เท่าพิภพ ชูยืนยันตัวตนดิจิทัล หนุนซื้อขายออนไลน์ปลอดภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เสนอให้พัฒนาบัตรประจำตัวประชาชนดิจิทัลเพื่อยืนยันตัวตนออนไลน์อย่างปลอดภัย พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากประเทศเอสโตเนียในการใช้ดิจิทัลไอดีรองรับบริการภาครัฐ ระบบภาษี อิเล็กทรอนิกส์ และสุขภาพ รวมถึงการเลือกตั้งทางไกล โดยเน้นประโยชน์ด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐ

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอเพิ่มข้อเสนอแนะในส่วนของ ที่คณะกรรมาธิการได้ทํามาโดยท่านประธานสิริพงศ์ก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าจะรู้เรื่องดิจิทัล (Digital) ดี คือหน้า ๔๔ ข้อ ๖ แล้วก็ข้อ ๔ ย่อย การประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) ของบริษัทเอกชนควรกําหนดนโยบายหรือวิธีการในการตรวจสอบความถูกต้องในการยืนยัน ตัวตนของผู้ขายสินค้า ซึ่งอันนี้ผมอยากจะเพิ่มเติมว่าคําว่า ผู้ขายสินค้า การยืนยันตัวตน หรือการไอเด็นทิฟาย (Identify) บุคคลมันเป็นสิ่งสําคัญ เพราะออนไลน์ (Online) เราอาจจะไม่เห็นหน้ากันใช่ไหมครับ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีปัญหาอย่างที่ทุกท่านได้ อภิปรายมาก่อนว่าโดนหลอกโน่นโดนหลอกนี่ ผมก็เข้าใจดี มันเป็นเรื่องของการไอเด็นทิฟาย (Identify) ผมอยากให้เพิ่มเติมในการให้ยืนยันบุคคลผู้ซื้อด้วย เพราะอันนี้เป็นปัญหาของ การซื้อขายแอลกอฮอล์ออนไลน์ (Online) ที่เขาบอกว่าเขาไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ซึ่งผมว่าไม่ควรไปปิดกั้นโอกาสทางธุรกิจไม่ว่าสินค้าใด ๆ ผมไม่ใช่แค่มาบอกชุ่ย ๆ ให้ทํา ผมมีวิธีการให้ทํามาด้วย ยกตัวอย่างเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นใครในออนไลน์ (Online) จริง ๆ แล้วรัฐอย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้บอกว่าอยากสนับสนุนให้ทํา ดิจิทัล อินฟราสตรักเจอร์ (Digital Infrastructure) หรือโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (Digital) ของต่างประเทศ อันนี้สําคัญมากจะเริ่มอะไรไม่ได้เลย หลายคนพูดไปแล้วว่า มีการทําบิ๊กดาต้า (Big Data) อะไรต่าง ๆ ส่วนดาต้า (Data) ด้านในจริง ๆ แล้วเราก็ ควรจะทําดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ผมไม่รู้ว่าภาษาไทยจะเรียกอะไรดี ก็เหมือน บัตรประจําตัวประชาชนดิจิทัล (Digital) แล้วกัน ซึ่งถามว่าสิ่งนี้อย่างประเทศในยุโรป หลายประเทศ ยกตัวอย่างประเทศเล็ก ๆ อย่างประเทศเอสโตเนียที่มีประชากร ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน เขาได้ทํา ถามว่าเขาใช้ดิจิทัล ไอดี (Digital ID) มาทําอะไรบ้าง ก็บอกได้ เลยวิธีการซื้อขายออนไลน์ (Online) ระบุตัวตนที่จะชัดเจน แล้วก็ถ้าใครโกงสามารถ ดําเนินคดีกับผู้กระทําผิดได้ ประโยชน์ของมันมากมายมหาศาล อย่างเช่น อันที่ ๑ ในประเทศเอสโตเนียเป็นอีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ถึง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ไม่เป็น อีกัฟเวิร์นเมนต์ (e-Government) ก็คือการต้องไปแต่งงานหรือการไปหย่าร้างเท่านั้นเอง นอกนั้นทําทางออนไลน์ ดิจิทัล (Online Digital) ได้หมดเลย ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเมืองไทยถ้าออกมาใช้จะทําอย่างไรได้ ถ้าเรามีดิจิทัล ไอดี (Digital ID) เราไม่ต้องไป กรอกข้อมูลอะไรในสถานที่ราชการหรอกครับ เรากรอกออนไลน์ (Online) ไปก่อนที่บ้าน ก็ได้ หรือเราไปยืนยันตัวตนที่โน่นเขาก็มีหมดแล้ว สําเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจําตัว ประชาชน ทําแค่นี้ประเทศเราประหยัดค่ากระดาษ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาง่าย ๆ ว่า คนใช้ติดต่อราชการปีหนึ่งคนละ ๒๐ กว่าใบใช่ไหมครับ แค่นี้ง่าย ๆ ดีดนิ้วก็ประหยัดสตางค์ ได้เยอะ แล้วอย่างที่ ๒ ประโยชน์ของมันก็คือการจัดเก็บภาษีที่ประเทศเอสโตเนีย ๙๘ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดคือการยื่นภาษีออนไลน์ (Online) ก็ทําให้รัฐไม่สูญเสียรายได้ และประเทศไทยก็มีปัญหาในเรื่องการจัดเก็บภาษีอยู่แล้ว อันนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ รวมถึง การเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย จริง ๆ แล้วเสียงบประมาณจํานวนมาก ในการใช้สิทธิ เพราะว่าหลาย ๆ คนอยู่ต่างประเทศใช่ไหมครับ ก็ต้องส่งไปโน่นส่งไปนี่ แล้วก็จริง ๆ แล้ว ก็เป็นความลําบากของผู้ใช้สิทธิเองด้วย เพราะอย่างประเทศสหรัฐเมริกาประเทศตั้งใหญ่ มีหน่วยเลือกตั้งหรือสถานที่ให้เลือกตั้ง หรือส่งไปไม่กี่ที่เอง ก็ต้องเสียงบประมาณรัฐ ในการทํานะครับ ซึ่งที่ประเทศเอสโตเนียเขาทําโดยการล็อกอิน (Login) เข้าดิจิทัล ไอดี (Digital ID) เรานะครับ แต่การเลือกตั้งเราก็ไม่รู้ว่าใครเลือกอะไรใช่ไหมครับ คราวนี้ระบบ ก็จะส่งไปที่ กกต. ของประเทศเอสโตเนียนะครับ โดยที่เป็นอโนนีมัส (Anonymous) หรือเป็นนิรนามก็สามารถลงคะแนนได้ใช่ไหมครับ นอกจากนั้นแล้วยังมีเรื่องของคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) ต่าง ๆ ที่จะเอามาใช้ได้ และที่สําคัญทุกคนชอบบ่นว่าให้เห็นภาพจริง ๆ ก็คือเวลาเราไปโรงพยาบาลต่อคิวยาวนานมาก หรือว่าเราจะย้ายโรงพยาบาลทีหนึ่งโอ้โฮ จะไปขอหมอนี่หมอก็กั๊ก ยิ่งไปโรงพยาบาลเอกชนบางอันไม่ยอมให้ประวัติเราสักที ที่ประเทศเอสโตเนียเขาก็มีอีเฮลท์ เรคอร์ด (e-Health record) ก็คือเป็นประวัติสุขภาพ ของเราเอง ซึ่งเรามีสิทธิเต็มอย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้บอกว่าประชาชนต้อง มีสิทธิเต็มในข้อมูลหรือไพรเวซี (Privacy) ของตัวเองนะครับ ซึ่งเขาก็สามารถไปใช้บริการ ทางสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็วนะครับ จากการที่รอตีห้าจนถึงบ่ายโมงก็อาจจะลงออนไลน์ (Online) ให้เรียบร้อยแล้ว ทางโรงพยาบาลก็จะได้เหนื่อยน้อยลงนะครับ ไม่ต้องมารอเข้าเวร แล้วก็มาซักประวัติอะไรกันยาวนาน จะได้ง่ายขึ้นนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าถ้าเราทํา ดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ให้เป็นธรรมดา เวลาเราไปส่งสินค้าให้ใคร คนไหนรับอาจจะ พิมพ์ลายนิ้วมือได้ใช่ไหมครับ มือถือเราสแกนลายนิ้วมือได้ เรียบร้อยแล้วเราก็น่าจะทําเรื่องนี้ ให้เป็นประโยชน์ อันนี้ก็ฝากให้กรรมาธิการส่งไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่ง พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็มีคนบ่นมาเยอะ เพราะว่าในเขตผมมีตลาดพลูซึ่งของกินเยอะ แล้วก็ คนขับแกร็บ (Grab) ก็เยอะ ผมก็ไปนั่งคุยบ่อย ก็โดนหัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เขาก็บอกว่า ไม่ไหว ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจอยู่ครับว่าเป็นเรื่องของฟรีมาร์เกต (Free market) ที่เราไม่มีคนที่ไป แข่งกับเขาได้เพียงพอ ซึ่งอันนี้ก็อยากจะฝากไปนะครับ อันนี้ผมยังคิดวิธีแก้ให้ไม่ได้ ผมว่า ถ้ามีแล้วผมจะมาพูดอีกที แต่ตอนนี้ก็ต้องฝากบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้เราเสียอํานาจอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital) ให้ต่างชาติไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอํานาจอธิปไตยแบบนี้ใช้เรือดําน้ําสู้เขาไม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ