กิตติศักดิ์ ชี้ระบบราชการล้าสมัย ผลักดันปฏิรูปกระจายอำนาจลดเหลื่อมล้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือปัญหาการบริหารราชการที่ล้าสมัยและไม่เท่าเทียม โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างราชการให้คล่องตัว ลดขนาดองค์กรส่วนกลาง เร่งกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น และจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับปัญหาของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศ ความรวดเร็ว และลดความเหลื่อมล้ำทั่วประเทศ

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้อ่านรายงานของ ก.พ.ร. หรือกรรมการพัฒนาระบบราชการไทย ซึ่งในอดีตผมก็เป็นข้าราชการมาเกือบ ๑๗ ปี ซึ่งต้องยอมรับว่าระบบราชการไทยในปัจจุบัน คือรากฐานที่จะพัฒนาประเทศ ฉะนั้นระบบราชการมีความสำคัญกับประเทศไทยมายาวนาน แต่ว่าระบบราชการในปัจจุบันทุกคนก็ทราบว่าพอบอกระบบราชการนี่ มันช้า มันไม่ทันกาล หลายโต๊ะ กว่าจะไปถึงก็หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยุ่งยาก ระเบียบมาก ขั้นตอนมาก ไม่ทันสมัย มีไขมันมาก มีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเยอะ แล้วจำนวนคนก็มาก แล้วสำคัญก็คือว่า ส่วนกลางใหญ่ ส่วนทำให้งบหรือคนที่จะไปพัฒนาในส่วนพื้นที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งผมก็อยากให้ ก.พ.ร. เป็นนักคิด ศึกษาและหาวิธีที่จะทำให้ระบบราชการทันสมัย รวดเร็ว เป็นเลิศ คุ้มค่า แล้วก็ทั่วถึง ก็คือลดความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยด้วย ประเด็นที่ผมจะอภิปรายจาก รายงานของท่านก็คือด้านการยกระดับการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ คือการปรับปรุงบทบาท ภารกิจและโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผมนำเรียนว่าการจัดสรรงบประมาณ ในระดับพื้นที่ค่อนข้างจะมีปัญหาว่าท่านไม่เห็นว่ามีเป้าหมายเพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำ ให้ได้มากที่สุด ผมยกตัวอย่างเรื่องของจำนวนแพทย์ต่อประชากร พอดีผมเป็นเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขเก่า ก็นำเรียนว่าตัวที่หลัก ๆ เช่นแพทย์ในภาคอีสานประมาณอาจจะ ๑ ต่อ ๕,๐๐๐ คน กรุงเทพฯ ๑ ต่อ ๖๗๐ คน จังหวัดมหาสารคามบ้านผมก็ประมาณ ๑ ต่อ ๓,๐๐๐ คน ซึ่งแต่ก่อนเราจัดสรรงบประมาณจัดสรรตามขนาดโรงพยาบาลคือ โรงพยาบาลไหนใหญ่มีหมอเยอะ งบประมาณก็เยอะโดยที่หมอไม่สัมพันธ์กับจำนวนประชากร ของในจังหวัดนั้น ๆ จังหวัดมหาสารคามจำนวนประชากร ๑ ล้านคนประมาณนั้น อาจจะได้งบ น้อยกว่าจังหวัดราชบุรี ประชากรน้อยกว่าอะไรอย่างนั้นนะครับ ผมก็เลยบอกว่าในส่วนของ การที่จะจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ก็อยากให้ท่านมีความชัดเจนที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ในการจะจัดสรรทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเรื่องของค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับ จำนวนประชากรแล้วก็ปัญหาของพื้นที่ พื้นที่ที่เสียเปรียบก็จะเสียเปรียบมาตลอด

เรื่องที่ ๒ ก็คือ ก.พ.ร. จะต้องมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการที่เกิดประโยชน์ สูงสุด ที่ท่านบอกว่า กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ ฟอร์ เบตเทอร์ ไลฟ์ (Good governance for better life) ก็คือท่านก็อยากให้มีกู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) แล้วก็ทำให้ชีวิต ที่ดีขึ้น แต่ท่านต้องรู้ปัญหาของประเทศในทุกมิติ ถ้าท่านรู้ปัญหาของประเทศไม่ทุกมิติ ท่านจะไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหา แล้วก็จัดสรรทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือทรัพยากรอื่น ๆ ที่ตามมา เช่น ปัญหาน้ำ ผมคิดว่าก็ยังต้องน่าจะเป็นไพรออริตี (Priority) แรก ๆ ของการจัดสรรงบประมาณ ปัญหา สาธารณสุขก็ยังเป็นไพรออริตี (Priority) แรก ๆ ฉะนั้นเราคงไม่ต้องมาพูดเรื่องของงบ ด้านความมั่นคงทางทหาร คืองบทุกส่วนนี่มีความสำคัญหมด เราอาจจะต้องมีเรเฟอเรนซ์ (Reference) จากต่างประเทศหรือประเทศอื่น ๆ ว่า เอ๊ะงบต่าง ๆ มีมาตรฐานเท่าไร เช่น งบด้านสาธารณสุขถ้าคิดต่อจีดีพี (GDP) ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ซึ่งน้อยกว่านานาอารยะประเทศ แต่เราก็สามารถจะต่อสู้โควิด (COVID) เป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ที่ดีมาก ในระดับโลก ซึ่งการจัดสรรทรัพยากรมนุษย์ตามสัดส่วนของคนและของพื้นที่ของงบประมาณ ต่าง ๆ ก็อยากจะบอกว่าท่านต้องลดส่วนกลางลงแล้วก็เพิ่มพื้นที่ส่วนบริการมากขึ้น ผมยกตัวอย่างกระทรวงศึกษาธิการนะครับ บุคลากรที่ไม่ได้สอนนักศึกษาไม่ได้สอนนักเรียน ควรจะต้องน้อยกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้น บุคลากรครูผู้สอนนี้ต้อง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงต้องเล็กลง มีคนบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขประเทศไทยนี่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมก็เชื่อว่างบในส่วนกลางมันใหญ่ เกินไป ท่านต้องลดคนลง ท่านต้องมีเคพีไอ (KPI) ผู้ตรวจราชการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเต็มกรม เต็มกระทรวงไปหมด ซึ่งถ้าท่านลดตัวนี้ลงท่านก็มีเงินที่จะไปใช้ในโรงเรียน ในพื้นที่ให้มี คุณภาพมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขก็เช่นกัน ถ้าท่านลดขนาดของกระทรวงลงท่านก็ สามารถไปเพิ่มพื้นที่เพิ่มงบประมาณให้โรงพยาบาลที่ดูแลประชาชน คงไม่มีปัญหาเรื่อง นอนระเบียง เตียงเต็ม ซึ่งในต่างจังหวัดไม่มีนะครับ กรุงเทพฯ มีเตียงเต็มนะครับ แต่ผมบอก ท่านเลยครับ ผมเป็นหมออยู่ต่างจังหวัดนี่ไม่มีคำว่าเตียงเต็ม คนไข้มาผมต้องรับ ไม่มีเตียงผมก็ให้นอนระเบียง นอนในเตียงเข็นคนไข้ก็ยังมี นี่คือความรับผิดชอบของแพทย์ ที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งสิ่งที่ท่านต้องลดขนาดกระทรวงเพื่อจะเอาเงินและเอาคนไปเพิ่มในส่วนของ พื้นที่บริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล รพ.สต. ที่ให้ได้มาตรฐานมากขึ้น

อีกประการหนึ่งในการจะทำให้ในส่วนของพื้นที่ดีขึ้นก็คือการส่งเสริม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระเบียบต่าง ๆ ที่จะมีขึ้นก็อยากให้ท่านให้ระเบียบให้ทำงานง่ายขึ้น ผมเคยมีตัวอย่างเรื่องของวัคซีนพิษสุนัขบ้าท่านก็คงได้ยิน กว่าจะแก้ไขปัญหาวัคซีนสุนัขบ้า ให้เสร็จใช้เวลา ๑ ปีกว่าจะแก้ระเบียบเสร็จ ซึ่งตอนนั้นเป็นความเสี่ยงของคนในพื้นที่ว่า มีโรคสุนัขบ้าระบาดแต่ฉีดวัคซีนให้ไม่ได้ เพราะกลัวว่านักการเมืองจะไปหาเสียง ซึ่งตรรกะ มันผิดไป ก็นำเรียนท่านประธาน สรุปก็คือ ๑. ท่านต้องปรับภารกิจโครงสร้างเพื่อลด ความเหลื่อมล้ำกระจายคน กระจายงบประมาณ แล้วก็มีแผนที่ชัดเจนที่จะลดส่วนกลาง เพิ่มส่วนพื้นที่ให้มากขึ้น ก็หวังว่า ก.พ.ร. จะเป็นหัวใจในการพัฒนาระบบราชการของเรา ต่อไปครับ ขอบคุณครับ