บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายรับทราบรายงานคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเสนอให้เพิ่มเนื้อหาสาระด้านการป้องกันโดยเฉพาะเรื่องศีลธรรม จริยธรรม เพศศึกษา และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเรียกร้องการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายและจัดสรรงบประมาณอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ เรื่อง แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้รวบรวมรายงานเรื่องนี้ โดยละเอียด ประกอบด้วยข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต พร้อมที่จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ดำเนินการ แต่ผมขออภิปรายเสนอแนะประกอบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่บางส่วน อาจจะมีรายละเอียดน้อยเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการป้องกันการข่มขืน กระทำชำเรา ซึ่งประเด็นการป้องกันการข่มขืนกระทำชำเรานั้นมีเนื้อหาสาระที่น้อยกว่า ประเด็นของการแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่าการข่มขืนเป็นอากัปกิริยาแปลว่าการบังคับ การขืนใจ หรือการขู่เข็ญ การกระทำชำเราหมายถึงการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจนิยามคำว่าข่มขืนและกระทำชำเราแล้ว ผมก็ขออนุญาต ที่จะแบ่งปัจจัยที่มีผลส่งเสริมต่อการข่มขืนกระทำชำเราเป็น ๒ ด้านด้วยกัน ด้านที่ ๑ ก็คือ ด้านของตัวคน ตัวคนก็คือคนกระทำชำเรากับคนถูกกระทำชำเรา อันนี้เป็นปัจจัยในส่วนของคน อีกส่วนหนึ่งคือปัจจัยแวดล้อม สิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยหรือทำให้ไม่เอื้ออำนวยต่อการข่มขืน กระทำชำเรา ล่วงละเมิดทางเพศ ในส่วนที่ผมกล่าวว่าการป้องกันนั้นมีรายละเอียด เนื้อหาสาระค่อนข้างน้อย ก็เพราะผมมองว่าอาจจะให้เวลากับการศึกษาเรื่องของการแก้ไข ค่อนข้างมาก ในส่วนของปัจจัยป้องกันที่เกี่ยวกับคนผมคิดว่าคนเราถ้ามีสติสัมปชัญญะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในทุก ๆ ศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธถ้าคนไม่มียาเสพติด ไม่มีสุรามึนเมา การที่คนปกติที่มีศีล ๕ ยากที่จะข่มขืนและกระทำชำเรา เพราะการข่มขืนนั้นเป็นการใช้กำลัง โทสจริต โทสะก็คือความโกรธ ความอาฆาตมาดร้าย การเบียดเบียนผู้อื่นด้วยใช้กำลัง ทางร่างกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ส่วนการกระทำชำเราเพื่อเป็นการเสพกาม อันนั้นก็เป็น เรื่องของราคะ เรื่องของความโลภ ความราคะ แต่อย่างไรก็ตามผู้กระทำการข่มขืนกระทำชำเราต้องเป็นผู้ที่มีโมหะ ก็คือว่าเมื่อดื่มสุรา ยาเสพติดเข้าไปสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อย เมื่อสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อยเขาก็เรียกว่า เป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะบกพร่องไป ก็คือโมหะนั่นเอง เพราะฉะนั้นในส่วนของการป้องกัน การกระทำชำเรานั้นผมมองว่าปัจจัยเรื่องคนเป็นปัจจัยเรื่องของศีลธรรม คำว่าศีลธรรม แท้ที่จริงแล้วก็คือในหมวดของกายกับวาจา การข่มขืนนี้ต้องใช้กำลังทางกาย ต้องใช้วาจา ศีลธรรมหมายถึงกายกับวาจา แต่เรื่องของจิตใจนั้นเป็นเรื่องที่ลึกกว่าเรื่องศีลธรรม ถ้าไม่อบรมบ่มนิสัยให้คนมีศีลธรรมและไม่อบรมจิตใจแล้วยากที่จะมีความยับยั้งชั่งใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสิ่งที่เป็นปัจจัยที่ ๒ คือปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ที่เอื้ออำนวยนั้นเช่นในมุมอับ ที่ที่มีแสงสว่างน้อย หรือที่ที่เป็นโซเชียลมีเดีย (Social media) แม้นว่าจะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ (Online) แต่มันมีมุมอับที่ผู้ที่ไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้ที่ไม่มีความ ยับยั้งชั่งใจก็สามารถที่จะสร้างบรรยากาศให้นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศหรือไปสู่ การข่มขืนกระทำชำเราทั้งโดยไม่ได้ตั้งใจหรือโดยตั้งใจก็ดีนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะ ให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อป้องกันการข่มขืนกระทำชำเรา คณะกรรมการนี้ แน่นอนครับจะต้องประกอบด้วยกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษา การสุขภาพอนามัย วัฒนธรรม เช่นมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านอาจจะมอบรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งดูแล การจัดการศึกษาของเด็กเยาวชนนับสิบล้านคน กระทรวงสาธารณสุขซึ่งดูแลสุขภาพอนามัย กระทรวงวัฒนธรรมดูแลทุกศาสนา การเผยแผ่ศาสนาทุกศาสนา สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ส.ส.ส. กระทรวงพัฒนาสังคม เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมการนี้จะให้นโยบายแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลและกระทรวง กรมต่าง ๆ ในการกำหนดนโยบายเพื่อให้การศึกษาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เพศศึกษา ตลอดจน การจัดสิ่งแวดล้อม อาจจะตกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมไปอีกกระทรวงหนึ่ง เพราะว่าโซเชียลมีเดีย (Social media) เดี๋ยวนี้เป็นที่สร้างบรรยากาศในสิ่งที่มีความล่อแหลม ได้เช่นเดียวกัน กำหนดแผน กำหนดนโยบาย จัดงบประมาณเพื่อให้สังคมได้จัดการป้องกัน การข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศเพื่อให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการ จะเป็นการ แก้ปัญหาที่ยั่งยืนแล้วก็ลดคดีความ ลดปัญหาของผู้กระทำความผิดที่จะเข้าสู่คุกตะรางนะครับ ผมขอสรุปในชั้นนี้ว่าศีล ๕ ในพระพุทธศาสนานั้นถ้านำมาบูรณาการให้อย่างทั่วถึงนั้นจะทำให้ ป้องกันการข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศได้อย่างดี ในสำหรับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการนั้น การให้เด็ก เยาวชน มีเซ็กชวล ลิเทอเรซี (Sexual literacy) หรือเซ็กชวล เฮลท์ ลิเทอเรซี (Sexual health literacy) คือความรอบรู้ในเรื่องของโทษ ในเรื่องของพิษภัยเรื่องเพศศึกษา ให้เขามี ๑. ความรู้ ๒. มีทัศนคติ มีความตระหนัก แล้วก็ให้เขา สามารถที่จะยับยั้งชั่งใจปฏิบัติได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อส่งเสริมให้สังคมนี้เป็นสังคมที่น่าอยู่ ไม่มีการ ข่มเหงกันทางเพศ ไม่มีการข่มขืนกระทำชำเรา ล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้สังคมมีความน่าอยู่ มีความปกติสุข และมีความปลอดภัยแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ