วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงต่อที่ประชุมเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นความจำเป็นในการกำหนดราคาค่าเข้าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สอดคล้องกับคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมียมของประเทศ พร้อมยืนยันความโปร่งใสในการเก็บรายได้ด้วยการใช้ระบบจองผ่านแอปพลิเคชันและระบบอีทิกเก็ต ร่วมกับการตรวจสอบจากคณะกรรมการติดตามการจัดเก็บรายได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการจัดการอุทยานแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ในคําถามที่ ๒ นะครับ
ประเด็นแรก เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดถึงเรื่องราคาของนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ซึ่งอันนี้ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกจริง ๆ ว่า แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยเรานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของท่านสมาชิกถ้าเทียบ เป็นรถก็คือรถโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) เลย แต่ว่าราคาเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศ ประเทศต่าง ๆ ไม่ขออนุญาตเอ่ยนามว่าที่ใดบ้าง ผมเองก็ได้ไปมาหลายที่ ราคาเขาไม่ค่อยจะ ย่อมเยาสักเท่าไรเลย ก็เป็นที่มาว่าแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยเรานั้น ผมเรียนว่า มีคุณภาพดีกว่าอีกหลาย ๆ แห่ง ได้กล่าวว่าเปรียบเป็นรถก็เปรียบเสมือนโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) แต่ว่าค่าเข้าเราเก็บเหมือนรถสามล้ออยู่หน้าปากซอยเลย ฉะนั้นการที่จะ ลดราคาหรืออะไร ผมเองเราไม่อยากจะทําให้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยเรานั้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก จึงเป็นเหตุที่มาว่าเราได้มีการจัดทําราคาสําหรับ นักท่องเที่ยวที่เป็นต่างชาติ หรือว่าจะเป็นที่เอ็กซ์แพต (Expat) ที่อยู่ในประเทศไทย คราวนี้ประเด็นที่ท่านสมาชิกมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บตั๋วที่อาจจะมีข้อกังขาถึง การทุจริตเอย อะไรเลย ต้องขอเรียนว่าตั้งแต่ผมเข้ามารับตําแหน่งยังไม่ได้เห็นการกระโดด ของเงินรายได้ในแต่ละเดือน ๆ แต่ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. นั้นก็ได้มีข้อเสนอให้กับทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งทางกรมนั้นได้นํามาปฏิบัติโดยการให้มีตั้งคณะกรรมการ เรียกว่า คณะกรรมการติดตามการจัดเก็บรายได้เพื่อบํารุงรักษาอุทยานแห่งชาติทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยเชิญบุคคลต่าง ๆ ทั้งในองค์กรด้วย นอกองค์กรด้วย เป็นทางมูลนิธิ เป็นภาคเอกชน ภาคสังคมต่าง ๆ นั้นมาคอยควบคุมดูแล แล้วก็ดูว่าเงินแต่ละไตรมาสในรอบ ๖ เดือน ในรอบ ๑๒ เดือนของทุก ๆ ปีนั้นมีการจัดเก็บเป็นอย่างไร ที่สําคัญที่สุดในช่วง โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาตามที่ผมได้เรียนไปเบื้องต้นว่าเป็นครั้งแรกที่ทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอุทยานแห่งชาติทั้ง ๑๐๐ กว่าแห่งนั้น เราสามารถควบคุมปริมาณการเข้าของนักท่องเที่ยวได้ ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้น ใช้แอปพลิเคชัน (Application) เราขออนุญาต ใช้คําว่าเป็นแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อคิวคิว (QueQ) ในการที่จะจองการเข้าอุทยาน ต่าง ๆ ซึ่งการจองเหล่านี้จะเอื้อให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้น สามารถ คอยเฝ้าระวังการจัดเก็บปริมาณการเข้าอุทยานการท่องเที่ยว และในขณะนี้เองเราก็ได้ ต่อยอด เรียกว่าการจองเหล่านั้นต่อยอดเข้ามาพัฒนาเป็นการซื้อตั๋วผ่านทางระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) ต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เคยมีแผน จะทําระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) แต่ว่าด้วยเหตุผลทางกฎหมายบางประการที่ทําให้เกิด ความล่าช้าขึ้น แต่ในขณะนี้เรียกว่าในขณะนี้เลย แม้แต่วันนี้เองเลยนั้นระบบได้พัฒนาไป เรียกว่าประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ผมเองสามารถพูดได้เพราะว่าเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปทดลองระบบนี้ด้วยตัวเองที่อุทยานแห่งชาติน้ําตกพลิ้ว ที่จังหวัดจันทบุรี ก็จะเป็นตู้คีออสก์ (Kiosk) ของทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าไปถึงปุ๊บจะสามารถกดได้ว่ามากี่คน ๆ แล้วก็กดใส่เงินเข้าไป ดังนั้น การใช้ ระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) ในอนาคตอันใกล้ภายในอีกไม่กี่เดือนจากนี้ก็จะช่วยให้ พี่น้องประชาชนนั้นสามารถดูว่าการจัดเก็บตั๋วค่าเข้าของอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งนั้น เป็นไปได้อย่างโปร่งใส เพราะว่าเมื่อเราใช้แอปพลิเคชัน (Application) ในการจอง แล้วก็ใช้ แอปพลิเคชัน (Application) ในการจ่ายเงิน ชําระเงินมาที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยตรงแล้วข้อกังขาต่าง ๆ ผมเชื่อว่าจะสามารถมีความโปร่งใสมากขึ้น เพราะว่าระบบการนับจํานวนนักท่องเที่ยวที่เข้าออกนั้นทําเป็นระบบเรียลไทม์ (Real-time) คือเห็นได้ทันทีและตลอดเวลา จะผ่านทางการประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ (Website) หรือแอปพลิเคชัน (Application) ดังนั้น ในอนาคตนั้นพี่น้องประชาชนจะเห็น เลยว่าพอจองเข้าไปแล้วมีคนจองเข้าอุทยานแห่งชาติกี่คน แล้วก็เข้าไปแล้วกี่คน มีคนอยู่กี่คน สามารถบอกได้ว่าคนเข้าไปแล้วเท่านี้คนแล้ว ควรจะมีรายได้ประมาณเท่าไร ๆ ดังนั้นถ้าหากผล ออกมาแล้วว่ารายได้ที่จัดเก็บนั้นมันไม่ตรง หรือว่ามันคลาดเคลื่อนกับปริมาณนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปก็สามารถที่จะมาตรวจสอบกันได้ โดยครั้งนี้เราเองก็ได้มีคณะกรรมการติดตาม การจัดเก็บรายได้ที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้น แล้วก็การทําให้มีระบบอีทิกเก็ต (e-Tiket) ตามที่ ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นั้นผมมั่นใจว่าจะทําให้พี่น้องประชาชน แล้วก็ท่านสมาชิกเอง มีความอุ่นใจมากขึ้นถึงความโปร่งใสในการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานแห่งชาติของเราทั้ง ๑๕๕ แห่งครับ กราบขอบพระคุณครับ