สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือทิศทางการพัฒนาระบบราชการไทยที่ควรเน้นความหลากหลาย ความยืดหยุ่น และการตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านแดชบอร์ดเพื่อรับฟังเสียงประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 เน้นลดการพึ่งพาภาครัฐ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น และปรับบทบาทข้าราชการสู่การเป็นบริการประชาชนตามแนวทางคอมมูนิตีโพลิซิง พร้อมตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณวิจัย 161 ล้านบาทและเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจจากรัฐสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ดูหน้าเอกสารรายงานที่รับทราบรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทย ๕ ปี ถึงปี ๒๕๖๑ ที่เขียนมา แล้วก็ดู ๑.๔ ในหน้า ๘๒ เป็นต้นมา ท่านรายงานทั้งหมดอยู่ในหน้า ๘๒-๘๓ ในทั้งหมดนี้ท่านวางเป้าหมายของทิศทางการพัฒนาไว้ ผมไม่ลอกในนี้นะครับ ผมจะพูดถึงว่าทั้งหมดนี้ถ้าอะไรที่ยังตรงประเด็นที่ผมพูดนี่ตอบนะครับ แต่ถ้าไม่ตรงประเด็นในเอกสารทั้ง ๒ หน้า ที่เป็นผลสรุป สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญการขับเคลื่อน ในการพัฒนาระบบราชการไทยควรจะมี ๑. คือรูปแบบที่พัฒนามีความหลากหลายครับ ท่านประธานครับ ฉะนั้นความหลากหลายนี้เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการยืดหยุ่น ทางสังคมไทยขณะนี้ที่มีโควิด (COVID) เกิดขึ้น แล้วก็จะต้องเป็นเรื่องของการต้องตอบสนอง ความต้องการของประชาชนครับ นั่นคือความหลากหลายที่สำคัญ สิ่งที่ท่านใช้ในงบประมาณ ปีที่แล้ว เป็นคำถามที่ ๑ ครับ โดยเฉพาะผลงานวิจัยที่ใช้งบประมาณถึง ๑๖๑ ล้านบาท ในงบที่ท่านมีอยู่ ๓๑๑ ล้านบาท ที่ได้รับจากรัฐบาล ครึ่งหนึ่งของงบที่ท่านมีเลย ท่านมีงานวิจัยกี่ตัว แล้วเอามาตกผลึกสู่การปฏิบัติในมิติไหน ในโครงสร้างของกลไกที่ท่านใช้ ลงสู่การปฏิบัติอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ ลดภาระของการสั่งการจากบนสู่ล่าง ท่านตอบในเอกสารเล่มนี้ ในหน้าที่ ๑๙๑ ถึงหน้า ๑๙๙ สรุปผลข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ผมถามว่าสรุปผล ข้อสั่งการ ไม่ใช่ครับ ต้องสรุปผลความต้องการของประชาชน ที่จากศูนย์ดำรงธรรม ที่ท่านรับอยู่นี้ ท่านตอบไปกี่ข้อครับ ท่านสนองต่อประชาชนไปเท่าไร อันนี้คำถามที่ ๒ ครับ
ประเด็นที่ ๓ คือการลดการพึ่งพาภาครัฐ ภาครัฐควรจะปลดระวางเรื่องนี้ ให้มากนะครับ แล้วก็ต้องพึ่งพาความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยเฉพาะการพึ่งพา ความเชี่ยวชาญจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี่เลิกได้แล้วครับ กลับมาสู่ภาคประชาชนครับ ท่านประธานครับ เพราะงานวิจัยต่าง ๆ มุ่งเน้นที่จะต้องเสริมสร้างพลังทางปัญญาของ ภาคประชาชนให้มาก โดยเฉพาะหยิบเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ทั้งวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม โดยเฉพาะวรรคสองที่พูดถึงเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีมาตรานี้มาตราเดียวที่เป็นคุณแก่ประชาชนครับที่ตอบรับ ฉะนั้น ก.พ.ร. ต้องหยิบตรงนี้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการรับฟังที่ ก.พ.ร. ใช้อยู่ในแดชบอร์ด (Dashboard) ในคู่มือสำหรับประชาชน ระยะที่ ๒ ผมเลยถามว่าแดชบอร์ด (Dashboard) นี้ตอบประชาชน ไปถึงไหนในระยะที่ ๒ ช่วยตอบผมด้วยครับเป็นคำถามที่ ๓ เพราะการใช้แดชบอร์ด (Dashboard) นั้นคือการต้องเอาปัญญาประดิษฐ์ ผมไม่รู้ว่าเป็นแมนวล (Manual) หรือเปล่า ขณะนี้โลกทั้งโลกเขาใช้เอไอ (AI) ปัญญาประดิษฐ์ครับท่านประธาน เพื่อมาบริดจ์ (Bridge) ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ประชาชนเข้ามาสู่ช่องทางของการสื่อสารบนโลกโซเชียล (Social) ทั้งหมด ในแดชบอร์ด (Dashboard) นี้ก็จะเป็นเรื่องของการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ การประเมินผล การใช้เลิร์นนิง (Learning) ดีป เลิร์นนิง (Deep learning) เข้ามาวิเคราะห์ ประเด็นที่ประชาชนต้องการครับ โดยเฉพาะแบ่งสัดส่วนตามเชิงภูมิประเทศหรือภูมิภาค เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน เอาศูนย์ดำรงธรรมยัดเข้าไปในแดชบอร์ด (Dashboard) แล้วตอบให้ได้ครับ นั่นคือคำถามที่ควรจะพัฒนา การวิเคราะห์ข้อมูลนั้นถือว่า สำคัญที่สุดในรัฐธรรมนูญ ย้ำครับ เครื่องมือสำคัญใน มาตรา ๗๗ คือผลสัมฤทธิ์ต้องต่อเนื่อง และอยู่ในกรอบ เพราะว่าจะต้องนำเอามาวิเคราะห์ มิใช่ไม่ตอบผลสัมฤทธิ์ที่ตั้ง เพราะในโครงสร้างนี้มีการเชื่อมผลสัมฤทธิ์ผมเห็น สวยงามมากครับ จากแผนชาติ แผนต่อเนื่องหมด แต่ต้องตอบในนี้ว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ปีหน้ารายงานฉบับนี้ก็ต้องเข้ามาอีก เพราะว่าสภาแห่งนี้ต้องรองรับการรายงาน ฉะนั้นปีหน้าจะต้องมีผลสัมฤทธิ์ของแผนทั้งหมด ที่เกิดขึ้นและวัดได้ ท่านจะเห็นว่ามีตัววัดอยู่ที่ท่านบอกผ่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีหลายบล็อก (Block) นะครับ ในหน้าที่ ๑๘๘-๑๙๘ จะเห็นว่าในเบส (Base) ต่าง ๆ ๕ เบส (Base) ของท่าน สิ่งที่ผมกังวลใจ โดยเฉพาะที่ผมถามไปแล้วในเบส (Base) ของฟังก์ชัน เบส (Function base) ในเรื่องของความสำเร็จของการปรับปรุงคู่มือ คู่มือไม่ใช่ไปวางไว้เฉย ๆ ในนี้ก็ไม่มีความสำเร็จนะครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะให้เกิดขึ้นให้มากที่สุดในเรื่องของ การพัฒนาระบบราชการ สิ่งที่สำคัญคือท่านต้องตอบทุก ๓ เดือน แล้วเอามาแก้ไขกัน สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจ ขณะนี้รัฐรวมศูนย์เป็นหัวใจสำคัญ ของรัฐบาล สิ่งสำคัญคือข้าราชการท้องถิ่นในขณะนี้มีน้อย ข้าราชการส่วนกลางมีมาก ออกกฎหมายเลยครับ โอนย้ายข้าราชการส่วนกลางกลับภูมิภาคลงสู่ท้องถิ่นตาม ความต้องการของข้าราชการเหล่านั้น เพื่ออะไรครับ เพื่อไปสร้างความเจริญในท้องถิ่น ให้มากที่สุด แล้วกลับมาใช้หลักสุดท้ายครับ หลักคอมมูนิตี โพลิซิง แอปโพรช (Community policing approach) ตำรวจใช้ครับทั้งโลก ท่านไปเปิดอากู (Google) ดูครับ กระทรวงยุติธรรมใช้เรื่องนี้ แต่ไม่ใช่เฉพาะงานตำรวจนะครับ เป็นงานของข้าราชการยกเลิกเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กลับมาสู่การตอบรับคืองานบริการประชาชน และน้อมรับคำร้องขอ ร้องทุกข์ของประชาชน มาแก้ไข นั่นคือคอมมูนิตี โพลิซิง แอปโพรช (Community policing approach) ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ