สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

มานพ คีรีภูวดล หารือเรื่องการพัฒนาระบบราชการไทย โดยเสนอให้ลดอำนาจของส่วนกลาง และให้ท้องถิ่นมีอำนาจมากขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันสมัย

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ผมต้องขอบคุณข้าราชการ ที่มีความตั้งใจที่จะปฏิรูปองค์กรแล้วก็พัฒนาองค์กรที่จะตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชน ตอบโจทย์ที่จะไปในทิศทางข้างหน้าให้เท่าทันโลก ท่านประธานครับ ผมคิดว่าในประเด็นที่ ผมจะเสนอแนะให้กับการปฏิรูประบบราชการ ในหัวข้อที่ ๑.๔ เรื่องทิศทางการพัฒนา ระบบราชการไทย ซึ่งยังไม่มีเนื้อหาในตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นโอกาสของทีมงานของคณะกรรมการ ที่จะกลับไปพิจารณาเพื่อที่จะเห็นเนื้อหาในรายงานครั้งต่อไป ในทิศทางการพัฒนา ระบบราชการไทยผมเข้าใจว่าทิศทางได้เขียนไว้ดีมากเลยครับท่านประธาน เช่น ภาครัฐ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการและให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใสและเป็นธรรม ภาครัฐบริหารแบบบูรณาการโดยเชื่อมโยงการพัฒนาทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ ทุกพื้นที่ ภาครัฐมีขนาดเหมาะสมกับภารกิจ ส่งเสริมให้ประชาชน และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ภาครัฐมีวิธีการทำงานที่ทันสมัย ภาครัฐ มีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าทั้ง ๕ ประเด็นนี้คือทางหน่วยงานได้ออกแบบไว้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในหัวข้อทั้ง ๕ ข้อ ที่นี้ผมอยากจะเสนอแนะในข้อที่ ๓ ครับ ท่านประธานครับ ในข้อที่ ๓ ที่พูดถึงเรื่องรัฐมีขนาดที่เหมาะสมกับการภารกิจส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการพัฒนา ส่วนราชการก็มีอยู่แค่ ๓ ส่วน ก็คือมีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และ ส่วนท้องถิ่น อันนี้เป็นเรื่องจำเป็น ผมเข้าใจว่าครั้งต่อไปในสิ่งที่จะต้องเห็นเรื่องนี้ถ้าจะพัฒนา เรื่องนี้ ข้อเสนอในแง่ของการปรับโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงหรือการเสนอให้มี อำนาจของแต่ละส่วนมีอำนาจขนาดไหน อันนี้ต้องเกี่ยวข้องเรื่องกฎหมายท่านประธานครับ ข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาชุดนี้จะต้องเสนอให้เห็นว่าการพัฒนาตรงนี้ที่มันจะ ไม่ซับซ้อน บทบาทภารกิจที่ควรจะเกิดขึ้นของแต่ละส่วน ที่ผ่านมามันซับซ้อนนะครับ มันซ้อนทับกันจนไม่รู้ว่าเป็นอำนาจของใคร ส่วนกลางก็ลงไปทำงานพื้นที่ก็มี ส่วนภูมิภาค กับส่วนกลางแทบแยกกันไม่ออก ข้อเสนอของผมอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ก็คือว่า อันที่ ๑ ผมคิดว่ามันต้องเท่าทันและแก้ปัญหาได้ทันที อันนี้เป็นระบบราชการที่ควรจะเกิดขึ้น เท่าทันแก้ปัญหาได้ทันที มีขนาดเล็กแต่ว่ามีความรวดเร็วแล้วก็เก่ง มีขีดความสามารถ ที่ชัดเจน และที่สำคัญก็คือว่าเราจะต้องเพิ่มศักยภาพให้กับบุคลากรข้าราชการที่มีอยู่ อันนี้คือ ๓ ประเด็นที่ผมคิด ผมอยากจะเห็นทิศทางการพัฒนาระบบราชการไทย ทีนี้ในจินตนาภาพของผมท่านประธานครับ ส่วนกลางผมอยากให้ทำแค่ ๓ เรื่อง ๔ เรื่อง เพราะว่าถ้าดูจากต่างประเทศหรือว่าประเทศที่เขาเดินไปข้างหน้า แล้วก็ให้ท้องถิ่น มีศักยภาพเติบโต ส่วนกลางนี่ข้อเสนอของผมควรจะทำแค่ ๔ เรื่อง อันที่ ๑ คือความมั่นคง และการทหาร อันนี้ก็ยังเป็นอำนาจของภารกิจของทหารอยู่นะครับ ส่วนกลางควรจะทำเรื่อง การต่างประเทศ เพราะว่าเราต้องติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ส่วนกลางควรจะต้องดู เรื่องของระบบศาลและยุติธรรม ส่วนกลางต้องดูเรื่องของระบบเงิน เงินตรา ซึ่งทั้งประเทศ ต้องใช้เงินตราระบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่เหลือนี้เป็นภารกิจของท้องถิ่นตั้งแต่เกิด จนตายเป็นภารกิจท้องถิ่น ยกเว้น ๔ เรื่องนี้ครับ ความมั่นคง การต่างประเทศ ระบบยุติธรรม แล้วก็ระบบเงินตรา ถ้าเราทำอย่างนี้เรามอบให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นหน่วยแบบ ระดับตำบลหรือระดับจังหวัดการแก้ปัญหาจะรวดเร็ว และที่สำคัญคือส่วนราชการ ที่เป็นฝ่ายบริหารในท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งถ้าไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา ประชาชนก็เลือกใหม่ หรือมีกระบวนการที่จะต้องขับไล่โดยผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการชุดนี้ไปดู แล้วก็ผมเข้าใจว่าในการรายงาน ครั้งต่อ ๆ ไปในหัวข้อทิศทางการพัฒนาระบบราชการใน (๓) ผมคิดว่าเนื้อหาต่าง ๆ อย่างน้อยก็คือให้เห็นหลักการว่าท่านจะไปทำเรื่องอะไรบ้าง มีระยะเวลา มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า ในระยะเวลากี่ปีหรืออาจจะเป็นพื้นที่นำร่องก็ได้ ทั้งหมดที่ผมพูดท่านประธานครับ สุดท้าย ก็คือเราไม่อยากจะให้ส่วนราชการมารวมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งผมเคยอภิปรายแล้ว ๑ เดือน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ที่เป็นวันราชการ ผู้ใหญ่บ้านและนายกไม่สามารถที่จะแยกร่างออกได้ เดี๋ยวก็มีกรมนี้มา เดี๋ยวก็กรมนี้มา มากันทั้งหมดเลย ทำไมเราไม่เอาพื้นเป็นตัวตั้งละครับ เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล เทศบาลจังหวัด วันนี้ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จะลงมาคุย เรื่องอะไรก็มาคุยพร้อมกันในวันประชุมจะได้จบทีละครั้ง ๆ ถ้าเราแยกอย่างนี้งบประมาณ ที่เราใช้จ่ายหมดไปกับการสัมมนา การเดินทางและการดูแลต่าง ๆ อันนี้เป็นข้อเสนอ เพื่อที่จะให้คณะกรรมการฝ่ายที่จะต้องไปยกร่างเพื่อพัฒนาระบบราชการไทยให้ไปตาม ในทิศทางที่ได้เขียนไว้ในข้อที่ ๓ ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ