คมเดช ชี้ปัญหายาเสพติดลุกลาม จี้ปฏิรูปตำรวจ-เสนอตั้งกรรมาธิการด่วน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

คมเดช ไชยศิวามงคล ชี้แจงปัญหายาเสพติดที่ทวีความรุนแรงหลังรัฐประหาร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการปราบปรามและการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการคอร์รัปชันในองค์กรตำรวจและกรณีแลกเปลี่ยนอาวุธกับกลุ่มชาติพันธุ์ จึงเสนอญัตติด่วนตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ พร้อมเรียกร้องการปฏิรูปการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจและผลักดันมาตรการที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต เช่น การเปิดโอกาสให้ผู้ค้ายาเข้ามามอบตัวเพื่อสร้างความขัดแย้งภายในเครือข่าย

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่อง ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ยาเสพติด กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังจากเกิดรัฐประหารวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รัฐบาลได้ปล่อยปละละเลยการบริหารบ้านเมืองในช่วง ๕-๖ ปี ปรากฏว่า ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ใบกระท่อม และสารเสพติดพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดไป ทั่วประเทศ ส่งผลให้ลูกหลานเยาวชน รวมทั้งผู้ใช้แรงงานต้องติดยาเสพติด เสียอนาคต เสียโอกาส และเป็นภัยต่อสังคมโดยรวม รัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการเยียวยาแก้ไข และฟื้นฟูสุขภาพของผู้ติดยาเสพติดและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ทําให้ประเทศไทย ต้องเสียโอกาสในการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นวัยเรียน วัยทํางาน เป็นปัญหาความมั่นคง ของชาติ จึงได้ยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาดําเนินการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติด และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลไปดําเนินการ ส่วนเหตุและผลรายละเอียดต่าง ๆ ผมขอชี้แจง ดังนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริง ๕ ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกันเลย เพื่อให้การใช้ ระยะเวลาที่สั้นเข้า ปัญหายาเสพติดถ้าเราเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สมัยที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี มีตัวเลขเกี่ยวกับยาเสพติดหายไปประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนสมัยรัฐประหารที่มีท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่ายาเสพติดได้แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ มีข้อมูลหนึ่งท่านประธานครับ ในช่วงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีหญิงสาววัย ๒๓ ปี ที่อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เสพยาบ้าจนมีอาการหลอน ยอมรับจุดไฟวางเพลิงในบ้านหลังยายไปทํานา กลับมายายแทบเป็นลม พบเพลิงลุกไหม้บ้านวอดวายลามไปไหม้ข้างเคียงอีก ๑ หลัง ท่านประธานครับ นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ช่วงล่าสุด ประเด็นหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นข้อเท็จจริงมันมีอย่างนี้ครับท่านประธาน

ประเด็นแรก โครงสร้างตํารวจที่ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวอ้างไว้ ก่อนการปฏิวัติ โดยมีกํานันท่านหนึ่งที่เดินขบวนขับไล่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งว่า จะมีการปฏิรูปตํารวจ ปรากฏว่าช่วง ๖ ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการดําเนินการเลย ข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ครับ ตํารวจกับทหารซึ่งมี กอ.รมน. อยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้มี การสนับสนุนผู้ค้ายาเสพติดหรือยาบ้า ประเด็นแรกเลยชาวบ้านมาร้องเรียนผมในฐานะที่เป็น ผู้แทนว่ามีคนมีสีให้การสนับสนุนผู้ค้ายาเสพติดทั่วประเทศ นี่คือประเด็นแรกที่เกิดขึ้น

ประเด็นที่ ๒ เวลาจับผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตํารวจเอาทั้งเงินและยาบ้าไปขาย แล้วมันจะหมดไปได้อย่างไร นี่คือประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ ไม่ใช่มีแต่ปัญหายาบ้าเท่านั้น ตํารวจยังขยายกิจกรรมไปสู่ บ่อนการพนันและหวยใต้ดิน โดยการสร้างกลไกนี้ขึ้นมา ถ้าเปรียบเทียบหมายถึงว่า การเลี้ยงไก่ไว้กินไข่อย่างต่อเนื่อง เก็บค่าต๋ง เช้า กลางวัน เย็น ตัวนี้มันหมายถึงว่า การเก็บส่วยไปส่งเจ้านายครับ มันหมายถึงการซื้อขายตําแหน่งจากข้าราชการตํารวจ ที่เกิดขึ้นที่ทางรัฐบาลว่าจะแก้ไขมีการผ่าตัด จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นเลย ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจําได้ ก่อนการเลือกตั้งท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้ เงินงบประมาณส่วนหนึ่งคืองบกลางประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ทั่วประเทศ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านว่ามีปัญหาอะไรว่าจะดําเนินการแก้ไขประมาณ ๔-๖ ข้อ ปรากฏว่าข้อมูลที่ได้รับจากการปกครองส่วนหนึ่ง จากตํารวจส่วนหนึ่ง จากทหารส่วนหนึ่ง ปรากฏว่าปัญหายาบ้าขึ้นอันดับ ๑ ของประเทศไทย แต่โครงการนี้ถูกพับเก็บไว้ เอาเก็บไว้ ใต้พรมหมด เงียบสนิท มันไม่มีการดําเนินการแก้ไข

ปัญหาที่ ๔ การจับกุมที่เกิดขึ้นหลังจากเอาทั้งเงินทั้งยาบ้าไปขายแล้ว มันไม่มีโอกาสที่จะจับลูกค้ารายใหญ่เลย มีแต่ปลาซิว ปลาสร้อยทั้งหมดเลยที่ถูกจับมา แล้วปัญหาก็ค้างคาอยู่ ท่านประธานครับ ซึ่งมันแตกต่างกันกับสมัยท่านทักษิณ ท่านแก้ไข ปัญหาและปราบปรามยาเสพติดได้ถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ มีข้อมูลตัวหนึ่งที่เกิดขึ้น ในจังหวัดผม ปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรมราชทัณฑ์คนที่ติดคุกติดตะรางสมัยท่านทักษิณ ปรากฏว่าจังหวัดกาฬสินธุ์มีประมาณ ๑,๔๐๐ คน แต่เดี๋ยวนี้ ณ ปัจจุบันนี้มีคนติดคุกถึง ๓,๘๙๑ คน ปรากฏว่าเป็นคดียาเสพติด ๙๑ เปอร์เซ็นต์ คนล้นคุก เสียงบประมาณทิ้งไป ไม่น้อย ปรากฏว่าสิ่งที่เขามาร้องเรียนกับผมทางพี่น้องที่ติดคุกเขาบอกว่าในคุกที่ดิน ๑๒ ไร่ มีคนติดคุกอยู่ ๓,๘๙๑ คน ทานข้าวผลัดกัน ตื่นมา ๗ โมงเช้าเข้าแถวประมาณ ๑,๘๐๐ คน สลับไปชั่วโมงหนึ่งทานข้าว ๑,๘๐๐ คน เข้าห้องน้ําพร้อมกัน นอนเรียงกันขัง ๘ แดนด้วยกัน ถ้าใครปวดท้องตื่นขึ้นมาที่นอนหายทันที ครกเท่ากันกับโอ่งมังกร ส้มตําตําครั้งหนึ่งทานได้ ๑๕๐ คน ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและมีผลต่อเนื่อง ข้อมูลอยู่ในโรงในศาลเกิดขึ้น อย่างต่อเนื่องตลอด ล้นทั้งศาล ล้นทั้งคุก มันไม่ได้รับการแก้ไขเลย ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นโดยสรุปอย่างนี้ ๑. ก่อนที่ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาได้รับปากต่อ พี่น้องประชาชนทั้งหมดว่าจะปฏิรูปตํารวจ อันนี้ข้อแรก ๒. ได้มีการตรวจสอบทั้งหมด ทั่วประเทศ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ปรากฏว่ายาเสพติดขึ้นมาอันดับ ๑ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ๓. ตํารวจและทหารรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนว่าคนมีสี ให้การสนับสนุน แสดงว่าท่านมีเจตนาอยากให้เกิดเหตุเกิดสถานการณ์แบบนี้ ท่านประธานครับ ท่านเชื่อไหมว่าเขตพื้นที่ผมลูกเผาบ้านพ่อแม่ไปประมาณ ๓ ครั้งแล้ว ผมถามสมาชิกสภาจังหวัดอยู่ในเขตพื้นที่ คนติดยาเสพติดยาบ้า ผมถามว่ามันมากไหม มันเยอะไหม ได้คําตอบอย่างไรครับ มีคนติดยาบ้าทุกครอบครัวครับ ตัวเลขที่เกิดขึ้น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นคนอายุ ๑๕-๓๐ ปีทั้งหมด กลุ่มเยาวชน เด็กติดยาเสพติด ทั้งคนแก่ ลามไปถึงโรงเรียน ลามไปถึงผู้สูงอายุ โดยไม่ได้รับการแก้ไข ผมจะชี้ให้เห็นการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดในช่วงยุคท่านทักษิณอย่างนี้ครับ การแก้ไขปัญหายาเสพติดถ้าตั้งใจจะแก้แล้ว ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ยาก ผมยกตัวอย่างเลย การเปิดให้ผู้ค้ายาเสพติดเข้ามามอบตัว เป็นตัวอย่าง เปิดให้ผู้ค้ายาเสพติดเข้ามามอบตัว พอมามอบตัวเสร็จสิ่งที่เกิดขึ้นอะไรรู้ไหมครับ ปรากฏว่า ความไม่ไว้วางใจกันเกิดขึ้นครับ สมมุติว่ามีคนค้าอยู่ ๑,๐๐๐ คน เข้ามามอบตัว ๕๐๐ คน หรือ ๓๐๐ คน ขบวนการของคน ๑,๐๐๐ คน เกิดการสงสัยแล้วว่ามันไปบอกชื่อเรา หรือเปล่า มันไปให้รายงานต่อทางรัฐบาลหรือเปล่าว่าคนนี้นาย ก นาย ข นาย ค เป็นคนค้า พอสิ่งนี้เกิดขึ้นถ้ารุนแรงที่สุดมีการฆ่าตัดตอนกันเอง รัฐบาลไม่ได้เสียเงิน สักสลึงหนึ่งครับ เป็นมาตรการที่ไม่ยาก ถ้าท่านมีความจริงใจสามารถดําเนินการได้เลย

ประเด็นที่ ๒ คนของรัฐบาล ยาเสพติดที่เข้ามามากที่สุดอยู่ตามชายแดน ชายแดนใครดูแล ท่านประธานครับ ตํารวจกับทหารครับ อย่างว้าแดงกองกําลังของ ประเทศพม่าชนกลุ่มน้อย ความต้องการของชนกลุ่มน้อยเป็นกองทัพ เป็นกองกําลัง มีความต้องการอยู่ ๓ อย่าง อย่างแรก ข้าวสาร อาหารแห้ง ๒. ยารักษาโรค ๓. เงินทอง ๔. อาวุธสงคราม ใครเอาอาวุธสงครามไปแลกได้ถ้าไม่ใช่คนมีสี เพราะฉะนั้นท่านต้องผ่าตัด ตรงนี้ การตั้ง ผบ.ตร. มา ๒ คน ๒ ยุค ๒ สมัยล้มเหลวทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นคือคุณบอส กระทิงแดง ชัดเจน