สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

ประธานสภา ขอบคุณสมาชิกทุกคนสำหรับการอภิปรายและรับรองรายงานการประชุม พร้อมแสดงรายงานของคณะกรรมาธิการที่มีแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็เป็นวาระเพื่อทราบนะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกได้มีโอกาสอภิปราย และซักถามทั้งหมด ๑๐ ท่าน เราจบวาระนี้ ขอบคุณ ก.พ.ร. ทุกท่านนะครับ ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ครั้งนี้ไม่มีนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๔.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ เรื่อง แนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM ๒.๕) อย่างเป็นระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ร่วมเสนอเรื่องในทำนองเดียวกัน จำนวน ๑๐ ญัตติ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อดำเนินการพิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าว และที่ประชุมได้มีมติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบขึ้นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖๙ และข้อ ๕๐ โดยมีระยะเวลาในการพิจารณาศึกษา ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มกราคมถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓ และคณะกรรมาธิการได้ขอขยายเวลา พิจารณาศึกษาออกไปอีกจำนวน ๒ ครั้ง รวมระยะเวลาการพิจารณาศึกษาทั้งสิ้น ๒๑๐ วัน ซึ่งกรรมาธิการในคณะนี้จำนวน ๔๙ คน มีผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ บุคลากรจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งมีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและ การแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) การดำเนินงาน คณะกรรมาธิการได้มี การกำหนดกรอบแนวทางพิจารณาศึกษาไว้ ๔ ประเด็น ได้แก่ ๑. สาเหตุของปัญหาฝุ่น ละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ๒. วิธีการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓. กฎหมาย ที่ใช้บังคับ ๔. วิธีการแก้ไขปัญหา โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น ๖๗ หน่วยงาน มาให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น ต่อคณะกรรมาธิการ แบ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ ๕๔ หน่วยงาน หน่วยงานภาคเอกชนและ หน่วยงานประชาสังคม ๖ หน่วยงาน และหน่วยงานภาควิชาการ ๗ หน่วยงาน รวมถึง การขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และมลพิษทางอากาศจากผู้ว่าราชการจังหวัด ๑๙ กลุ่มจังหวัด ๖ ภาค หน่วยงาน ในพื้นที่ที่จังหวัดสระบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ภาคอุตสาหกรรมและได้มีการดำเนินการ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากสวนดุสิตโพล เพื่อนำมาประกอบการจัดทำรายงานของคณะกรรมาธิการ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในระหว่างการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการในช่วงต้น ได้เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด (COVID) สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ขึ้น เป็นเหตุทำให้คณะกรรมาธิการต้องขยายเวลาการพิจารณา ศึกษาออกไป แต่ถึงกระนั้นคณะกรรมาธิการยังคงมีการประสานงานและพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวผ่านช่องทางการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์อยู่เป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นจำนวน ๒ คณะ เพื่อดำเนินการรวบรวม ข้อมูล ประมวลผล ติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทำให้คณะกรรมาธิการสามารถ ดำเนินการพิจารณาศึกษาและจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษาจนสำเร็จไปตาม วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้และนำเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณานำรายงาน และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ กระผม ขออนุญาตให้ประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดทำรายงานของการศึกษา หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เป็นผู้ชี้แจงรายงานเพิ่มเติมต่อไปครับ ท่านประธานขออนุญาตนิดหนึ่งครับ คือผมได้รับมอบหมายจากท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งท่านติดภารกิจอยู่ครับ ก็มอบหมายให้ผม ทำหน้าที่แทนครับ ขอบพระคุณครับ

ยินดีครับ เชิญครับ