ผ่องศรี แซ่จึง เสนอญัตติด่วนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ปัญหายาเสพติดที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่การค้ายาขยายตัว ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงมาตรการอย่างชัดเจน ทั้งการตรวจสอบความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ การจัดการของกลาง และการสร้างระบบฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ เน้นการป้องกันจากครอบครัวและชุมชน พร้อมพัฒนาพื้นที่ให้มีรายได้ที่เป็นธรรม เพื่อคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด เนื่องจากว่าปัจจุบันปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่ในขั้นวิกฤติและส่งผลกระทบ ต่อประเทศชาติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เนื่องจากมีการผลิตยาเสพติดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ลักลอบนําส่งเข้ามา เช่น เฮโรอีน ยาบ้า ยาอี เป็นต้น และถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้มีการปราบปรามการค้า ยาเสพติดอย่างจริงจังแล้ว แต่ก็ไม่ทําให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศลดลงเลย นอกจากนั้นการดําเนินการปราบปรามยาเสพติดบางครั้งยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐจํานวนหนึ่ง เข้าไปมีผลประโยชน์และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดเสียเองด้วย ส่งผลให้การป้องกัน และการปราบปรามยาเสพติดไม่สัมฤทธิ์ผล จากปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม และจากสถิติจะพบว่าผู้ติดยาเสพติดจํานวนมากจะเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ แล้วยังก่อให้เกิด ปัญหาอาชญากรข้ามชาติและเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติอีกด้วย ซึ่งจากปัญหายาเสพติด ภายในประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจส่งผลให้เกิดวิกฤติการณ์ทางสังคม อย่างรุนแรงจนไม่สามารถจะแก้ไขได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงเสนอญัตติด่วนดังกล่าวเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติดตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ดังเหตุผลที่จะได้ อธิบายเพิ่มเติมต่อไปนี้ ท่านประธานคะ ในช่วงที่ดิฉันทําหน้าที่ประธานคณะกรรมการพัฒนา บทบาทสตรีจังหวัดศรีสะเกษ มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องขังในเรือนจํา ท่านประธาน เชื่อไหมว่าผู้ต้องขังส่วนใหญ่เกิน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเป็นคนที่อยู่ในวัยฉกรรจ์ วัยที่กําลังมีครอบครัวที่มีลูก ๑ คน หรือ ๒ คน เป็นวัยที่กําลังสร้างครอบครัว สร้างสังคม สร้างประเทศชาติ แต่ไปอยู่ในคุก ซึ่งอันนี้ส่งผล ทําให้ลูกเขาต้องอยู่กับผู้เฒ่าผู้แก่ ปู่ย่าตายาย ท่านประธานคงนึกออกว่ามันจะเป็นเช่นไร แล้วคุกก็ล้นขึ้น ๆ จนไม่มีที่จะให้คนเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว จนมีการพูดถึงว่าคนคุกจะล้นคุกแล้ว จะเอาไปไว้ที่ไหน ปัญหาที่เข้าไปติดคุกส่วนใหญ่ก็เป็นปัญหาเรื่องยาเสพติด ท่านประธาน ที่เคารพคะ ในช่วงโควิด (COVID) เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดว่าเศรษฐกิจแย่ลง การซื้อ การขายยุ่งยาก ไม่มีใครจะได้ซื้อได้ขาย การส่งออกอะไรก็ตาม แต่มีธุรกิจหนึ่งที่ไม่ได้รับ ผลกระทบเลยนั่นก็คือธุรกิจซื้อขายยาบ้า แถมยังซื้อง่ายขายคล่อง แล้วก็ปรากฏว่าในช่วง วิกฤติโควิด (COVID) นี้คนเสพยาบ้าเพิ่มขึ้น การเสพยาบ้าเพิ่มขึ้นนี้ทําให้ปัญหาในสังคม รุนแรงขึ้น ปัญหาฆ่าฟันกัน ปัญหาจี้ ปล้น ขโมย ลัก ไม่เว้นแม้แต่บุพการีของตน ดังจะเห็นว่า ขอเงินไปซื้อยาบ้าไม่ได้ก็ทําร้ายพ่อแม่ปู่ย่าตายาย มีหลายคนที่โทรศัพท์มาหาดิฉัน บอกว่าท่าน ส.ส. ช่วยหน่อยช่วยให้ตํารวจมาจับลูกให้หน่อย จับแล้วกรุณาอย่าปล่อยมา ได้ไหมคะ เพราะว่าวันนี้จะเผาเรือนแล้ว ทุบบ้านทุบเรือน ทุบพ่อทุบแม่แล้ว อันนี้เป็นปัญหา ที่น่ากังวลมากค่ะ เพราะฉะนั้นความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ส่วนใหญ่เลยก็มาจากปัญหายาบ้า นั่นเอง รัฐบาลทุกสมัยก็พยายามที่จะแก้ปัญหา แต่ดิฉันชื่นชมรัฐบาลสมัยนายทักษิณ ชินวัตร ต้องเรียนเลยว่าหลายท่านได้อภิปราย แล้วสังคมก็ไม่ปฏิเสธว่าในช่วงที่รัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศที่จะทําสงครามกับยาบ้าอย่างเข้มข้นนั้น ในช่วงปี ๒๕๔๖ ต่อปี ๒๕๔๗ ปรากฏว่าพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนมีความสุขได้ลูกได้หลานกลับคืนมา กลางคืนไม่มีคน ขับมอเตอร์ไซค์วิ่งว่อน ไม่มีคนเดินไปเดินมาเงียบสงบ ทุกคนมีความสุขมาก นี่คือความสุข ที่แท้จริง นี่คือสวรรค์ของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ในปีนั้นจํานวนผู้ต้องหายาเสพติดที่จับกุมได้มี จํานวนลดลงเกือบ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ดังจะเห็นได้จากปี ๒๕๔๖ มีจํานวนคดี ๑๐๒,๕๖๑ คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ ๑๐๘,๕๙๙ คน และในปี ๒๕๔๗ ลดลงเหลือ ๕๖,๗๔๙ คดี จับกุม ผู้ต้องหาได้ ๖๒,๒๘๔ คดี อันนี้เป็นความสําเร็จที่พี่น้องประชาชนยังถามหาค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ จากนั้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ มาถึงปี ๒๕๖๒ คดีที่ถูกจับกุมในปี ๒๕๕๘ ๒๖๔,๐๐๐ กว่าคดี ผู้ต้องหา ๒๘๐,๐๐๐ กว่าคน ปี ๒๕๕๙ คดี ๒๒๓,๐๐๐ กว่าคดี ผู้ต้องหา ๒๔๙,๐๐๐ คน ปี ๒๕๖๐ ๒๖๑,๐๐๐ คดี ผู้ต้องหา ๒๘๗,๐๐๐ คนเศษ ปี ๒๕๖๑ ๓๑๑,๙๔๑ คดี ผู้ต้องหา ๓๕๗,๕๘๕ คดี ปี ๒๕๖๒ ๓๖๓,๗๖๙ คดี ผู้ต้องหา ๓๘๕,๗๗๑ คดี ทีนี้มาดู ของกลางยาบ้ากันบ้าง ปี ๒๕๕๘ ยาบ้า ๘๗.๔๖ ล้านเม็ด เฮโรอีน ๑๗๙ กิโลกรัมเศษ ยาไอซ์ ๑,๔๔๒ กิโลกรัมเศษ กัญชา ๒๒,๙๒๑ กิโลกรัม ปี ๒๕๕๙ ยาบ้า ๙๓.๔ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๐ ยาบ้า ๒๑๔.๙๓ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๑ ยาบ้า ๓๓๙.๖๙ ล้านเม็ด ปี ๒๕๖๒ ยาบ้า ๕๑๘.๙๐ ล้านเม็ด เฮโรอีน ยาไอซ์ กัญชา เพิ่มขึ้นทุกตัวตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์สามารถที่จะจัดการเรื่องนี้ ดิฉันคิดว่าน่าจะจัดการได้ อย่างดีและเด็ดขาด เพราะว่าท่านมีอํานาจค่อนข้างจะเบ็ดเสร็จในช่วงที่เป็นรัฐบาล คสช. แต่เรื่องของยาบ้ายาพวกนี้ไม่ได้ลดลงเลย แถมมาในปีช่วงนี้ที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยัง ไม่ลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น อันนี้ค่ะท่านประธานจึงทําให้เห็นว่ากระบวนการในการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดนี้เราได้ทําอย่างจริงจังหรือไม่ มีช่วงหนึ่งที่ประกาศว่าผู้เสพคือผู้ป่วย ผู้ป่วยจะได้รับ โอกาสในเรื่องนี้ในการบําบัดฟื้นฟู แล้วก็จะได้รับโอกาสในการดูแลเพื่อให้กลับคืนมาเป็น คนดีของสังคม วันนี้ทําไมมันจึงเพิ่มขึ้น ท่านประธานคะ จากผู้เสพซึ่งเป็นเด็กที่อายุน้อยลง ๆ กลายมาเป็นผู้ค้ารายย่อย เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นผู้ค้ารายย่อยที่พรึบขึ้นพร้อมกันเหมือน ดอกเห็ดในฤดูฝนก็ไม่เยอะเท่าค่ะท่านประธาน อันนี้เป็นภาพที่เรามองเห็นได้ชัดเจน การจับกุมแต่ละครั้ง ท่านประธานคะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน เมื่อวานนี้ เร็ว ๆ นี้เห็นว่าเป็นรถสิบล้อที่ขนยาบ้า บ้านดิฉันหรือบ้านคนอื่น ๆ บ้านนอกไม่เคยรู้จักว่า ยาไอซ์เป็นอย่างไร วันนี้มีการจับกุมในแถบชนบทยาไอซ์เป็นกิโลกรัม ๆ เลยค่ะท่านประธาน ส่งทางเคอรี่ (Kerry) ค่ะ ท่านจะเชื่อไหมว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นนอกจาก มันจะเยอะมากมายแล้ว การกระจายยาบ้าจํานวนหนึ่งชนิดหนึ่งซึ่งมันยังไม่เคยไปถึง ชนบทเลย มันกระจายไปทั่วแล้ว ลูกหลานของพวกเราได้รับสิ่งเหล่านี้แทบถ้วนหน้าค่ะ ท่านประธานมีท่านผู้อภิปรายท่านหนึ่งพูดถึงเกือบทุกคน ดิฉันว่าทุกคน ดิฉันว่าเกือบทุกคน เด็กเล็ก ๆ ขายก็เป็น เสพก็เป็นแต่ละบ้าน ถ้าท่านมีโอกาสได้ลงไปดูนะ ไม่ต้องเชื่อพวกเรา อภิปรายก็ได้ ลองลงไปดู ทุกคนจะพูดเหมือนกันหมดเลยว่ายาบ้าเยอะมาก แล้วทําอะไรกันอยู่ ทําไมไม่ปราบปราม เพราะฉะนั้นดิฉันจึงคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ มันเป็นเรื่องของ ความมั่นคง มันเป็นเรื่องของความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติในเรื่องของเศรษฐกิจ และปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาของสังคม ท่านจะมีอะไรมากมายแค่ไหนก็ตาม ท่านจะมี รถไฟฟ้าสีส้มซึ่งกําลังจะประมูล ท่านจะมีรถไฟความเร็วสูง ท่านจะมีสนามบินโอ่อ่า ท่านจะมี อะไรก็ตามมากมาย แต่ถ้าลูกหลานเยาวชนของเราติดยางอมแงมเต็มไปหมด มันไม่ใช่แต่ เยาวชนที่ติด พ่อแม่ ลูกหนึ่ง ลูกสองก็ยังเสพยา และประเทศชาติท่านจะเหลืออะไร ท่านจะมีรถไฟความเร็วสูงให้คนติดยาเต็มไปหมดนั่งใช่ไหมคะ เด็กในมหาวิทยาลัยของท่าน ในอนาคตจะเป็นอย่างไร คนที่จะขึ้นมารับผิดชอบบ้านเมืองของเราจะเป็นอย่างไร จะมีคุณภาพไหม เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าสิ่งที่เราควร จะต้องคํานึงถึง วันนี้ท่านประธานเชื่อไหมว่าบางบ้านมีเครื่องปั๊มยาบ้า เป็นเครื่องปั๊มขนาดเล็ก ๆ แล้วก็ ยอมให้คนในครอบครัว ๑ คนถูกจับ ที่เหลือก็ทําต่อ แล้วที่น่ากังวลมากก็คือติดคุกแล้ว ออกมาแทนที่จะกลับมาเป็นคนดีของสังคม กลับไปเสพอีก แล้วจะเป็นวนเวียนเข้าวนเวียน ออกอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด จนไม่รู้เราจะหวังได้อะไรกับเรื่องการใช้กฎหมาย มีกฎหมาย หลายฉบับมากเลยที่ดิฉันดูเยอะมาก ออกมาเยอะแยะเต็มไปหมดเลย แต่ทําไมการแก้ปัญหา ทั้งกระบวนการเยียวยา กระบวนการฟื้นฟูมันถึงไม่สําเร็จ กระบวนการจับกุมมันจึงมี ข้อร้องเรียน เจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างโน้นอย่างนี้ ทําไมคะ ทําไมเราถึงจัดการเรื่องนี้ ไม่ได้ ดิฉันสงสัยมากเลย ข้าราชการเป็นผู้ที่จะต้องดําเนินการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิด ความสงบเรียบร้อย ทําไมถึงจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเอง การดูแล การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการเป็นอย่างไรมันถึงเป็นไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะขอเสนอแนะ ในทางที่จะแก้ไขปรับปรุงว่าอย่างนี้ ที่จริงข้อนี้ดิฉันอยากเอาไว้ข้อสุดท้าย แต่ขอเป็น ข้อขึ้นต้นก็แล้วกัน
ข้อ ๑ ท่านจะต้องขจัดความสงสัยของพี่น้องประชาชนในกรณีที่เจ้าหน้าที่ ของบ้านเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทุกรูปแบบต้องทําให้ชัดเจนว่ามันจะต้องไม่ใช่ มันจะต้องไม่เป็น เช่นนั้น
ข้อ ๒ ท่านจะต้องขจัดความสงสัยของพี่น้องประชาชนว่ายาบ้าที่ถูกจับกุมแล้ว เอาไปไว้ที่ไหนอย่างไร ได้เผา ได้ทําลายให้เขาเห็นเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ๒ ข้อนี้ชัดเจน
ข้อ ๓ กระบวนการการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลต้องชัดเจนค่ะ ท่านประธาน เอาให้ชัดเลยวันนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแพทย์ ผรส. อบต. พ่อบ้าน แม่บ้าน เขารู้หมด ในตําบล ในหมู่บ้าน ในชุมชนใครติดยา ใครขายยา ลูกใครกินยา ลูกใครเสพยา แต่ เขาไม่กล้าพูดค่ะท่านประธาน เพราะเขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าเขาพูดแล้วเขาจะปลอดภัยไหม พูดแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะมันก็คือคนใกล้ชิดนั่นเอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องทําเรื่องนี้ให้ มันชัดเจนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ทําให้คนพวกนี้กล้าที่จะพูด กล้าที่จะบอก กล้าที่จะปฏิบัติ หน้าที่เพื่อให้เกิดความสําเร็จในการขจัดยาบ้า
ข้อ ๔ ก็คือกระบวนการป้องกัน ดิฉันจะเน้นให้ความสําคัญเรื่องการป้องกัน เริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัว เมื่อกี้ขออภัยนะคะที่เอ่ยนามท่านนริศ ขํานุรักษ์ เริ่มตั้งแต่ ครอบครัวเลย ชุมชน สังคม โรงเรียน วัด บ้าน ต้องช่วยกันอย่างไรที่จะทําให้การป้องกันนั้น ได้ผล เพราะถ้าการป้องกันได้ผลแล้วก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการปราบปราม ไม่ต้องพูดถึงการใช้ งบประมาณเพียงพอหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เราทํากันดีแล้วหรือยัง สิ่งหนึ่งที่มันชัดเจนก็คือต้องให้ พ่อแม่ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันค่ะ ภาคอีสานของดิฉันทํานาเสร็จไม่กี่วันลงมาหางานทํา ที่กรุงเทพ เสร็จแล้วปล่อยลูกไว้กับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ไม่มีทาง ไม่ทันค่ะ ไปกับยา ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นทําอย่างไรให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน ต้องพัฒนาพื้นที่ ต้องให้คนอีสาน มีน้ํา ต้องให้เขาทํากินได้ ให้อยู่กับครอบครัว ข้าวก็ต้องให้มันมีราคา อ้อย มันสําปะหลัง ทุกอย่างให้มีราคาที่เขาไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องใช้ยาเสพติดเป็นเครื่องระบาย การป้องกันเยียวยาฟื้นฟูต้องมาก่อนการปราบปราม การฟื้นฟูต้องชัดเจน การเยียวยา ต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้คนที่ติดยาแล้วเข้าไปสู่การบําบัดฟื้นฟูแล้วกลับไป เสพอีก เขาจะต้องเป็นคนดีสู่สังคมให้ได้ เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ จะต้องให้งบประมาณที่เพียงพอ ให้มีเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจกระบวนการในการฟื้นฟู กระบวนการ ในการเยียวยา สังคมต้องให้โอกาสคนเหล่านี้นะคะ