จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ วิพากษ์การถอยหลังของระบบราชการที่ขาดการปฏิรูปอย่างแท้จริง ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และเรียกร้องการกระจายอำนาจ พร้อมตั้งคำถามต่อวัฒนธรรมการยอมรับข้าราชการในฐานะผู้มีอำนาจเหนือประชาชนแทนที่จะเป็นผู้รับใช้.
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมอ่านรายงานฉบับนี้ทุกตัวหนังสือครับ จริง ๆ แล้วผมเตรียมเนื้อหาอภิปรายไว้เยอะมาก โดยเฉพาะความเห็นต่อรายงานฉบับนี้ แต่ว่าด้วยเวลาอันจำกัดผมจะพยายามสรุปเลยนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ก็ได้พูดไปหลายประเด็นแล้ว ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธานครับที่บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระ ในการมาชี้แจงให้พวกเราได้แสดงความคิดเห็น เพราะว่าประเทศไทยทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ใช้อำนาจผ่านระบบราชการ ใช้ข้าราชการไปกดขี่พี่น้องประชาชน ลิดลอน สิทธิพวกเขาด้วยกฎหมายที่พวกเขาเขียนขึ้นมา ต้องบอกว่าที่ผ่านมาพัฒนาการปฏิรูป ระบบราชการเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนดให้มีการ ปรับปรุงหน่วยงานราชการให้ดูเป็นพับลิก เซอร์แวนต์ (Public servant) มากขึ้น ช่วงนั้น เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีครับ แต่ว่าตอนนี้มันกลับถอยหลังกันเป็นคนละเรื่องเลย ข้าราชการตอนนี้เข้าเกียร์อาร์ (Gear R) แล้วเหยียบสุดเลยครับ กลับไปแย่กว่าตอนก่อนที่จะมี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เสียอีก การปรับโครงสร้างควรจะเป็นการปรับที่เป็นการปฏิรูป จริง ๆ ครับ ควรต้องกระจายอำนาจให้หน่วยงานรัฐด้วย หากทุกอย่างยังต้องการผู้บริหารระดับสูงมาเซ็นอยู่ก็เป็นเรื่องยากที่จะต้องปฏิบัติให้ออกมา ที่ประชาชนพอใจ ทุกวันนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ กลับไปแข็งตัวไม่ได้ยืดหยุ่นเหมือนที่พูด ในรายงานเลย ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อประชาชนเป็นสำคัญ มุ่งช่วงชิงผลงานกันเอง เมื่อประชาชนเดือดร้อนแทนที่จะรีบจัดการทันทีก็ไม่ทำ ต้องรอให้พรรคฝ่ายค้าน รอให้ประชาชน สื่อมวลชนมาคอยดันหลังอยู่ตลอดเวลาถึงจะก้าวไปทีละก้าวแบบที่ว่าได้ครับ แต่โครงการที่มันเอื้อประโยชน์กันมันรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ซุกซ่อนแอบเจรจา ในรายงาน บอกว่ารัฐบาล ๔.๐ ต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดวิธีการให้ประชาชนไว้ใจ ให้ความจริงกับประชาชน แต่ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมอยู่ในรายงานฉบับนี้เลย ผมอ่านรายงานฉบับนี้ทั้งฉบับ เหมือนเดิมเลยครับเหมือนกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ไม่มีประชาชนอยู่ในนี้ ไม่มีประชาชน มีส่วนร่วมเลยในนี้ ต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางของท่านที่จะปฏิรูปราชการแบบนี้ ท่านให้หน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่งมาปฏิรูปหน่วยงานราชการทั้งหมด ผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเหมือนกับการประเมินของท่าน ท่านเพิ่มการประเมินจำนวนครั้งขึ้นมาปีละ ๒ ครั้ง ผมว่า ท่านประเมินปีละ ๒๐ ครั้ง ก็ไม่สามารถวัดประสิทธิภาพได้ ท่านให้นายอำเภอมาประเมิน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ท่านให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประเมินเจ้านายตัวเองมันเป็นไปได้หรือครับ ท่านมีหลักประกันอะไรไปประกันเขาว่าเขาจะไม่โดนย้าย เขาจะไม่โดนลดขั้น เขาจะไม่โดน แป้กไว้ ผมคิดว่าต้นตอที่ระบบราชการถดถอยมันเกิดมาจากการใช้อำนาจและความรุนแรง ในการทำปฏิวัติรัฐประหาร มันนำประเทศมาสู่ยุคที่ความกลัวมันปกคลุมไปทั่วประเทศ ผู้นำมีอำนาจแค่ไม่กี่คนในประเทศนี้ที่ใช้ดุลยพินิจของตัวเอง ให้คุณให้โทษกับใครก็ได้ กำหนดชะตาชีวิตของใครก็ได้ อำนาจที่มันเต็มไปด้วยความยุติธรรมเหล่านี้มันถูกใช้ ผ่านข้าราชการมาถึงประชาชน เมื่อสักครู่นี้ท่านสุพิศาลพูดถึงข้าราชการตำรวจ ผมในฐานะที่ เป็นลูกตำรวจชั้นประทวนคนหนึ่ง ผมมีความทรงจำที่ดีกับตำรวจไทยมากสมัยก่อน ตำรวจไทยให้ความสำคัญกับอนุสาวรีย์ที่เรียกว่าอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือที่เรา รู้จักกันว่าอนุสาวรีย์อุ้มเด็ก มันแสดงถึงความภาคภูมิใจที่ได้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้กับ ประชาชน ไม่น่าเชื่อว่าภาพอนุสาวรีย์อุ้มเด็กที่เราเห็นหน้าโรงพักสมัยก่อนตอนนี้เราเห็น ในทีวี (TV) แล้วครับ แล้วไม่ใช่ภาพถ่ายด้วยเป็นเหตุการณ์จริงอุ้มกันจริง ๆ ขึ้นรถจริง ๆ เลย นี่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพโดยการใช้อำนาจจากคำสั่งของเจ้านาย จริง ๆ แล้วหน้าที่ ข้าราชการคือการรับใช้ประชาชนครับ เมื่อครู่นี้หลายท่านก็พูดไปแล้ว เงินภาษีที่เอามา ขับเคลื่อนหน่วยงานราชการมาจากการทำงานอย่างหนักของประชาชน ประชาชนทำให้เรา มีเงินมาใช้พัฒนาประเทศ ซึ่งนั่นก็หมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนด้วย จะให้พูด เข้าใจง่าย ๆ ก็คือประชาชนเป็นเจ้านายข้าราชการ แต่สังคมไทยที่ผ่านมาผมเชื่อว่า หลายท่านเคยได้ยินหรือได้เห็นคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ที่บอกกับลูกว่าตั้งใจเรียนนะลูก โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มันผิดเพี้ยนไหมครับ มันกลับตาลปัตรไหมครับ ทั้ง ๆ ที่เขา ก็หวังให้ลูกเป็นข้าราชการ ทำไมล่ะครับ ทำไมความคิดของประชาชนทั่วไปถึงมองว่า ข้าราชการเป็นเจ้าคนนายคน ทั้ง ๆ ที่ความรับผิดชอบของเขาคือการรับใช้ประชาชน เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอะไรครับ มันสะท้อนให้เห็นถึงระบบชนชั้นศักดินาที่ดูเหมือนจะเป็น ค่านิยมและวัฒนธรรมของประเทศเรา แน่นอนครับท่านต้องปรับมายด์เซ็ต (Mindset) ด่วนเลย ไม่แปลกเลยที่รายงานฉบับนี้ยังคงเป็นรายงานที่ไม่มีคำว่าประชาชนอยู่ในนี้เลย เราปล่อยให้สังคมมันผิดเพี้ยนแบบนี้กันมานานขนาดนี้ได้อย่างไร สังคมที่ข้าราชการคิดว่า ตัวเองเป็นเจ้านายประชาชน ถืออำนาจจะลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนเมื่อไรก็ได้ ท่านรู้ไหมครับต่างจังหวัดประชาชนที่ไม่รู้กฎหมายถูกข้าราชการข่มขู่อ้างกฎหมายมั่ว ๆ ขึ้นมา ผมประสบด้วยตัวเองหลายครั้งจากที่เคยทำงานต่างจังหวัดมา ระบบโครงสร้าง ผิดเพี้ยนดูเหมือนข้าราชการส่วนใหญ่จะทำงานแค่ตามภาระหน้าที่ที่เขียนไว้ในกฎหมาย นอกเหนือจากนั้นไม่ทำเลย ท่านประธานเคยเห็นสติกเกอร์ (Sticker) ที่ติดอยู่ท้ายรถไหมรับ ที่ติดคำว่าสูงที่สุดของชีวิตราชการคือการทดแทนคุณแผ่นดิน ผมสงสัยมาตั้งแต่เด็กว่า ความหมายของมันคืออะไร ผมสงสัยว่าแผ่นดินที่ว่านี้สรรพากรเคยเรียกเก็บภาษีจากเขาได้ไหม นี่เป็นคำนามธรรมที่ตรรกวิบัติที่สุด ดูเหมือนข้าราชการไทยลืมไปแล้วว่าผลประโยชน์จริง ๆ ของข้าราชการมาด้วยเงินเดือน สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ทั้งหลายมาจากภาษีประชาชน ด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่ได้พูดถึงข้าราชการไทยทุกคน ผมเชื่อว่ามีข้าราชการหลายคน ที่ยึดมั่นในหลักการแล้วก็ภูมิใจที่ได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน แต่หลายคนก็ยอมขัดคำสั่งนายเพื่อความถูกต้อง อันนี้ผมเคารพนับถือจริง ๆ แต่อย่าถาม ว่าเขาชื่ออะไร เขาเป็นใคร เพราะว่าผมจะกลับไปชื่นชมเขา เขาก็ถูกย้ายไปแล้ว ประชาชน ที่เดือดร้อนไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ไม่เคยได้รับการแก้ปัญหาง่าย ๆ ครับ พวกเขาต้องวิ่ง ถือเอกสารไปทุกหน่วยงานทั่วประเทศไทย ปัดความรับผิดชอบกัน หาเจ้าภาพไม่เจอ จนสุดท้ายเขาได้รับผลกระทบนั้นไปแล้วเขายังไม่รู้เลยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ ผมไม่ได้พูดถึงประชาชนทั่ว ๆ ไปนะครับ ผมกำลังพูดถึงข้าราชการเองด้วยที่การประเมินผล ตอนสิ้นปีจะเลื่อนขั้นไม่เลื่อนขั้น ไม่มีผลเลยครับ ทุกอย่างอยู่ที่คำสั่งนาย แล้วประชาชน ที่ผมพูดถึง พวกที่ได้ผลประโยชน์อย่างเร่งด่วน พวกที่ข้าราชการรีบทำงานให้ทันที เป็นประชาชนที่เราเรียกว่าวีไอพี (VIP) พวกที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ไม่จำเป็นต้องถ่ายเอกสาร มาเซ็นรับรองถูกต้อง โทรศัพท์กริ๊งเดียวข้าราชการก็ทำให้ทันที ไม่ใช่ประชาชนนะครับ ที่ต้องเจอปัญหานี้อย่างเดียว จริง ๆ ข้าราชการก็เจอเหมือนกันอย่างที่ผมบอกไปแล้ว ให้ทายว่าวันไหนคือวันที่หน่วยงานราชการในต่างจังหวัดทำงานกันยุ่งที่สุดเลย วันที่ทิ้งงานที่ต้องทำให้ประชาชนแล้วก็มาจัดการงานตรงหน้า วัน ครม. สัญจรครับ การประจบเอาใจนายยังเป็นสิ่งสำคัญในประเทศไทยอยู่ นี่เป็นปัญหาการบริหารบุคคล ที่เป็นระบบอุปถัมภ์ ไม่ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ เน้นความเป็นพวกพ้อง ไม่เปิดโอกาส เท่าเทียมให้กับคนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ มันไปบิดเบือนหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่แท้จริงของการทำหน้าที่เป็นข้าราชการ การทำหน้าที่เพื่อประชาชนมันกลายเป็น การทำงานเพื่อรับใช้บุคคลหรือกลุ่มคนที่มีอำนาจ คนที่ให้คุณให้โทษกับเขาได้ พวกที่มีอิทธิพลทางการเมือง พวกที่มีเงินมากกว่าคนอื่น สุดท้ายแล้วคนที่เดือดร้อน คือพี่น้องประชาชน แต่คนที่ได้ผลประโยชน์กลับเป็นกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศนี้ มันจะผิดไหมถ้าผมจะพูดว่าประชาชนทนตรากตรำทำงานทุกวันนี้เพื่อรับใช้ผู้มีอิทธิพล ก็ในเมื่อเงินที่เอาไปบำรุงข้าราชการสุดท้ายแล้วเขาทำประโยชน์ให้กับกลุ่มคนเล็ก ๆ กลุ่มนี้ สรุปแล้วเราเลิกทาสไปแล้วจริง ๆ หรือครับประเทศของเรา เราปล่อยให้ประเทศชาติเป็นแบบนี้ ต่อไปไม่ได้จริง ๆ มันถึงเวลาต้องยกเครื่องประเทศนี้แล้ว ผมขอเสนอทางแก้ปัญหา ทางแก้ปัญหาที่แท้จริงไปถึงต้นตอของปัญหาจริง ๆ ผมขอเสนอให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่าง เร่งด่วนและนั่นเป็นทางออกเดียวของประเทศไทยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ