จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิพากษ์ปัญหาระบบราชการไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ยังคงมีวัฒนธรรมการทำงานแบบเจ้านาย ขาดความร่วมมือและประสิทธิภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงระบบอุปถัมภ์ การประเมินที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ต่อเนื่อง และการผลักภาระความรับผิดชอบ จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบราชการอย่างเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการรับใช้ประชาชน เสริมสร้างความสามัคคี การบูรณาการ และการพัฒนาข้าราชการอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านที่ช่วยกันพัฒนาระบบราชการไทย ท่านประธานครับ ผมพยายามอ่าน หนังสือเล่มนี้ แต่ก็เป็นหนังสือที่ปรากฏอยู่ทั่วไปมาหลายปีแล้ว ก็มีเพิ่มเติมบ้าง แต่ว่าผมอยากจะเอาความจริงมาพูดให้กับท่านคณะกรรมการบนบัลลังก์นะครับ ถ้าท่าน ฟังผมแล้วเป็นประโยชน์ท่านนำไปใช้ ท่านประธานผมอาจจะใช้เวลาเลยไปเพราะผมเขียนไป ๑๐ นาทีนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ข้าราชการทั้งประเทศ ฟังจิรายุแล้วห้ามหัวเราะ ห้ามยิ้ม ถ้ายิ้มหรือว่าอมยิ้มให้ยิ้มในใจเพราะว่ามันจะไปโดนใจ ข้าราชการทั้งประเทศในยุค พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เรียกกันว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ท่านประธานครับ ไปดูงานวิจัยที่เป็นความจริงของระบบราชการไทยจำนวน ไม่น้อยเลยทีเดียวเขียนกันไว้อย่างนี้ครับ นักวิชาการท่านหนึ่งก็คือคุณสุดปฐพี เวียงสี ก็เขียนไว้ น่าสนใจ เมื่อวานนี้ผมก็ไปรวบรวมมาท่านประธานครับ ได้มาเป็นบัญญัติ ๑๐ ประการ ท่านจดตามผมก็ลองดูนะครับ คำนี้เราเคยได้ยินบ่อยท่านประธานครับ ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา วันอังคารไปพบปลัด วันพุธไปพบนายอำเภอ วันพฤหัสบดีก็นอน อันนั้นเป็นเรื่องราวที่เขาเล่าขานสู่กันฟังในอดีตนะครับ แต่ผมอยากจะบอกคณะกรรมการ ชุดนี้ว่างานศึกษาของท่านใช้เงินจำนวนมหาศาล ผลเป็นอย่างไรผมไม่อาจไปต่อว่าต่อขาน ท่านได้ครับ แต่ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนและข้าราชการที่ท่านทำตัวเป็นประชาชน คนไทยและรับใช้ประชาชน ผมชื่นชมนะครับ
บัญญัติข้อที่ ๑ ท่านประธานครับ รายงานนี้น่าสนใจเขียนบอกว่าปัญหาที่ พัฒนาช้าก็เพราะว่าเขาคิดว่าเขาคือเจ้านาย การออกคำสั่งและคิดว่าประชาชนมารบกวน เป็นประเด็นสาระสำคัญที่คณะกรรมการนี้ต้องแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประเทศนี้ ไม่เชื่อท่านลองไปติดต่อ หน่วยงานราชการหลายหน่วยงานบ้างก็มีการพัฒนาไปครับ แต่โดยหลักก็ยังเหมือนเดิม เข้าไปในต้องเอามือกุมเอวไว้กุมเป้าเดินเข้าไป ท่านคะดิฉันมาต่อ บัตรประชาชนค่ะบัตรประชาชนหาย แล้วป้าทำไมมา ยังพอมีอยู่ อันนี้คือแนวคิดที่เราเรียกกันว่า ฉันเป็นเจ้านายครับ บัญญัติ ๑๐ ประการที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วมันไม่ได้มาจาก รากของความรู้สึกของข้าราชการหรอกครับ แต่มันถูกกรอบบีบบังคับให้เขาต้องเป็นเช่นนั้น หรือไม่
บัญญัติข้อที่ ๒ คำว่าตัวใครตัวมัน ตัวกูของกู ขออภัยถอนคำว่า กู ตัวฉันของฉัน ท่านประธานครับ เป็นเพราะว่าหน่วยงานราชการไม่ค่อยมีการบูรณาการกัน พอมายุค ท่าน พลเอก ประยุทธ์ นี่ก็ตั้งงบบูรณาการมา แล้วผมก็อภิปรายไปหลายครั้งว่าสุดท้ายแล้ว ก็เหมือนกับตั้งงบมาเพื่อที่จะเบิกจ่าย เอาเข้าจริง ๆ ท่านบูรณาการกันไม่ได้หรอก เพราะอะไรรู้ไหมครับ ข้าราชการหลายท่านทำตัวเป็นปัจเจกนิยมไม่สนใจความร่วมมือ แผนกนี้ก็เรื่องของฉัน ฉันไปประสานแผนกนั้นไม่ได้เดี๋ยวหัวหน้าค้อน ครั้นที่จะมีปัญญา อยากจะมีครีเอทิฟ ทิงกิง (Creative Thinking) หรือว่ามีความคิดสร้างสรรค์ ทะลึ่งไปติดต่อ อีกแผนกหนึ่งหัวหน้าแผนกเราก็มีปัญหา หลายท่านก็เริ่มอมยิ้ม ท่านประธานที่เคารพครับ พอปัจเจกนิยมเกิดขึ้นไม่สนใจความร่วมมือ แต่ประเด็นคืออะไรรู้ไหมครับ เราพูดหน่วยงาน ราชการทั้งประเทศ หนังสือที่เขาเขียนไว้ก็คือสามัคคีคือพลัง แต่เอาเข้าจริง ๆ ที่ผ่านมา หน่วยงานราชการเมื่อใดก็แล้วแต่ที่ท่านสามัคคีกันคือพังเมื่อนั้นท่านประธานครับ ผมฝากท่านในประเด็นที่ ๒ ไว้ในบัญญัติที่ ๒
บัญญัติข้อที่ ๓ คณะกรรมการชุดนี้ท่านต้องเร่งแก้ไขก็คือระบบอุปถัมภ์ค้ำชู ระบบอุปถัมภ์ค้ำชูที่ทำให้บ้านเมืองเราเป็นเช่นนี้ พอพูดถึงข้าราชการเรารู้สึกว่ามันต้อง พินอบพิเทาไปก็คือข้าพึ่งเจ้า บ่าวพึ่งนาย ละครโทรทัศน์นำเสนอในสังคมนี้มากมายนะครับ ก.พ.ร. ช่วยไปบอกสถานีโทรทัศน์ว่าเวลาทำละครช่วยทำให้ประชาชนเป็นใหญ่กว่าราชการหน่อย ไม่ใช่พอไปหาปลัดก็โหท่านปลัดรูปหล่อ มันปลูกฝังกันโดยระบบแบบนี้มาตั้งแต่โบราณ และท่านทราบไหมว่าคำนี้อยู่ในวงราชการมานานครับ ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงานครับ ท่านคณะกรรมการครับ แต่ค่าของคนนั้นอยู่ที่คนของใคร ข้าราชการเป็นแบบนี้จริง ๆ คนไหนนายรักไม่ต้องห่วงซี รูดปื๊ด รูดปื๊ด รูดปื๊ด แต่ถ้าคนไหนไม่รัก หรือว่าพูดจา ไม่ค่อยเข้าหู ทำงานไม่ค่อยรู้เรื่องไม่เข้าขา นายสั่ง ได้ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม แบบนี้ลื่นปื๊ด อันนี้คือข้อ ๓ ในบัญญัติข้อนี้
บัญญัติข้อที่ ๔ ที่ผมอยากจะรวบรวมครับ ระบบราชการไทยที่ท่านจะต้อง แก้ไขก็คือการถีบคนดีไปไกลตัวแล้วเอาคนชั่วมาใกล้ชิด อันนี้เยอะ ท่านไปสังเกตเลยครับ ระดับผู้อำนวยการกอง ระดับรองอธิบดี ระดับอธิบดี รองปลัด ปลัด คนใกล้ชิดเดินนี่ครับ ใกล้ๆ กันไม่ได้เป็นคนชั่วนะครับ เป็นคนที่รู้มือกัน เขาเรียกว่าเข้าขากัน เข้าขากันอย่างไรล่ะ รู้แม้กระทั่งเจ้านายจะดื่มวิสกี้ยี่ห้ออะไรผสมน้ำแข็งกี่ก้อน ก็อย่างนี้ล่ะครับใครชงเหล้าเก่ง มันก็ขึ้นก่อนเป็นเรื่องปกติ คณะกรรมการชุดนี้ต้องยอมรับความจริง และท่านไปเอารากของ สังคมไทยมาแก้ไขครับ นอกจากนี้ท่านประธานครับ การดูแลลูกน้องเป็นสิ่งดีนะครับ แต่ว่าการปกป้องลูกน้องจนเลยเถิดเป็นผลเสียมากกว่าในระบบราชการไทยนะครับ ท่านลอง ไปทำออบเสิร์ฟ (Observe) หรือว่าท่านไปทำวิจัยเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ คณะกรรมการ ท่านลองไปทำครับ ให้ข้าราชการระดับล่างที่เขามีโอกาสจะขึ้นแล้วไม่ได้ขึ้นได้ตอบเรื่องพวกนี้ ท่านจะเห็นเลยว่าวิธีการนอกจากเล่มที่ท่านไปตั้งคณะกรรมการ ไปวางโน่นนี่นั่น ความจริง มันคืออย่างนี้ที่เราต้องเอามาพูดกันในระบบประชาธิปไตยครับ และอีกข้อหนึ่ง ในข้อ ๔ ที่ผมบอกว่าถีบคนดีไปไกลตัวนี่ครับ ผิดกฎระเบียบไม่เป็นไร แต่ถ้าผิดใจนายเปิดกฎระเบียบ ได้ทันที เคยเจอไหมครับ ข้าราชการทั้งประเทศเคยได้ยินไหมนะครับ เจ้าหน้าที่สภา หลายท่านเคยได้ยินไหมครับ
บัญญัติข้อที่ ๕ ความยั่งยืนของแปลงผักชี ผักชีโรยหน้าเห็นไหมครับ ผมไม่ชอบ กินผักชี ร้านอาหารที่นี่ชอบใส่ผักชีผมบอกไม่เอาผมไม่กินไม่ต้องมาโรยให้เปลืองสตางค์ ระบบราชการไทยก็ใช้วิธีการทำงานแบบฉาบฉวยครับ ไม่คำนึงถึงระยะยาว อันนี้ท่านต้อง ให้คุณให้โทษเขียนให้มันเป็นแผนแม่บทเลยครับว่า ก.พ.ร. เวลาใครทำงานแบบวางแผน ระยะยาวจะต้องแก้ไขแบบไหน อย่างไร
บัญญัติข้อที่ ๖ ปัดความรับผิดชอบ ยึดติดแต่ความชอบ โทษกันไปโทษกันมา แต่พอหน่วยงานไหนได้รางวัลปุ๊บโอ๊ยฉันเกี่ยว หนูเกี่ยวด้วยค่ะคุณพี่ขา เป็นอย่างนี้จริง ๆ เพราะอะไรครับ ระบบรางวัล ระบบการให้คุณไม่ค่อยมีครับ ระบบสร้างความกล้าให้กับ ข้าราชการไทยน้อยมากครับ
บัญญัติข้อที่ ๗ ไม่ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ เขาเปรียบว่าข้าราชการมันคือเลื่อย ท่านเก่งกว่าคนทั่วไปผมเรียนตรงไปตรงมาครับ ผมไม่เคยสอบราชการได้เลย ผมจบ มหาวิทยาลัยมา ผมปัญญาไม่ถึงอ่านหนังสือแล้วโอ้โฮไปแข่งกับคนเก่ง ๆ เขาไม่ได้หรอก คนที่เป็นข้าราชการไทยส่วนใหญ่เป็นคนเก่งนะครับถ้าเปรียบเทียบกันในเชิงมหาวิทยาลัย พ่อแม่สมัยก่อนลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยก็อยากจะให้สอบราชการ พอเห็นลูกหัวไม่ค่อยดี ลูกอย่าไปแข่งกับเขาเลยแข่งกับเขาไม่ได้ เห็นไหมครับต้นทางมานี่เก่งหมดครับ หมายถึง เลื่อยที่มันคมครับ แต่อยู่ไปอยู่นานเลื่อยมันเริ่มจะฝืด ก.พ.ร. ต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ผมยกตัวอย่างเช่นบางคนพอใจที่ตัวเองพอเพียงที่เพียงพอของตัวเองมี เดี๋ยวซี (C) มันก็ ค่อย ๆ ขยับ เงินเดือนมันก็ไปตามขั้น เบี้ยเลี้ยงมันก็เท่ากัน คิดมากก็ทำมาก เวลาประชุม ก็ต้องนั่งนิ่ง ๆ อยู่มุมห้อง พูดเสนออะไรขึ้นมาเดี๋ยวเจ้านายใช้ โอกาสเสี่ยงก็สูง ผิดก็มาก ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยัง ก.พ.ร. ครับ ข้อ ๗ แล้วนะครับ มีแค่ ๑๐ ข้อ อีก ๓ ข้อ ประธานครับ พอรู้เยอะก็โดนใช้เยอะ ขาดการพัฒนาเรียนรู้ และท่านประธานนึกภาพต่อไปครับ ระดับพนักงาน ระดับเจ้าหน้าที่ขึ้นไปเป็นผู้อำนวยการ ขึ้นไปเป็นปลัด ไม่มีความรู้ ความสามารถก็สั่งแบบมั่ว ๆ ซึ่งก็มีเยอะนะครับ อันนี้ท่านลองดู ข้อ ๗ ผมแล้วท่านเอาไปทำ
บัญญัติข้อที่ ๘ ผมว่ามาจากสามัญสำนึกตั้งแต่เริ่มเข้าไปในโรงเรียนครับ ทำไมเวลาผมเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยรุ่นพี่รับน้องเขาจะสอนเลยครับ เนเจอร์ (Nature) ของผม เป็นเด็กเจซี (JC) น้องต้องเป็นอย่างนี้ พฤติกรรมเป็นอย่างนี้ ผมจะบอกบัญญัติข้อที่ ๘ ครับ คำว่าบุญหนักศักดิ์ใหญ่ มันไม่ผิดหรอกครับ เวลาท่านแต่งเครื่องแบบราชการแล้วนี่มันเจ๋ง มันดูเท่ห์ เชื่อไหมครับผมเคยถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่ใส่ชุดสีกากีผมถามว่า ไปตัดที่ไหนอยากลองใส่บ้าง แต่ไม่รู้จะไปใส่ที่ไหนท่านประธานครับ เพราะพอใส่ปุ๊บ ชาวบ้านจะมองว่าอ้ายนี่มันมีบุญ มันมีศักดิ์ มันมียศ มันมีโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด ผมจึงบอก ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้าตราบใดที่ ก.พ.ร. ยังไม่ได้ขัดเกลาตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่ตอนที่ เขาไปสอบ ก.พ.ร. คณะกรรมการข้าราชการของท่านนี่ และให้มองว่าเขาเป็นชนชั้นปกครอง และเขาเป็นแค่ประชาชน เหมือนพนักงานบริษัทท่านประธานครับ ผมทำงานบริษัทเอกชน มาโดยตลอดนะครับ ผมไปนั่งตัวลีบ ๆ ในห้องประชุมไม่ได้นะท่านประธานครับ เขาบอก จิรายุโง่หรือนั่งไม่เสนออะไรเลยหรือ เปลืองแอร์ (Air-conditioned) บางคนมาประชุม ไม่พูดอะไร เอ็มดี (MD) ผมบอกไหวไหมนี่ เอาน้ำขิงสักถ้วยไหมไอ้ทิด พูดอย่างนี้เลยนะครับ แต่ราชการไม่ได้ครับต้องนั่งเรียบ ๆ นิ่ง ๆ อยู่มุมห้องตัวลีบ ๆ เดี๋ยวหัวหน้ามองส่ายตามา เดี๋ยวโดนถามตกใจ ท่านประธานครับ เพราะลูกน้องแต่ละคนมีเจ้านายซึ่งมีเงื่อนไข บุญหนัก ศักดิ์ใหญ่ก็ไม่กล้าเข้าไปพบครับ จะเคาะประตูเข้าไปทั้งทีก็มีปัญหาครับ