พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร พร้อมเสนอให้แก้ไขนโยบายปราบปรามที่ไม่เป็นธรรม เน้นการแทรกแซงตลาด ลดผู้ค้ารายย่อยในเรือนจำ และส่งคืนผู้เสพสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พันตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ผมขอสนับสนุนในญัตติเรื่องของการให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างเป็นระบบครบวงจรของ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และกับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เราสามารถตั้งญัตติได้ทุกยุคสมัย ของสภาที่จะเปิดแน่นอนนะครับ เพราะว่ามันเป็นโรคร้ายที่เกาะกินประเทศไทยมานาน พอสมควรแล้ว ถึงแม้ยุคหนึ่งจะมีการปราบปรามเป็นระบบที่แข็งแรงก็ตาม แต่เมื่อมีรัฐบาล เปลี่ยนแปลงไปแล้วนโยบายนี้ไม่ถูกผูกติดกับแนวนโยบายแห่งรัฐก็ไม่สามารถที่จะทําให้คน ประชาชนในประเทศนี้ได้อยู่ดี กินดี ผมอยากกราบเรียนเลยครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ รัฐบาลวางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในแผนการป้องกันและปราบปรามเท่านั้น เน้นในเรื่องของ ลดความรุนแรงในพื้นที่ของการแพร่ระบาด เน้นในเรื่องของลดประชากรวัยเสี่ยงสูง ที่เกี่ยวข้องยาเสพติด เน้นในเรื่องการลดการกระทบยาเสพติดต่อผู้เสพและสังคม มีเท่านั้น แล้วก็งบประมาณที่ใช้ตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ ๕ ปีใช้ไป ๓๑,๐๗๖ ล้านบาทเศษ ปีนี้ก็ใช้อีก ๖,๒๘๖ ล้านบาทเศษ แต่ไปใช้ใน ๓ ตัววัดเท่านั้นเอง คือการปราบปรามผู้ค้า ผู้เสพ ผู้ป่วย นั่นคือแนวนโยบายที่รัฐทํา มันจึงไม่ครบลูป (Loop) วงจร ในที่นี้ผมผ่านระบบ การป้องกันและปราบปรามมา ผมเคยเป็นทั้งเจ้าพนักงานผู้ล่อซื้อ เป็นผู้สืบสวน เป็นอันเดอร์คัฟเวอร์ (Undercover) คือเป็นคนปลอมไปเป็นคนซื้อซึ่งคงรู้เห็นประเด็นของ การที่รัฐใช้นโยบายในการปราบปรามและสร้างดีมานด์ (Demand) เทียม ท่านประธานครับ เช่นล่าสุดนี้ที่จับเป็นรถสิบล้อเลย แล้วได้ผู้ขนคนเดียว นั่นคือดีมานด์ (Demand) เทียมครับ ประธาน ถามว่าคนที่เหลือไปไหน รัฐรู้ครับ ไม่ใช่ไม่รู้ รัฐมีไฟล์ (File) มีแฟ้ม แต่รัฐเก็บไว้ก่อนเพื่อเก็บไว้จับคราวหลัง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ หรือไม่รู้เลย คือไม่รู้เลย ฟลุก (Fluke) หรือไปล่อเขาออกมาซื้อ จ้างเขาไปขนมา เอาเงินมากองไว้ คือมันมี ดีมานด์ (Demand) เทียม รัฐสร้างดีมานด์ (Demand) เทียมที่ผิด แล้วมันก็เกิดการจับกุม เยอะแยะ นี่รัฐต้องเลิก อันนี้ต้องเลิกชัดเจน มีฝีมือ รัฐมีฝีมือต้องสืบสวนให้ได้ถึงตัวกลุ่มผู้ค้า เป็นกระบวนการ เป็นสายใยลงมา แล้วตัดไปให้หมดโดยกฎหมายสมคบ ผมจึงขอเพิ่ม ในวงจรที่จะต้องครบถ้วนในประเด็นนี้ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณของรัฐบาลยังไม่ตรงเป้า ตรงประเด็น ผมอยากให้เกิดการครบลูป (Loop) ของมันก็คือเพิ่มหัวกับท้าย มีแค่ ปราบปรามและป้องกัน บําบัด มันต้องมีเรื่องกัน ลดและควบคุมราคายา กํากับสารตั้งต้น หรือสารเสพติด นั่นคือห่วงแรก และห่วงสุดท้ายของผมหลังจากที่เอาไปเป็นผู้ป่วยรักษาแล้ว มันจะต้องมีการควบคุมดูแลและส่งคืนสู่สังคม เรือนจําต้องทํา ๒ ส่วนนี้ ผมจึงขอเสนอแนะ ในเรื่องของประเด็นที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุง เพราะว่าคนไทยจะหลุดพ้นได้ก็มีแค่ ๒-๓ ส่วนนี้เท่านั้นเองในเรื่องของการดําเนินการเพื่อให้เกิดการลด ๑. ลดจํานวนผู้ขัง ยาเสพติดที่มีปริมาณมากคือ ๓๐๐,๐๐๐ คน ที่อยู่ในเรือนจํา ออกจากเรือนจําทันที ก็มีกระบวนการจะต้องออกกฎหมาย จําแยกผู้ที่ติดหรือลงโทษ หรือรอลงโทษออกจาก เรือนจํา เพราะบางคนถูกลงโทษเป็นแค่คนหิ้ว คนถูกล่อซื้อ ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขาย ตํารวจ จะซื้อก็บอกไปซื้อให้หน่อยจากแหล่ง ไม่ใช่เป็นผู้ขายหรือผู้จําหน่ายที่เป็นต้นกําเนิด ของสาร นั่นคือสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นต้องเอาคนพวกนี้ออกจากเรือนจํา ออกกฎหมาย ออกวิธีการลดหรือแยกประเภทของการขังออก ส่งคืนใส่อีเอ็ม (EM) ออกไปเลย อันที่ ๒ คือ การควบคุมราคายาเสพติด สามารถเข้าถึงได้ แทรกแซงราคากลไกตลาด ตอนนี้เม็ดละ ๓๐ บาท ลดราคา ๔ เม็ดตก ๑๐๐ บาท ถ้าแทรกแซงได้ยิ่งดีลดลงให้มากที่สุด โดยเฉพาะ ราคากลไกตลาด ทําราคากลไกตลาดให้พัง รัฐต้องแทรกแซง หรือแม้กระทั่งหายามาบําบัด ทดแทน แต่ก่อนมีเมทาโดน มาแทนเฮโรอีนจนเฮโรอีนมันหายไปจากระบบ เพราะฉะนั้น รัฐเอง กระทรวงสาธารณสุขต้องคิดค้นยาที่ถูกกฎหมายแล้วปล่อยลงไปในตลาด แทรกแซง ราคาตลาด อันที่ ๓ การคืนคนดีสู่สังคม จากสังคมที่อยู่ในห้องควบคุมขังเป็นนักโทษ ในเรือนจํามีแค่ศาสนากับแนวคิดเท่านั้นเองที่จะเปลี่ยนแปลงความเป็นคนที่อยู่ในสังคมนั้นได้ เพื่อมีพื้นที่ รัฐบาลจะต้องหาพื้นที่หรือสังคม หรือภาคเอกชนต้องช่วยกัน เมิร์จ (Merge) กัน เพื่อหาที่ปลอดภัย และเป็นสังคมอันน่าอยู่ให้กับคนที่ถูกควบคุมขังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ป่วย หรือผู้ติดกะไดพลอยโจรเข้าไป ไม่ใช่ผู้ค้าที่แท้จริงที่เป็นต้นเหตุของการค้ายาเสพติด รัฐเองรู้ดีว่าใครคือผู้ค้า ไม่ใช่มั่วไปจับสุ่มมาแล้วก็ยัดเข้าห้องขังบอกว่านี่คือผู้ค้ายาเสพติด ข้อสุดท้ายเอกชนต้องร่วมมือกันเปลี่ยนทัศนคติรับคืนคนดีสู่สังคม สร้างแรงงานใหม่ สู่อุตสาหกรรมรองรับคนพวกนี้โดยปราศจากอคติ แยกคน แยกน้ําให้ชัดเจน ท่านประธาน ขอบคุณครับ