วราวุธ ศิลปอาชา หารือเรื่องการเก็บค่าเข้าในอุทยานแห่งชาติ และอธิบายว่าเงินจากค่าเข้าจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ การบริหารจัดการ อุทยานแห่งชาติ การบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ งบส่วนบุคคล งบส่วนบำรุงรักษา และงบส่วนสำรอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบขออภัยเมื่อสักครู่จําสับสนนึกว่า กระทู้หมดเลยได้ลงไป ต้องกราบขออภัยท่านสมาชิกด้วย ในประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องค่าเข้าของอุทยาน แล้วก็รายได้ของที่ทางผู้ประกอบการได้ชําระ ต้องเรียนว่าเนื่องจากประเด็นเรื่องของค่าธรรมเนียมที่อุทยานเก็บจากทางผู้ประกอบการนั้น ผมเองยังไม่ได้สอบถามมา เพราะว่าในคําถามที่ส่งมานั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องค่าธรรมเนียม ทั้งหลาย แต่ว่าต้องขอเรียนว่าค่าเข้าอุทยานของประเทศไทยสําหรับพี่น้องประชาชนคนไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เนื่องจากที่ผ่านมา ๑ ปีผมได้มีโอกาสไปสํารวจมาประมาณ ๒๕-๓๐ อุทยานแห่งชาติ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ราคาที่เข้าตลอดช่วง ประมาณเกือบ ๗-๘ ปีที่ผ่านมานั้นแทบจะไม่ได้มีการขยับเลย แต่ละที่ก็จะราคาประมาณ ๓๐ บาทบ้าง ๕๐ บาทบ้าง แต่ว่าไม่กี่สิบบาทเท่านั้นเอง เปรียบเทียบกับพื้นที่อุทยานที่เรา จะต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ การบริหารจัดการ เพราะว่ารายได้ของอุทยาน ในแต่ละปีนั้นขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ คือจบถึงประมาณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ เราได้รายได้ประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท เดือนพฤศจิกายนเราได้ ๒๓๔ ล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท ได้มาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมาเราได้มีการปิดอุทยานแห่งชาติทั้ง ๑๕๕ แห่ง ลงช่วงนั้น แล้วพอมาเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ดังนั้น เงินรายได้ที่เราได้มาทั้งหมดขออนุญาตนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก เราแบ่งออกเป็น ๕ ค่าใช้จ่ายด้วยกัน ส่วนแรกนั้นจะเป็นงบที่เราตัดให้กับองค์การบริหาร ส่วนตําบลประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะเก็บไว้ใช้เป็น การบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นการบํารุงรักษาอุทยาน แห่งชาติ แล้วก็อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบบุคลากร แล้วก็อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้นเราจะใช้เป็น งบสํารองเพื่อว่าถ้าหากเงินก้อนใดที่ไม่พอจริง ๆ เราก็จะนําเอาไปสนับสนุนตรงนั้นได้ ดังนั้น เงินค่าเข้าของพี่น้องประชาชน เงินทุกบาททุกสตางค์นั้นเราได้มีการนําเอาไปเพื่อพัฒนา แม้แต่ยกตัวอย่าง เช่น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติทั้ง ๑๕๕ แห่ง ที่ได้มี การปิดตัวลง เพราะว่าที่ผ่านมาอุทยานของเราไม่เคยปิดตัวลงเลยนั้น ช่วงเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมานั้นเราไม่ได้มีรายได้ แต่ว่าผมเองก็ได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ผ่านทาง ท่านอธิบดีได้มีการดูแลรักษา แล้วก็ซ่อมแซม เรียกว่าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้ง ๑๕๕ แห่ง เพื่อว่ารอต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ที่ทางกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เก็บได้นั้น ขออนุญาตนําเรียนว่าถ้าถามผมเทียบกับสิ่งที่เราได้ ยกตัวอย่างเช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นั้น มีทั้งเรียกว่าเกาะต่าง ๆ ที่ได้ไปมา หมู่เกาะอ่างทองเอยอะไรเอยนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เทียบกับเงินค่าเข้าแล้ว เรียนตรง ๆ ว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามาก ถ้าหากว่าลดราคาลงมากไปกว่านี้ เรียนตรง ๆ ว่า มันก็จะเกิดเหตุการณ์เหมือนอย่างเช่นอ่าวมายาเกิดขึ้น ช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ทําให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้น สามารถจํากัด นักท่องเที่ยวได้ เราไม่เคยมีโอกาสได้ทํา ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า แครีอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) เราไม่เคยจะจํากัดปริมาณนักท่องเที่ยวในการที่จะเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยว แต่ละแหล่งเลย แต่ในครั้งนี้ทั้ง ๑๕๕ อุทยานแห่งชาติ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในแต่ละ อุทยานนั้นเรามีการจํากัดจํานวนปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าไป แล้วก็ปริมาณเงินที่ได้มานั้น ต้องเรียนว่าค่าเข้าของแต่ละที่นั้นเราก็พยายามที่จะทําให้ต่ําที่สุดแล้ว เพราะว่าเงื่อนไข ในการกําหนดอัตราค่าเข้านั้นมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน แต่ว่าก็ขออนุญาตเรียนว่า ณ ขณะนี้เราก็ยังไม่ได้มีนโยบายที่จะลดค่าเข้า แต่ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมสําหรับ ผู้ประกอบการว่ามีความเดือดร้อนอย่างไร เนื่องจากเพิ่งได้รับทราบจากท่านสมาชิก ก็ขออนุญาตเก็บไปเป็นการบ้าน แล้วหารือกับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ