อนุรักษ์ บุญศล หารือเรื่องความท้าทายของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่จะเปลี่ยนแนวคิดและค่านิยมของรัฐบาลให้เหมาะสมกับประชาชน และเรียกร้องให้ระบบราชการไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสและไม่ยุติธรรม และฝากประธานสภาไปถึง ก.พ.ร.
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สักครู่ก่อนที่ดิฉันจะลุกขึ้นอภิปราย ดิฉันดูเฟซบุ๊ก (Facebook) ค่ะ ท่านประธานคะ เห็นข้าราชการชั้นผู้น้อยคนหนึ่ง ในตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน โพสต์ (Post) ว่าวันนี้รับใช้ประชาชน เพราะเงินเดือน ทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษีของประชาชน รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวค่ะ ทีนี้มันเป็นความท้าทายของ ก.พ.ร. ว่าจะนำกระบวนทัพของระบบราชการที่ใหญ่มาก ๆ ในประเทศไทยประสบความสำเร็จหรือไม่ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าความท้าทาย ของ ก.พ.ร. ที่จะเปลี่ยนแนวคิดสิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยงได้อย่างไร ถ้าเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนค่านิยมตรงนี้ได้ ข้าราชการทุกคนบอกว่าจะรับใช้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ ในประเทศไทยจะไม่เกิดขึ้นเลย ดิฉันต้องกล่าวอย่างนั้น โดยเฉพาะในเดือนกันยายนนี้ข้าราชการเกษียณ ข้าราชการเกษียณเวลาขึ้นป้ายข้างหลัง หลายคนขึ้นป้ายอย่างสง่างาม แต่ว่าถ้าจะมีใครสักกี่คนที่กล้าขึ้นป้ายว่า บางครั้งขึ้นป้าย อย่างนี้เลยว่าขึ้นสูงสุดก็คืนสู่สามัญในวันเกษียณ แล้วตลอดระยะเวลาเกือบ ๔๐ ปี ที่รับราชการไม่คืนสู่สามัญสักวันเลยหรือคะ นั่นเป็นแนวคิด แนวคิดนี้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเขียนไว้ว่าโคลนติดล้อเมื่อพสกนิกรของพระองค์อยากเป็น เสมียน โคลนติดล้อนะคะ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ ถึงปัจจุบันนี้ ก.พ.ร. ก็เลยเป็นความท้าทาย ที่ดิฉันบอกว่าสามารถที่จะนำระบบอันยิ่งใหญ่นี้สู่การรับใช้ประชาชนได้หรือไม่ ดิฉันอยากให้ เขียนว่าข้าราชการทุกระดับซี มีใจรับใช้ประชาชน แค่นี้ประชาชนก็ดีใจจนที่สุดถึงที่สุดแล้ว ที่ ก.พ.ร. ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ถ้าเปลี่ยนแนวคิดแค่นี้ได้เราจะลดความเหลื่อมล้ำ เราจะลด ความขัดแย้งของคนในประเทศทั้ง ๗๐ ล้านคนได้ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงข้าราชการ ก.พ.ร. ที่อยู่บนบัลลังก์ว่าข้าราชการของเรา ๒ ล้านกว่าคนต่อ ประชากรทั้งรวยและจน ๗๐ ล้านคน หมายความว่าข้าราชการ ๑ คน สามารถดูแล ประชาชนได้ ๓๑ คนเท่านั้นเอง ๑ คนต่อ ๓๑ คน คูณสิคะจะ ๗๑ ล้านคน ตอนนี้เราไม่ถึง ๒,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วใย ก.พ.ร. จึงให้พี่น้องประชาชนเรียกร้อง ร้องเรียน ร้องทุกข์ ร้องความยากลำบาก ร้องความเหลื่อมล้ำ ร้องความไม่เป็นธรรมอยู่เต็มประเทศ เพราะอะไร เพราะสิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง นี่คือความท้าทายของ ก.พ.ร. ดิฉันฝากด้วยว่า เราจะต้องขับเคลื่อนระบบรัฐราชการเพื่อให้พี่น้องประชาชนนั้นได้อุ่นใจ ดิฉันได้รับข้อความ จากเมสเซนเจอร์ (Messenger) ในอำเภอบ้านม่วง ไม่ใช่เขตเลือกตั้งของดิฉันนะคะ เขาบอกว่า คุณครูใจดีที่สุดแล้วสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ ดิฉันบอกว่าดิฉันไม่ใช่เทวี มีปาฏิหาริย์ไม่สามารถจะช่วยทุกคนได้ เขาบอกว่าบ้านเขาถูกยิงที่อำเภอบ้านม่วง ๑๕ นัด เขากลัวว่าเขาเป็นคนยากจน ข้าราชการในนั้นจะเข้าข้างคนร่ำรวย นี่คือวิธีคิดจากรุ่นสู่รุ่น กี่ปีมาแล้ว ก็เลยให้ความท้าทายนี้แด่ ก.พ.ร. ด้วยความรักค่ะ ระบบราชการไทยยังมีปัญหา อีกหลายประการเลยทีเดียว ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม สภาพปัญหาของระบบราชการไทยดังนี้ค่ะ ปัญหา ด้านโครงสร้างใหญ่เกินไปไหมคะ ซ้ำซ้อน เรื่องน้ำดิฉันร้องขอฝายชะลอน้ำแค่ไม่กี่สิบล้านบาท ไม่เกิน ๓๐ ล้านบาท ท่านเชื่อไหมว่าน้ำอยู่ทุกที่ทุกกระทรวง ก็ไม่ทราบว่าใครจะทำเรื่องนี้ อะไรอย่างไร ซ้ำซ้อนกันไปหมด อยากจะให้รวมว่าใครจะดูแลเรื่องน้ำ เพราะว่าอีสานนั้นแล้ง ๗ เดือน แล้งแล้วต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อมาเป็นแรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อันนี้ปัญหา โครงสร้าง
ปัญหาต่อไปปัญหาการบริหารงาน การบริหารงานของระบบราชการไม่มี ความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรมและตรวจสอบไม่ได้ เพราะว่ามีการแทรกแซงอยู่ตลอดเวลา ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร
ต่อไปปัญหาระบบบริหารงานบุคคลและบุคลากร เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ แต่ละหน่วยงานแท่งเงินเดือนเท่ากันไหม บางหน่วยงานผู้บริหารเงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาทนะคะ ส.ส. เงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดนว่าแล้วว่าอีก ๆ แต่จริง ๆ ผู้บริหารบางหน่วยงาน ๓๐๐,๐๐๐ บาทเลยทีเดียวค่ะ อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปถึง ก.พ.ร. ด้วยความรักและเคารพในระบบบริหารราชการแผ่นดินค่ะ เป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ