้เห็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการ ชุดนี้ เอาใจใส่แล้วก็สังเกตการณ์อย่างจริงจังค่ะ แต่ว่าจะกลับก่อนนะคะ ประเด็น ก็คือมีความล้มเหลวที่นักเรียนนักศึกษาไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการของคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้เพราะเห็นว่าเปล่าประโยชน์ คนที่เขาต้องการจะคุยด้วยคือนายกรัฐมนตรี เขาทราบดีว่าการมาคุยกับคณะกรรมาธิการชุดนี้มันซ้ำซากและไม่เกิดประโยชน์อะไรนะคะ ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่หลังการรัฐประหาร ๒ ครั้ง คือ ในปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ ทำให้ประเทศไทยสูญเสีย สิ่งที่สูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการสูญเสียหลักการ นิติรัฐ นิติธรรม ถูกทำลายจนหมดสิ้น กฎหมายไม่เป็นกฎหมายและประชาชนหมดความเชื่อถือ ศรัทธา ในระบบ ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ ในส่วนของ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ก็ได้แจ้งว่าไม่ได้มีนโยบายหรือคำสั่งให้มีการปิดกั้น กีดกันการแสดงออก ในสถานศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง เราได้รับการร้องเรียนจากนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศอย่างท่วมท้น ถึงบอกว่ารายงานแบบนี้ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าก็จะพูด ในสิ่งที่เลื่อนลอยแล้วก็ไม่ได้ตรงกับในทางปฏิบัติ รวมทั้งข้อมูลจากทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติด้วยค่ะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แจ้งกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าทางตำรวจ มีทัศนคติที่ดีต่อผู้ชุมนุมนะคะ ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างนุ่มนวล สุภาพ อ่อนโยน และให้ความสะดวก แต่ดิฉันไปสังเกตการณ์ มาด้วยตัวเองแทบเกือบจะทุกม็อบ (Mob) ใน กทม. นี้ ดิฉันได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง ทุก สน. ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละ สน. ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมและผู้เข้าสังเกตการณ์อย่างไรบ้าง ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง สน. สำราญราษฎร์ให้ท่านประธานฟังสักที่หนึ่งนะคะ มีการสาดสี ใส่ตำรวจ เหตุการณ์สาดสีใส่ตำรวจที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วันมานี้เกิดจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำตามที่ เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะมีการเอาแผงเหล็กมาปิดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุม ได้เข้าไปในเขตของโรงพัก ซึ่งท่านอ้างว่าเป็นโรงพักของประชาชน มีการถ่วงเวลาด้วยการ ขอตรวจบัตรทีละคน ๆ และคราวก่อนหน้านั้นเมื่อมีฝนตกหนักก็ไม่อนุญาตให้มวลชนเข้าไป หลบฝนอยู่ใต้ถุนของ สน. ดิฉันได้เห็นการปฏิบัติที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไว้ แก่คณะกรรมาธิการชุดนี้ค่ะ และล่าสุดสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดหรือผู้บริหารประเทศพูด ก็ไปทางหนึ่ง ในทางปฏิบัติผู้ปฏิบัติก็ไปอีกทางหนึ่ง ล่าสุดมีข้อมูลว่าผู้บริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ยกเลิกการจัดสัมมนาหัวข้อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเดิมได้ อนุญาตไว้แล้วอยู่ดี ๆ ก็มายกเลิกกะทันหัน คนที่จะเข้าสัมมนาในครั้งนี้ล้วนเป็นอาจารย์ นักวิชาการทั้งสิ้น และจัดในสถาบันที่ไม่ควรจะมีการปิดกั้นพื้นที่ ถือว่าเป็นสถาบันการศึกษา แล้วก็เป็นความรู้ทางวิชาการ การคุกคามในรูปแบบอื่น ๆ มีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ไม่ใช่ เพียงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ลุกลามไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ มีการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปคุกคามผู้ปกครองนักเรียนที่ไปร่วมชุมนุมโดยการเรียกไปพูดคุย และล่าสุด เมื่อวานนี้นักกิจกรรมทางประชาธิปไตย นายอานนท์ นำพา ได้โพสต์ (Post) เฟซบุ๊ก (Facebook) ว่ามีนายอำเภอเข้าไปคุกคามคุณยายของเขาที่บ้านในต่างจังหวัดคือที่จังหวัด ร้อยเอ็ด จะสังเกตว่าการคุกคามมีการพัฒนารูปแบบไปเรื่อย ๆ หมดเวลาแล้วดิฉัน ไม่อยากจะเกินเวลามากขอเวลาอีกแค่นาทีเดียวค่ะ เผด็จการ ทรราชทั่วโลกล้วนมีจุดจบ แบบเดียวกันหมด วันหนึ่งก็จะเหลิงแก่อำนาจ ลุแก่อำนาจ และไม่ฟังเสียงคัดค้านต่อต้าน ของประชาชน ในที่สุดแล้วก็จะจบแบบโศกนาฏกรรม ดิฉันฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันด้วย ขอบคุณค่ะ