ภราดร ปริศนานันทกุล รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนจากการชุมนุมทางการเมือง โดยเสนอข้อเรียกร้องหลัก 3 ประการ ได้แก่ ยุติการคุกคามประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภา พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ปัญหาและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ชุมนุม.
ท่านประธานที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน โดยได้กำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาไว้ทั้งสิ้น ๙๐ วัน โดยสิ้นสุดในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ นั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อย แล้วจึงขอเสนอรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันมีการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน เพื่อแสดงความเห็นและข้อเรียกร้องในประเด็นทางสังคม การเมืองการปกครองกันอย่างกว้างขวางผ่านการชุมนุม และผ่านช่องทางการสื่อสารใน รูปแบบต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของประชาชนในการใช้สิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม ในการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนนั้น แสดงความคิดเห็น และข้อเรียกร้องต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และที่สำคัญควรได้รับการ ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยจากรัฐ คณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน ได้กำหนดกรอบการพิจารณาดังนี้ครับ ๑. คณะกรรมการได้เชิญบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านการชุมนุมมาให้คำปรึกษาหรือแสดง ความคิดเห็นเพื่อให้ข้อเสนอแนะด้านประสบการณ์และด้านวิชาการ ๒. คณะกรรมาธิการ เชิญตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมมาร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการเพื่อแสดงความคิดเห็น ๓. คณะกรรมาธิการเดินทางไปรับฟังความคิดเห็นและสังเกตการณ์ในพื้นที่การชุมนุมจำนวน หลายเวที ๔. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) โดยมีการ รับฟังผ่านระบบออนไลน์ (Online) เป็น ๓ แนวทางครับ คือ ๑. คณะกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) โดยการรวบรวมความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) ลักษณะเป็นการทั่วไปเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา จำนวน ๑๙๒ กลุ่ม ๒. กรรมาธิการได้รับฟังความคิดเห็นโดยการทำแบบสำรวจความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) ในรูปแบบของแบบสอบถาม โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันพระปกเกล้า จำนวนแบบสอบถามทั้งสิ้น ๒,๕๐๕ แบบสอบถาม และ ๓. คณะกรรมาธิการได้รับฟัง ความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) โดยรูปแบบของการจัดทำแบบการสำรวจทัศนคติ ของประชาชนต่อการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวง ดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จำนวน ๑๙ เวทีการชุมนุม ซึ่งจากการได้ไปร่วมพิจารณา ร่วมกันของคณะกรรมาธิการในส่วนของที่ได้ออกไปรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ชุมนุมตาม เวทีต่าง ๆ เราได้ข้อสรุปต่าง ๆ ดังนี้ครับ ในหลากหลายเวทีข้อเรียกร้องของทุกเวทีซึ่งเป็นข้อ เรียกร้องหลัก นั่นก็คือ ๓ ข้อเรียกร้องอย่างที่ท่านสมาชิก แล้วก็พวกเราได้เห็นกันตามหน้าสื่อ นั่นก็คือให้หยุดคุกคามประชาชน ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ยุบสภา ในขณะเดียวกันใน บางเวทีก็มีข้อเรียกร้องในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญให้มีการ แก้รัฐธรรมนูญในมาตราไหนบ้าง ในเรื่องของการมีอยู่คงอยู่หรือไม่ของสมาชิกวุฒิสภา ส่วนในเวทีของโรงเรียนมัธยมเราก็ได้เห็นข้อเรียกร้องที่หลากหลาย แล้วก็เพิ่มเติมมากขึ้นจาก บนเวทีของประชาชนทั่วไป นั่นก็คือมีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ มีการ เรียกร้องให้ปรับปรุงระเบียบหรือกฎเกณฑ์ของทางโรงเรียนที่มีความล้าสมัย เป็นต้น บางเวทีเช่นที่เวทีธรรมศาสตร์มีการเรียกร้องเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งตามที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อนสมาชิกคงจะได้รับฟังกัน ในขณะเดียวกันในชั้นกรรมาธิการ ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ เราก็ได้เชิญทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมแสดงความคิดเห็น มาร่วมแลกเปลี่ยน แล้วก็ มาร่วมหาแนวทางออกร่วมกันในการที่จะแก้ไขปัญหา เราได้มีโอกาสเชิญทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ เราได้เชิญทางอัยการ เราได้เชิญทางศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมกันเราได้มีโอกาสเชิญทางกระทรวงศึกษาธิการเพื่อที่จะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลพร้อม ๆ กัน ได้มีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นในการที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา ส่วนผลของการสำรวจ การแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ (Online) นั้น ทางคณะกรรมาธิการได้สรุปเอาไว้ อยู่ในเล่มบันทึกสรุป พร้อม ๆ กันได้มีรายละเอียดของข้อคำถามที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ทำแบบคำถามให้กับผู้ตอบได้อยู่ในภาคผนวกเช่นเดียวกัน ในภาคผนวก ค พร้อม ๆ กัน ทางคณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะและข้อสังเกต เพื่อให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติต่อไปนะครับ เราได้ทำความคิดเห็นถึงคณะกรรมาธิการสามัญประจำ สภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรที่มีอำนาจ และหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณา เช่นในคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในส่วนของคณะรัฐมนตรีเราได้ เสนอแนะว่าในฐานะที่มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ราชการบริหารแผ่นดิน กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา จึงมีความ จำเป็นที่คณะรัฐมนตรีควรที่จะเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และ ประชาชน เพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระและอยู่ภายใต้บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่สำคัญทางคณะรัฐมนตรีต้องรับฟังกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยความจริงใจและไม่มีอคติ อย่ามองผู้ชุมนุมหรืออย่ามองผู้ที่เห็นต่างคือศัตรูทางการเมือง รัฐบาล คณะรัฐมนตรีควรตระหนักเสมอว่าบนโลกประชาธิปไตยความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ เราส่งความคิดเห็นถึงกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในสถานศึกษานั้น จัดกิจกรรมการชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็น ตลอดทั้งรูปแบบการจัดกิจกรรม ภายในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาได้อย่างมีอิสระ และอยู่ภายใต้กรอบบทบัญญัติ ของกฎหมาย จึงควรเปิดพื้นที่ให้กับกลุ่มน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา และบุคลากร ในสถานศึกษาเพื่อได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ได้มีโอกาสแสดงออกทางความคิดเห็น ด้านการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดถึงทางกระทรวงศึกษาธิการควรกำหนดมาตรการความปลอดภัยให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อที่จะพยายามคัดกรองบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น ในสถานศึกษา นอกจากนั้นที่สำคัญที่สุดเราได้แสดงความคิดเห็นไปทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นควรปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยกรอบของกฎหมาย และที่สำคัญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไม่พยายามที่จะใช้ความรุนแรงกับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการชุมนุม ซึ่งเราจะเห็นว่าในช่วงที่มีการชุมนุม ในทุกเวที การใช้ความรุนแรงหรือการเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับทางกลุ่ม เจ้าหน้าที่ไม่มีให้เห็น แต่อย่างไรก็ตามการใช้ความรุนแรงหรือการคุกคามประชาชนไม่ได้อยู่ แต่เฉพาะในพื้นที่ที่มีการชุมนุมเท่านั้น ก่อนการชุมนุมหรือหลังการชุมนุม การบังคับใช้ กฎหมาย หรือการแจ้งข้อหาให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เราได้เสนอแนะไปว่าการดำเนินคดีต่าง ๆ ควรเป็นไปด้วยความยุติธรรม ไม่ควรที่จะไปยัดเยียดข้อกล่าวหาที่เกินเลยกว่าการกระทำ ของกลุ่มผู้ชุมนุม และที่สำคัญควรที่จะใช้หลักรัฐศาสตร์ในการที่จะพิจารณาประกอบกัน ควบคู่กับหลักนิติศาสตร์ ต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมาธิการได้ใช้เวลาของสภา เร็วที่สุดในการที่จะร่วมกันพิจารณาแล้วก็ศึกษาแนวทาง รวมถึงรับฟังความคิดเห็นของ น้อง ๆ นักศึกษากลุ่มต่าง ๆ เพื่อเอาความคิดเห็นต่าง ๆ นั้นมาเสนอให้กับที่ประชุมสภา เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ผมต้องเรียนกับท่านสมาชิก เรียนกับท่านประธานครับว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เวลาในการพิจารณาทั้งสิ้น ๙๐ วัน แต่พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่า ด้วยสถานการณ์ค่อนข้างที่จะตึงเครียดแล้วก็รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ระยะเวลา ๙๐ วัน เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไปที่จะไปศึกษารายละเอียด เราจึงพยายามที่จะเร่งด่วน แล้วก็เร่งรัดในการทำงานของพวกเรา สรุปสุดท้ายแล้วคณะกรรมาธิการชุดนี้ ตั้งแต่ การประชุมครั้งแรก วันที่ ๓๑ กรกฎาคม จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายเราใช้เวลาไม่ถึง ๑ เดือน ในการที่จะสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อมานำเสนอต่อสภา และนำไปสู่การแก้ไขต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมสภาได้พิจารณารายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ต่อไป ขอบพระคุณครับ