ประเสริฐพงษ์ วิจารณ์การบริหารราชการ ชี้ขาดโปร่งใส-เรียกร้องปฏิรูปท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ วิพากษ์การบริหารราชการที่ขาดจิตสำนึกการรับใช้ประชาชน ตั้งคำถามต่อจริยธรรมของข้าราชการ ความไม่สอดคล้องของระบบประเมินผู้บริหารท้องถิ่น และการบิดเบือนหลักประชาธิปไตย โดยเฉพาะการดำเนินโครงการที่จะนะที่ขาดความโปร่งใสและกีดกันผู้ไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้ปรับโครงสร้างราชการให้ใกล้ชิดประชาชน เปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเพื่อให้ท้องถิ่นจัดการบริการสาธารณะอย่างแท้จริง และยกเลิกวิธีคิดแบบเหนือกว่าประชาชน พร้อมยกตัวอย่างปัญหาการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการให้บริการรัฐ

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายและต้องขอบคุณท่านประธานเพราะว่าพรรคก้าวไกลเราขยันจริง ๆ ทำการบ้านเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากการอภิปรายของพวกเรา ก็ไม่รังเกียจที่พรรคอื่นจะไปเสนอชื่อเพิ่มครับ ผมคิดว่าการรับทราบรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทยในปัจจุบัน ผมอ่านในเอกสารแล้วหลายอย่างตะขิดตะขวงใจมากเลย ท่านผู้มาชี้แจงอาจจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ แต่ผมคิดว่าความเป็นสำนึกของข้าราชการในการ รับใช้ประชาชน เพราะว่าท่านกินภาษีประชาชนควรจะเน้นเรื่องของประเด็นเหล่านี้ด้วย เรื่องของคำปฏิญาณตนตามระเบียบวินัยของข้าราชการ ข้าราชการหลายท่านมาอบรม ที่กรุงเทพมหานครตามที่กรมสั่ง กระทรวงสั่ง ปรากฏว่าเช้า ๆ ก็มีการปฏิญาณตนรักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกเช้า แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาฉีกรัฐธรรมนูญ ข้าราชการเหล่านั้นก็เอาตัวรอด อันนี้พูดถึงข้าราชการทั้งหมดรวมทั้งข้าราชการ ในศาลยุติธรรมด้วย การประเมินผู้บริหารท้องถิ่นผมอ่านเอกสารแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งนะครับ เขามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ๔ ปี ประชาชนเขาประเมินผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง แต่ท่านสร้างกลไกที่บิดเบี้ยว เอาผู้ว่าราชการจังหวัดไปประเมินผู้บริหารท้องถิ่น อย่างนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขาผ่านการเลือกตั้งมาทั้งจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดมีฐานะในการกำกับดูแลไม่ใช่บังคับ บัญชาครับ หรือนายอำเภอจะไปประเมินนายกเทศมนตรี จะไปประเมินนายก อบต. ไม่ได้ ท่านตั้งแบบนี้ท่านตั้งโจทย์ผิดนะครับ แปลว่าท่านไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยเลย ผมย้ำว่า ท่านไม่เข้าใจ เพราะหลายอย่างปรากฏในเอกสาร ท่านเขียนเอกสารว่าการลงพื้นที่ แหมอยู่สูงเหมือนเกินนะครับต้องลงพื้นที่ แปลว่าท่านคิดว่าการเป็นข้าราชการนี้มีศักดิ์ เหนือกว่าประชาชนตรงไหน ท่านกินภาษีประชาชน ท่านเข้าพื้นที่สิครับ ไปหาประชาชนสิครับ ท่านสูงตรงไหนท่านเป็น ซี ๙ ซี ๑๐ ซี ๑๑ แล้วท่านบอกว่าลงพื้นที่ลงไปหาประชาชน ผมรณรงค์นะครับ ข้าราชการไทยต้องยกเลิกวิธีคิดแบบนี้ แปลว่าท่านกำลังห่างจากประชาชน ในเอกสารท่านบอกว่าต้องใกล้ชิดประชาชน แต่ท่านใช้ศัพท์ที่น่าเกลียดที่สุด ผมรณรงค์ ให้ท่านยกเลิกและรายงานปีหน้าคงจะไม่เห็นรูปแบบนี้ ท่านต้องเข้าหาประชาชน อย่างพวกผมสิครับถึงความเท่าเทียม ไม่อย่างนั้นข้าราชการบางคนพอเกษียณท่านบอกว่า เกษียณแล้วครับจะได้กลับมาเป็นประชาชนคนธรรมดาเสียที ผมก็ถามว่าแล้วปัจจุบัน ไม่ใช่ประชาชนคนธรรมดาตรงไหน ท่านก็คือประชาชนคนธรรมดาต้องรับใช้ประชาชนสิครับ นี่คือความรู้สึกที่ผมรับทราบมา ก็อยากจะให้มีการแก้ไข ท่านตอบไม่ตอบก็ไม่เป็นอะไร การลดจำนวนข้าราชการลงผมยังไม่เห็นเอกสารที่ชัด หรือท่านชวนจะตอบผมก็ได้ว่า ในรูปแบบของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยนี้ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่น ในประเทศอเมริกา ในประเทศที่เขาพัฒนาแล้วคือลดจำนวนข้าราชการส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาคลงและไปเพิ่มสัดส่วนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ที่ผ่านมา ราชการส่วนกลางพยายามเขียนกฎหมายบอกว่าข้าราชการนั้นมีหลายระดับเหลือเกิน ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปแล้วผมอยากให้ท่านคิดใหม่ ประสิทธิภาพของข้าราชการส่วนภูมิภาค หรือส่วนกลางถ้าเปรียบเทียบกันแล้วปรากฏว่าหลายอย่างที่ไปรับงบประมาณ มาขอรับ งบประมาณจากส่วนกลางแต่ไปขอให้ อบต. หรือเทศบาลทำ หรือรับนโยบายจากรัฐบาล ส่วนกลาง ปรากฏว่าบางแห่งไปจัดซื้อจัดจ้าง อำเภอจัดซื้อจัดจ้างเอง แต่ไปเอาเจ้าหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาตรวจการจ้าง มาช่วยเขียนแบบ มันใช่หรือครับ มันไม่ใช่ อำนาจหน้าที่สาธารณะของราชการส่วนภูมิภาคหรือพวกอำเภอต่าง ๆ มันต้องให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะ เขาต้องจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ใช่อำเภอไปจัดซื้อจัดจ้างแล้วให้เสมียนตราอำเภอหนี เสมียนตรา อำเภอบางแห่งลาออกนะครับเพราะเขาไม่อยากเข้ามายุ่มย่ามเรื่องแบบนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ ในอดีตที่ผ่านมาตอนตั้งองค์กรบริหารส่วนตำบล นายอำเภอบางแห่งบอกว่าฎีกาการเบิกจ่าย ของ อบต. ต้องให้นายอำเภอเซ็น มีอย่างที่ไหนแค่นี้ยังคิดไม่ได้เลย ต้องปรับปรุงใหม่นะครับ เอา มาอบรมนะครับ ผมคิดว่าราชการส่วนภูมิภาคตรงนี้ต้องเอามาอบรม ต้องเอามาเรียนรู้เขาไป ไกลแล้ว

ถัดมานะครับ ท่านบอกว่าบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ท่านเน้นมากเลย แต่ว่าหลายโครงการผิดพลาด พรรคก้าวไกลเอาโครงการความผิดพลาดการทำประชาพิจารณ์ ที่หาดม่วงงาม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทำประชาพิจารณ์ในรูปแบบที่ปกปิด ไม่เปิดเผย มุบมิบกันทำ แล้วก็มีการกีดกั้น กีดกันคนที่ไม่เห็นด้วยจากโครงการเป็นต้น นี่หรือครับ การพัฒนาระบบราชการภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด ผมประเมินตรงนี้ว่าถ้าจะประเมินกันจริง ๆ หลายจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดสอบตกครับ เพราะว่าความรับผิดชอบเขาไม่ได้รับผิดชอบต่อภาคประชาชนอย่างแท้จริง เขารับผิดชอบ ต่อปลัดกระทรวง ต่อรัฐมนตรีโน่น ผมอยากให้เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาราชการ ให้ไปสู่ความเป็นสากล โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้นครับ ที่จะต้องจัดบริการ สาธารณะ แล้วก็อย่าดูหมิ่นดูแคลนข้าราชการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าท่าน จะตรากฎหมายว่าเป็นพนักงานท้องถิ่นโน่นนี่นั่น ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือน แล้วยกตัวเองว่า ตัวเองเป็นข้าราชการที่สูงส่ง ผมคิดว่ามายด์เซต (Mindset) พวกนี้ละครับที่จะต้องเปลี่ยน ในการพัฒนาระบบราชการเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ อีกอันหนึ่งเลยครับจังหวัดระนอง พี่น้องมอแกน (Mogan) บัตรหมดอายุ ต้องนั่งเรือไปกลับ แล้วรายได้เขาวันเท่าไร นั่งรถอีกครับ ทำไมอำเภอไม่เคลื่อนที่ไปหาเขา ของง่าย ๆ แบบนี้ทำไมทำกันไม่ได้ ยังมีตัวอย่างอีกเยอะครับ แต่ว่าท่านประธานบอกให้ ประหยัดเวลา ขอบคุณครับ