โกวิทย์ พวงงาม อภิปรายรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทยประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และเสนอแนะให้ ก.พ.ร. ดำเนินการบูรณาการ ระบบราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างระบบภารกิจของหน่วยราชการเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทยประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อตั้งเป็นข้อสังเกต แล้วก็ให้ข้อมูลในการที่จะไป พัฒนาระบบราชการไทยต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าก่อนหน้านี้เราจะมี ก.พ. ที่เราเรียกว่าคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน แต่ต่อมาในปี ๒๕๔๕ มีการจัดตั้ง ก.พ.ร. ขึ้นมา ด้วยวัตถุประสงค์หลักผมคิดว่าเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ การบริหาร ราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล นั่นคือหลักของ ก.พ.ร. แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอบคุณรายงานของ ก.พ.ร. ที่ทำรายงานได้อย่างกะทัดรัด มีเล่มอย่างสวยงาม มีข้อมูลที่ทำให้เราได้ศึกษาเป็นอย่างดีรวมทั้งผลการทำงานในรอบปี ๒๕๖๑ ก็ขอชมเชย ไว้ด้วยครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้นะครับ ในรายงานผมคิดว่ามีหลายส่วนด้วยกันทั้งที่เสนอว่า เราจะไปยกระดับการบริการของประชาชนอย่างไร นั่นคือระบบราชการที่ต้องเน้นในเรื่องนั้น ส่วนที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของการปรับปรุงระบบราชการ ปรับโครงสร้างทั้งในแง่ของทำกฎหมาย ต่าง ๆ นะครับ ส่วนที่ ๓ ก็เป็นกระบวนการ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากก็คือ การวางระบบบริหารราชการ ซึ่งตั้งเป้าหมายในการทำให้เกิดการบูรณาการ ซึ่งจริง ๆ ผมจะ อภิปรายในจุดนี้นะครับ ส่วนต่อมาก็คือทำอย่างไรให้ระบบราชการนั้นเป็นระบบบริหาร ราชการที่ดีหรือที่เรียกว่ากู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good Governance) ท่านประธานสภาครับ ผมมาในประเด็นที่ผมอยากจะเสนอต่อ ก.พ.ร. ผมคิดว่าในหลายหน้าที่ ก.พ.ร. ได้กล่าวไว้ ขออ้างหน้า ๗๔ หน้า ๘๒ และหน้า ๑๒๗ หน้าเหล่านี้ที่เขียนไว้ในเอกสารเล่มนี้ก็เป็นการ บอกถึงการบริหารราชการที่ทำให้ราชการมีความเชื่อมโยงในการพัฒนาระบบราชการ ที่ไม่ซ้ำซ้อนแล้วก็ให้บูรณาการในการทำงาน ผมเรียนอย่างนี้ว่าเป้าหมายของการบูรณาการ ระบบราชการมันเป็นเป้าหมายที่สำคัญ เพราะว่าส่วนราชการหลายหน่วยที่มีความซ้ำซ้อน ทำงานซ้ำกัน แล้วก็ทำให้เปลืองงบประมาณ เปลืองบุคลากร แล้วส่วนเครื่องไม้เครื่องมือ ก็ทำให้สิ้นเปลืองไปด้วย แล้วผมเห็นด้วยว่าถ้าบริหารแบบบูรณาการและสามารถเชื่อมโยงกัน ก็จะทำให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพ แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่า การบูรณาการค่อนข้างจะมีปัญหาในระบบราชการไทย ยกตัวอย่างบูรณาการมีหลายเรื่อง เช่น บูรณาการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเรื่องน้ำ เรื่องทรัพยากร เรื่องที่ดิน เป็นต้นนะครับ แล้วก็ยังมีเรื่องที่ไปจัดการในลักษณะเป็นจังหวัด กลุ่มจังหวัด แล้วก็บูรณาการเป็นภาค เป็นต้น มันสะท้อนไปถึงระบบงบประมาณที่มี ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณ รายจ่ายประจำปี เราพบว่างบประมาณแบบบูรณาการค่อนข้างจะทำไม่ได้ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผมอยากจะเสนอแนะว่าอยากให้ ก.พ.ร. ไปดำเนินการว่ามีการบูรณาการอย่างมี ประสิทธิภาพเพียงใดหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นไม่ว่าจะเป็นการวางเป้าหมายร่วมของ กลุ่มบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ เรื่องทรัพยากร เรื่องป่า เรื่องการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดและ กลุ่มจังหวัด เป็นต้น เพราะฉะนั้นการวางเป้าหมายร่วม แผนงานร่วม และภารกิจร่วม ของหน่วยที่บูรณาการนั้นมีความจำเป็นที่ ก.พ.ร. จะต้องให้ความสำคัญ ทั้งบูรณาการระดับ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำอย่างที่ผมกล่าวแล้ว ผมดูในรายงานส่วนหนึ่งท่านได้ไป ดำเนินการในการจัดอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจในการทำงานแบบบูรณาการ ผมคิดว่า ผลผลิตที่ได้ผมอ่านแล้วยังไม่ค่อยเจอ และยังไม่พบว่าการดำเนินงานเรื่องบูรณาการจะสำเร็จ ตามเป้าหมายอย่างไร ข้อสังเกตของกรรมาธิการตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมทั้งปีนี้ดูเหมือนว่าพุ่งเป้า ไปที่เรื่องข้อสังเกตบูรณาการที่มีต่อรัฐบาล นั่นก็คือทาง ก.พ.ร. ต้องรับไปดำเนินการ ผมเสนอให้มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดในการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อจะได้ประหยัด งบประมาณของส่วนราชการ นั่นคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าการปรับปรุงโครงสร้างระบบภารกิจในส่วนที่เกี่ยวกับ การทำให้หน่วยราชการนั้นลดอำนาจภาครัฐหรือทำภารกิจภาครัฐ จัดโครงสร้างของ หน่วยราชการให้เหมาะสม ผมคิดว่าเป็นประเด็นหลักที่ ก.พ.ร. ยังไม่ได้ดำเนินการ เพราะว่า ในรายงานบางเรื่องเป็นงานที่ทำเป็นเรื่องปกติ แต่ผมคิดว่าการที่จะพัฒนาระบบราชการ ให้เป็นส่วนที่มีประสิทธิภาพนั้นข้อนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบราชการก็คือ การทำอย่างไรให้หน่วยงานภาครัฐลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน ข้อเสนอของผม ผมเรียนท่านประธานสัก ๑ นาทีครับว่าอยากจะให้มีการดูภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันระหว่าง ท้องถิ่นกับราชการ