บัญญัติ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหายาเสพติดอย่างรอบด้าน โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นการวิเคราะห์ทั้งในมิติผู้เสพ ผู้ค้า และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ทั้งเรียกร้องให้จัดตั้งศูนย์บำบัดในทุกจังหวัด ดำเนินคดีกับผู้ค้าอย่างเฉียบขาด โดยเฉพาะต้นทาง พร้อมสนับสนุนการป้องกันผ่านกิจกรรมกีฬาและใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ เพื่อลดปัญหาผู้ต้องขังเพิ่มจากคดียาเสพติดและประหยัดงบประมาณของรัฐ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ญัตติ เป็นญัตติของท่านนริศ ขํานุรักษ์ ญัตติของท่านอิสสระ สมชัย พร้อมด้วยญัตติ ของเพื่อนสมาชิกอีก ๖ ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกท่านคงไม่ปฏิเสธว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติ เป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งมีสาเหตุสลับซับซ้อนยากที่จะแก้ไข ควรอย่างยิ่งที่จะหยิบยกปัญหานี้มาแก้ปัญหา เป็นวาระแห่งชาติเพื่อระดมทุกภาคส่วน ระดมแนวคิดจากทุก ๆ ท่านในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้เพื่อหาทางออกจากปัญหายาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอแบ่งปัญหา ยาเสพติดออกเป็น ๔ ด้านด้วยกัน

ด้านที่ ๑ เป็นปัญหาของผู้เสพ ผู้เสพก็จะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการบําบัด และการรักษา ผู้เสพนั้นเป็นที่บุคคล บางคนมียาเสพติดอยู่ตรงหน้าก็ไม่ติดครับ อาจจะด้วย ว่าเป็นคนมีจิตแข็งก็ได้ไม่ติดยาเสพติด บางคนเมื่อมีสิ่งเสพติดอยู่ใกล้ตัวก็ชอบที่จะทดลอง ชอบที่จะเรียนรู้ คุณสมบัติของสารเสพติดก็คือเมื่อใช้แล้วจะต้องใช้มากขึ้น แล้วใช้แล้วก็มี คุณสมบัติในการทําให้สมองทําให้จิตใจจะต้องพึ่งพาสิ่งนั้น ซึ่งจะเรียกสิ่งนั้นว่ายาเสพติด นั่นเอง เพราะฉะนั้นในด้านของผู้เสพนั้นขึ้นกับปัจเจกบุคคลด้วย อาจจะขึ้นกับเรื่องของ พันธุกรรม ขึ้นอยู่กับยีน (Gene) ด้วยก็ได้

ด้านที่ ๒ ด้านผู้ค้า ผู้ค้านี้ก็หวังผลประโยชน์จากเงินทอง จากความร่ํารวย แล้วก็พัวพันไปจนถึงเรื่องของส่วย เรื่องผลประโยชน์ที่จะมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่

ด้านที่ ๓ ก็คือด้านที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ผมเชื่อว่ากฎหมาย ในประเทศไทยมีเพียงพอสําหรับการบังคับใช้เพื่อจัดการผู้ค้ายาเสพติด แต่ว่าการบังคับใช้ กฎหมายอาจจะย่อหย่อนไป ในส่วนนี้เป็นส่วนด้านที่ ๓

ด้านที่ ๔ เป็นปัจจัยในเชิงป้องกันมิให้ประชาชนหรือเยาวชนติดยาเสพติด ปัจจัยในเชิงป้องกัน ปัจจัยในเชิงสนับสนุนให้ติด ปัจจัยที่จะยับยั้งหรือเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุน ให้เกิดการติดยาเสพติด

เพราะฉะนั้น ๔ ปัจจัยนี้แหละผมอยากที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ตั้งขึ้นได้แยกแยะเพื่อระดมความคิด แล้วก็ข้อเสนอแนะออกเป็นส่วน ๆ เพื่อที่จะได้นําไป แก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและถูกด้านของยาเสพติด ในด้านของผู้เสพจะต้องเตรียมโรงพยาบาล หรือศูนย์บําบัดให้เพียงพอ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผมถ้ามีคนในครอบครัวติดยาเสพติด พ่อแม่เหมือนตกนรก ไม่รู้จะทําอย่างไรกับลูกของเขาที่ติด โดยเฉพาะขณะนี้ก็คือเรื่องของ ยาบ้า พฤติกรรมก็เปลี่ยนจากคนที่มีอารมณ์ดีก็กลายเป็นคนดุร้าย เป็นคนที่มีประสาทหลอน ความไม่ปลอดภัยในครอบครัวเกิดขึ้น ครอบครัวก็เหมือนกับตกอยู่ในนรก แล้วก็ไม่รู้จะเอาไป บําบัดที่ไหน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ศูนย์บําบัดก็หายาก มีแต่ผู้ป่วยนอก ถ้าเป็นผู้ป่วยในก็หายาก อันนี้จะต้องจัดให้มีศูนย์บําบัดหรือโรงพยาบาล หรือมีจิตแพทย์ หรือพยาบาลจิตเวช ให้เพียงพอในทุก ๆ จังหวัดนะครับ

ด้านที่ ๒ เกี่ยวกับผู้ค้า ในส่วนนี้ต้องดําเนินคดีให้เฉียบขาด แล้วส่วนใหญ่ ที่ไปอยู่ในเรือนจําก็เป็นผู้ค้ารายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ แล้วก็เข้า ๆ ออก ๆ อันนี้เกี่ยวข้อง กับผลประโยชน์ บางทีผู้ค้านี่ไม่ได้ติดยาเสพติด แต่ว่าก็มีผู้ค้ารายเล็ก รายกลาง ก็คือ เสพไปด้วย ขายไปด้วย หาเงินรายได้มาเพื่อเสพด้วย ซึ่งถ้าจะให้ไปอยู่ในเรือนจําหรือ ทัณฑสถานไม่เพียงพอ ปัจจุบันเรือนจําจุนักโทษ ๓๗,๐๐๐ กว่าคน คดียาเสพติดเกือบ ทั้งหมด เกือบส่วนใหญ่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าจัดการเรื่องคดียาเสพติดได้ จัดการตั้งแต่ ต้นทางป้องปรามอย่าให้มีการค้ายาเสพติดได้ เรือนจําว่างเลยครับ ประหยัดงบประมาณ เป็นจํานวนมาก

ด้านที่ ๓ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย จะต้องให้ข้าราชการเจ้าหน้าที่ ผมไม่ระบุว่าหน่วยงานไหน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตั้งแต่ ป.ป.ส. ตํารวจ ฝ่ายปกครองก็เกี่ยวข้องด้วย กํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ถ้าเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่มีธรรมาภิบาล แล้วก็เป็นพวกที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ ดํารงชีวิตด้วย เศรษฐกิจพอเพียง มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะให้สังคมมีความสะอาดเกลี้ยงเกลา ไม่มีปัญหา ยาเสพติดในชุมชนหรือในสังคม เขาย่อมสามารถที่จะรู้และจะจัดการกับผู้ค้ายาเสพติดได้เป็น อย่างดี ในด้านสุดท้าย

ด้านที่ ๔ ที่ผมจะขยายความ ปัจจัยสนับสนุน ปัจจัยป้องกัน ปัจจัยที่จะยับยั้ง ก็คือเรื่องของการจัดให้มีการบริหารเวลาว่างของเด็กและเยาวชนในชุมชน กีฬานั้น เป็นยาวิเศษ ในชุมชนเราจะออกแบบกีฬาให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อยากจะนําเรียนว่าเวลาวันละ ๒๔ ชั่วโมงนั้น ๘ ชั่วโมงสําหรับการนอนไม่มีปัญหา ๘ ชั่วโมง สําหรับการทํางานไม่มีปัญหา แต่ ๘ ชั่วโมงสําหรับเวลาว่างคือเวลาที่จะทําให้จิตตกและทําให้ ยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมจึงขอฝากท่านคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องนั้นได้จัดการระดม ความคิดเห็นทั้ง ๔ ด้านนี้เพื่อนําไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคมเพื่อส่งต่อให้รัฐบาล ดําเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ