คารม พลพรกลาง หารือผลกระทบจากการค้าขายและการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยเฉพาะปัญหาการฉ้อโกง ยาเสพติด และเนื้อหาไม่เหมาะสม เรียกร้องให้รัฐบาลคุ้มครองประชาชนควบคู่กับการจัดเก็บรายได้ พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมสินค้าเกษตรและโอทอปผ่านระบบดิจิทัล เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดโดยตรงและได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม แทนการถูกเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นก็กราบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้ โอกาสในการอภิปรายต่อรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ จากการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Online) และการทําธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ สภาผู้แทนราษฎร อันนี้จากใจนะครับ ต้องกราบเรียนเลยว่าญัตตินี้เป็นญัตติที่มีประโยชน์ ผมนี่ไม่ใช่คนรุ่นใหม่ แล้วก็ผมเห็น ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นคนที่ มีความรู้ความสามารถ และเป็นคนที่เรียกว่ามีอนาคต ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาต อภิปรายต่อญัตตินี้เป็นข้อสังเกตคือว่าผมเป็นผู้ใช้บริการสินค้า ผมเป็นคนบ้านนอก ที่เพียงจะโอนเงินเป็น ดูทีวี (TV) ดูจากสื่อต่าง ๆ ขายสินค้าเยอะ ลูกสาวผมเวลาซื้อของ โอนเงินเสร็จ ซื้อของขนาดนี้เวลาส่งเล็กนิดเดียว ซื้อของเข้าใจว่ามีคุณภาพ ปรากฏว่า พอมาถึงแล้วไม่รู้จะเปลี่ยนใคร นี่มุมหนึ่งครับ มุมที่ ๒ เท่าที่ดูอ่านรายงานในเวลารวดเร็ว แล้วก็แต่พอเข้าใจ ความที่เป็นนักกฎหมายมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ไม่ว่าจะเรื่อง ภาษีสรรพากรที่ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญจะพูดด้วย กฎหมายเรื่องโฆษณา กฎหมายเรื่อง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กฎหมายเรื่องฉ้อโกงประชาชน ยุคนี้ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นเรื่องที่การค้าขาย มันไม่ได้ต้องอยู่ในตลาด มันอยู่ในมือถือ เรื่องมันมีเกิดขึ้นบ่อยมากท่านประธานที่เคารพ ไปยังท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ บ้านผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดครับ คนภายนอกได้รับ มือถือจะมีคนโอนเงินมาให้ โอนเอาของมาให้ เป็นทรัพย์สมบัติอาจจะเป็นมรดกของตระกูล แต่ต้องเสียเงินโอนค่าส่งของ ๒๕,๐๐๐ บาท อันนี้คือวายร้ายคืออาชญากรรมยุคนี้ ท่านประธานที่เคารพ และเกิดขึ้นเยอะ นี่ประเด็นแรก ประเด็นที่กรรมาธิการชุดนี้เท่าที่อ่าน ถือว่าได้ประโยชน์เอาข้อมูลมารวมกัน ผมไม่อยากให้กรรมาธิการชุดนี้คิดเฉพาะที่จะ เก็บสตางค์จากการขายของทางออนไลน์ (Online) ท่านประธาน จริงอยู่ขายของรัฐได้รายได้ แต่ต้องคุ้มครองประชาชนด้วย ขณะนี้ผมยังว่าความอยู่ครับ บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาบัตรประจําตัวประชาชน เอาหน้าตาคนอื่นให้เขาโอนเงินมาซื้อสินค้า และสินค้าก็ส่งไปให้ เขาเจอคดีเยอะแยะครับท่านประธาน ไปยังท่านประธานกรรมาธิการ อันนี้เป็นข้อสังเกต ข้อ ๒ ก็คือว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ทั้งหลายเป็นของต่างประเทศ เราเก็บเงินภาษีเขาได้ หรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องที่กรรมาธิการต้องส่งเรื่องนี้ให้รัฐบาล และเป็นเรื่องที่ต้องจริงจัง เพราะเหตุผลว่ามูลค่าการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์เยอะมาก และผมก็เชื่อว่าจะเยอะขึ้น ทุกวันนี้คนไม่อยากไปธนาคาร คนไม่อยากจะไปไหน แล้วยิ่งยุคโควิด (COVID) อย่างกรุงเทพฯ รถยิ่งติดผมก็ไม่ไปครับ แต่ถ้าซื้อของแล้วมันฉ้อโกงกัน แล้วเรียนว่า จะไปตามตัวที่ไหน มันไม่มี ขายของส่งมาแล้วมีสิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือการส่งทางไปรษณีย์เคอรี่ (Kerry) พอส่งเสร็จหายแล้วครับ อันนี้ความเดือดร้อนของประชาชน บ้านท่านอยู่อําเภอแปดริ้ว บ้านผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดไม่ต่างกันครับ อยู่ที่ไหนพอกดเงินเข้าไป โอนเงินเป็น ของมาแล้ว นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนไปยังท่านกรรมาธิการ นั่นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ยาเสพติด เดี๋ยวจะมีญัตติยาเสพติด ผมเป็นนักกฎหมาย ขณะนี้ยาเสพติดขายทางออนไลน์ (Online) เยอะมาก อันนี้เป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคม ต่อประชาชนมาก เขาอาจจะมีสัญลักษณ์ครับ เรียนท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการ อาจจะบอกว่าขายอะไรสักอย่าง ซึ่งไม่บอกแต่ส่งมา อําเภอสุวรรณภูมิบ้านผมนี่แหละครับ เคยมีส่งยาเสพติดไปบ้านเช่า คนถูกจับอยู่ในบ้านนั้น แต่ไม่ใช่ตัวคนสั่งเลย เป็นคดีฝ่ายปกครองกับตํารวจต้องวุ่นวายกัน สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้องครับท่านประธาน อันนี้คือพิษจากการใช้ออนไลน์ (Online) ที่มัน ทําให้ประชาชนเขาเดือดร้อนนี่เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องต่อไปคือว่าท่านก็ทราบดีครับ พอเรามี โทรศัพท์มือถือบางทีเลื่อนดู ๆ ขายบริการทางเพศ ไม่ได้เจตนาหรอกครับ มันผ่านเข้ามา ถ้าสื่อมวลชนถ่ายไป ส.ส. เสียคนเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนเยอะแยะ ก็อยากฝากไปว่า อันนี้ไม่รู้เขาเรียกขายออนไลน์ (Online) สินค้าคืออะไร แต่อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ระบบธุรกรรมที่มันก้าวหน้าเราก็ต้องคุ้มครองประชาชน คําว่าคุ้มครองประชาชนคือ กรรมาธิการส่งรายงานฉบับนี้ไป รัฐบาลท่านต้องอย่าเก็บแต่ภาษี ท่านประธานสิริพงศ์ กราบเรียนขออนุญาตเอ่ยนาม
สุดท้ายที่จะฝากไปยังกรรมาธิการผ่านท่านประธานไปก็คือว่าผมอยากเห็น สินค้าเกษตร โอทอป (OTOP) ที่ท่านประธานทราบดีสมัยที่เป็นนักการเมืองก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นมาทุกสมัยว่ายุคก่อน ๆ เขาโอทอป (OTOP) มีชื่อ หรือสินค้าชุมชน สินค้าเกษตรมีชื่อ ถ้าเข้าระบบออนไลน์ (Online) ได้โดยที่อาจจะจดทะเบียนบริษัทผ่านกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า จัดร้าน จัดคุณภาพสินค้า เพราะว่าทุกวันนี้มันขายผ่านมือถือ โอนเข้าและส่งของ ผมอยากให้พัฒนาไปอย่างนั้น เพราะว่าชาวบ้านเงินมันไปถึงเขา เขาจะได้อยู่ได้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าไม่ใช่ว่าเก็บแต่รายได้ ยิ่งแพลตฟอร์ม (Platform) อยู่ต่างประเทศ ท่านเก็บภาษีเขาไม่ได้เลย ท่านรีดเอาแต่คนไทย เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งครับ ถ้าเราต่อยอดไปเพื่อช่วยคนที่เขาอยากมีร้านค้าหน้าร้านที่เป็นยุคนี้ เพราะฉะนั้นในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้าน แล้วก็พอมองเห็นไม่ใช่คนรุ่นใหม่ที่จะมาเล่นเฟซบุ๊ก (Facebook) อะไรบ่อย เล่นบ้าง แต่กราบเรียนว่ารายงานฉบับนี้มีประโยชน์ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตในเวลา ๗ นาที แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ท่านกรรมาธิการทุกท่านว่าอยากจะให้รายงาน ฉบับนี้ไปเป็นประโยชน์กับธุรกิจ เขาเรียกอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) สําหรับบ้านเรา กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ