ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ หารือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดจากการพัฒนาของรัฐและมนุษย์ที่ขยายการตั้งถิ่นฐานริมชายฝั่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าโครงสร้างแข็งเช่นถนนเลียบชายทะเลกลับทำลายสิ่งแวดล้อมและชายหาดมากกว่าช่วยแก้ปัญหา จึงเสนอให้ทบทวนแนวทางการพัฒนาโดยคำนึงถึงกลไกธรรมชาติ และเรียกร้องให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผ่านการนำเสนอข้อมูลด้วยภาพประกอบในที่ประชุม
กราบเรียนทานประธาน สภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ ศรนุวัตร สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม ปัจจุบันพรรคกาวไกล ขอรวมอภิปรายการนําเสนอ ญัตติ เรื่อง ขอให ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการดําเนินการแกปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะ ชายฝั่งอยางเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งฟังชื่อแลวก็เหมือนกับเราจะตั้งโจทยไวแลววาการกัดเซาะ ชายฝั่งเกิดขึ้นจริง และเกิดขึ้นทั่วประเทศหรือไม ผมคิดวาเรานาจะลองทบทวนดูอดีตที่ผานมา วาปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถคนควาวิทยาศาสตรแที่พิสูจนแลววาโลกมีการเคลื่อนตัวของ เปลือกโลก โลกมีน้ําทะเลสูงขึ้นจริง แตในขณะเดียวกันชีวิตของมนุษยเราผมคิดวาเรามีอายุ เฉลี่ย ๘๐ ปี ถาตีเสน ๑ ลานปี เป็นเสนเทากับยาว ๑ เมตร เราอายุ ๘๐ ปี ก็คือจุด ๆ หนึ่ง บนเสนไทมไลน (Timeline) ประวัติศาสตรเทานั้น ผมเลยอยากจะตั้งคําถามทบทวน อีกสักนิดหนึ่งวาเรากําลังประทับตราวามีการกัดเซาะชายฝั่งโดยอาศัยชวงอายุของเราเป็นคน ตัดสินไดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติใชหรือไม อันที่ ๒ ผมอยากนํา ทานประธานยอนหลังไปสัก ๓๐-๔๐ ปีที่ผานมา ผมคิดวาทานประธานกับผมไดยินนิทาน เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับคนอยูทะเลชายฝั่งภาคใตบานเราวาคนที่เป็นลูกรักจะไมเคยไดรับที่ดินมรดก ริมชายฝั่งทะเล นั่นหมายความวาที่ชายฝั่งทะเลมีความเสี่ยงไมสามารถทําประโยชนใด ๆ ได เพียงแตชวงหลัง ๓๐-๔๐ ปีที่ผานมามีเรื่องของการทองเที่ยวเขามา หมายความวากระบวนการ ตั้งชุมชน ตั้งบานเรือนริมชายฝั่งทะเลในอดีตเขาจะมีภูมิปัญญาที่จะหลบคลื่น หลบลม หลบมรสุม ไปดูไดเลยในอดีต ผมคิดวาทานประธานกับผมนึกภาพออกครับ แตเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่ผานมา มีการทองเที่ยวเขามา นั่นหมายความวาที่ชายทะเลเริ่มเป็นเงินเป็นทอง มีทานสมาชิก ผูทรงเกียรติบอกวาที่ดินริมทะเลตอนนี้ราคาหลายลานบาท ผมเห็นดวยในปัจจุบันแพงมาก แตถาในอดีตไรละแค ๒,๐๐๐ บาทเอง ใน ๓๐-๔๐ ปีที่ผานมา นั่นหมายความวาที่ดินชายหาด ชายฝั่งทะเลเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการตั้งรกราก แตปัจจุบันประชากรเพิ่มขึ้น แนนอน มีการตั้งพื้นที่ มีการขยายบาน ขยายชุมชนไปอาศัยอยูริมทะเลมากขึ้น ซึ่งยอมเผชิญกับสภาวะ ความเสี่ยงของน้ําทะเลทานก็ทราบดีวาฝั่งอันดามันน้ําขึ้นลง ๒๔ ชั่วโมง ๒ ครั้ง ผิดกับฝั่งอาวไทย เราเห็นวาการเสนอญัตติเพื่อแกไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ผมขอเนนครับ ขอเนนไปที่ โครงการของรัฐที่เอาคําวาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นตัวตั้ง แลวก็เอาโครงการของรัฐโดยเฉพาะ โครงการของกรมโยธาธิการและผังเมืองและกรมเจาทาไปสรางเขื่อน สรางโครงสรางแข็ง และเป็นการทําลายชายหาด ซึ่งผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาอภิปรายในสภาตั้งแตเราอยูทีโอที (TOT) ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาจนสภาแหงนี้ไดรับทราบการอภิปรายงบประมาณของผมดวย และมีคณะอนุกรรมาธิการอยูแลว ๑ คณะ จากคณะกรรมาธิการการปูองกันและบรรเทา ผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ขณะนี้ก็ไดพิจารณาเรื่องกัดเซาะชายฝั่งอยู แตไมเป็นไรวันนี้ถาจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดเล็กอีกสักชุดหนึ่งเพื่อดูเรื่องนี้ผมยินดีครับ เพราะเราจะไดรวมกันศึกษา รวมกันดูวาสิ่งที่บอกวาเป็นปัญหากัดเซาะชายฝั่ง มันซับซอน มันออนไหว มันมีกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวของตาม พ.ร.บ. บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง มาตรา ๕๘ ออกมาแลว หนวยงานราชการไหนทําไมละเลย หนวยงานราชการไหน ยังกาวลวงหนวยงานอื่น หนวยงานราชการไหนที่อางตัววามีอํานาจหนาที่ทั้ง ๆ ที่ไมมีอํานาจ หนาที่ หนวยงานราชการไหนที่ไปสรางเอางบประมาณภาษีของเราไปผลาญไปทําใหชายหาด ชายทะเลของเราสูญเสียไป ขอภาพดวยนะครับ
(เจาหนาที่ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
เพราะวาเรามีภาพตัวอยาง อยากใหทานประธานและทานผูฟังที่อยูทางบานไดเห็นนะครับ ภาพที่เห็นเป็นภาพตัดชัดเจน วาชายหาดหรือชายทะเลของเราคือหนึ่งในทรัพยากรที่อยูระหวางทะเลและแผนดินใหญครับ เพราะฉะนั้นถามันเป็นกลไกธรรมชาติที่ปูองกันคลื่นสะทอนแรง ๆ เราตองการชายหาด ชายฝั่ง ที่เป็นกลไกธรรมชาติอยูใหเป็นปกติครับ ทานประธานครับ เพราะฉะนั้นเราถึงมีเตาวางไข บนชายหาดอยางไรครับ แตเมื่อโครงการของรัฐไปอางวามีการกัดเซาะชายฝั่งและปรากฏวา เตาก็ขึ้นมาวางไขไมได แทนที่จะไดฟื้นฟูใหกระทบกระเทือนนอยที่สุดกลับทําตรงกันขาม นั่นคือทางสรางความเสียหายสูงสุดเมื่อไปสรางกระบวนการโครงสรางแข็งที่ไมฟังสํานักงาน ตรวจเงินแผนดิน ไมฟังนักวิชาการ ไมฟังหนวยงานอื่น ๆ ไมฟังคนที่มีประสบการณ แนนอน เมื่อวานทานรัฐมนตรีมาตอบกระทูผมหองนี้วาเรามีการแบงกลุมชายหาดหลายกลุม ๑๘ กลุมบางละ แลวก็จะมีการพิจารณาเช็กลิสต (Checklist) ตาง ๆ และผมก็ยังยืนยันวา โดมิโน (Domino) ตัวแรกที่ทําใหการพังทลายของชายฝั่งเกิดขึ้นก็คือการไปสรางโครงสรางแข็ง หรือไปสรางถนนบนริมชายฝั่ง ถนนเลียบชายฝั่งนั่นเอง เปรียบเสมือนการสรางเขื่อนสรางกําแพง ริมชายหาดไมใหทรายไหลเขาไหลออก ซึ่งมีโครงการดี ๆ ที่ภาครัฐไปทํา ไมวาจะเป็นการ ทําปักไมไผ เจาะรูเป็นแนวแถว ๒ ชั้น ๓ ชั้น ทําใหทรายไหลเขาไหลออก ทรายนี่ตอง เคลื่อนตัวไดนะครับ มวลทรายชายทะเลตองเคลื่อนตัวได หรือเกาะลิบงบานทานประธานครับ เกาะลิบงนี่ไปดูไดเลย โดนภัยธรรมชาติหลังจากสึนามิก็บานพังทลายเพราะวาบานไปสราง ทีหลังอยางไรครับ แลวก็ไดรับการเยียวยาฟื้นฟูแลวก็การขุดลอกคลอง ทรายตาง ๆ นี่ครับ ไปกองหินแบบนี้คือไปทําใหพื้นที่ชายหาดเราเสียหายมากยิ่งขึ้น ผมคิดวาการตั้งกรรมาธิการ เพื่อศึกษาเรื่องนี้ทานเห็นไหมครับ ดูภาพตรงนี้สิครับ มันเหลืออะไรครับ ชายหาดทรายนุม ๆ ที่เราจะไปเดินเหยียบ เดินเลนหายไปเหลือแตกําแพง เวลาน้ําลงแลวก็เหลือทรายแข็ง ๆ ใหเราไปเดิน ทรายนุม ๆ ขาว ๆ หายหมด เพราะมันเกิดคลื่นสะทอนอยางไรครับ แลวก็มีภาพ ตัวอยางเทียบเคียง ผมตองตอสูแนวความคิดเรื่องนี้กับกรมโยธาธิการและผังเมืองมาตลอด ก็ฝากไววาขอใหชวยกันรักษาทรัพยากรที่หายาก ชายหาดที่สวยงามขาวสะอาดไวใหลูกหลาน ของเราไดใช ไดรับประโยชนแอยางแทจริงครับ ขอบคุณครับทานประธาน