จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อปรับปรุงเรือนจำและย้ายทัณฑสถาน โดยเสนอให้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังผ่านการฝึกอาชีพ การดูแลสุขภาพ และการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งหารือการย้ายผู้ต้องขังกลับภูมิลำเนาเพื่อเสริมขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว และเสนอให้พิจารณาดำเนินการตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อให้ผู้ต้องขังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕ ญัตติ ของท่านวีระกร คําประกอบ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง แล้วก็เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ที่ท่านประธานได้เปิดโอกาสให้ทําญัตติแล้วก็อภิปรายเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ปรับปรุงพื้นที่ภายในเรือนจํา ย้ายเรือนจํา รวมทั้งการให้ดูแลในเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ ขณะนี้เรือนจําในประเทศไทยรวมทั้งทัณฑสถานมีอยู่ ๑๔๓ แห่ง อยู่ที่เรือนจํากลาง ๓๓ แห่ง พิเศษ ๔ แห่ง ทัณฑสถาน ๒๔ แห่ง แล้วก็ส่วนภูมิภาค ๕๐ แห่ง คือที่จังหวัด ๕๐ แห่ง อําเภอ ๒๖ แห่ง ขณะนี้เรือนจําของเรามีนักโทษหรือว่าผู้ต้องขัง ๓๗๘,๑๕๙ คน สถิติเมื่อ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เมื่อเทียบกับความรับได้ ๒๕๔,๓๐๒ คน ซึ่งถือว่ามากกว่า ประมาณเกือบ ๆ เท่าตัว ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ยังแออัดอยู่ ผู้ต้องขังของเรามากเป็นอันดับ ๖ ของโลก อันดับ ๓ ของเอเชีย (Asia) อันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) ทีนี้ผมเองต้องเรียนว่า การที่ผู้ที่เข้ามาต้องคุมขังในเรือนจําเราต้องคิด ผมพยายามนั่งคิดแทนผู้ที่เข้ามาเขาคิด อย่างไร ยิ่งผมเป็นแพทย์ยิ่งต้องนั่งคิดเลยว่าเขาเข้ามา จิตใจครั้งแรกเลยเขาต้องปรับสภาพ เลยครับ คนที่เคยอยู่ข้างนอกแล้วเข้ามาอยู่ข้างใน เขาคิดว่าชีวิตจะมีค่าไหม อยู่โดดเดี่ยวไหม จะออกไปอย่างไร และที่สําคัญความที่เขาอยู่ในนี้เราจะต้องช่วยเหลือกันอย่างไร ในเรือนจํา หน้าที่ของเรือนจําโดยเฉพาะผู้บัญชาการเรือนจํา ผบ. ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปรับทราบ ได้พูดคุยกับ ผบ. เรือนจําที่อําเภอกันทรลักษ์ ซึ่งถือว่าเป็นเรือนจําที่ได้รับความร่วมมือจาก พี่น้องประชาชนเข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงภูมิทัศน์ มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ทําให้สภาพ ของเรือนจําไม่น่ากลัว ผู้คนที่อยู่ในเขตนั้นรู้สึกว่าเรือนจําข้างหน้าปลูกดอกไม้ ดอกทานตะวัน มาถ่ายรูป มาเซลฟี (Selfie) ได้ มีอาหารการกิน มีที่ขายกาแฟ มีพระพุทธรูปให้สักการะ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทําให้เรือนจํากับคนที่มาอยู่มีความรู้สึกเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง มีความอบอุ่น นั่นคือวิสัยทัศน์ต้องให้รางวัลกับผู้ดูแล นักโทษที่อยู่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกคนเขาต้องมีความตั้งใจ มีความหวังตั้งแต่วันแรกที่ก้าว เข้ามาว่าถ้าออกไปเขาจะอยู่อย่างไร เรือนจําจึงไม่ใช่เฉพาะที่คุมขังอย่างเดียว ต้องเป็นที่ซึ่ง แก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัย ต้องมีการฝึกอาชีพ ต้องมีการอบรมจริยธรรม คุณธรรม และต้องให้เขามีความหวังแล้วสร้างเขาให้มีโอกาส เราต้องให้โอกาสกับผู้ที่เข้าไปในเรือนจํา ทุกอย่างต้องเปิดโอกาสปรับตัวแก้ไข ทีนี้ก็มีคนสงสัยว่าออกมาแล้วอัตราส่วนในการที่จะ กลับมาติดซ้ําใหม่เยอะ ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาที่ต้องฝากทางท่านประธาน ฝากทางกรรมาธิการ หรืออธิบดีต้องดูแลว่าสาเหตุของการที่กลับมาทําซ้ําจากอะไร อันดับแรกคือเขาคิดว่าเขาโดดเดี่ยว เขาไม่มีความหมายและคนไม่ให้โอกาส อยู่ข้างนอกก็ไม่รู้จะทํามาหากินอย่างไร นั่นคือสิ่งซึ่ง เราอย่าได้ไปกีดกันต้องให้โอกาสเขาในการทํางาน สิ่งหนึ่งที่ชื่นชมก็คือการมีพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๖๐ ได้มีการปรับปรุงให้เป็นสากลแล้วก็มีการให้ฝึกอาชีพ ทางกรมราชทัณฑ์ได้ทํา เอ็มโอยู (MOU) กับกรมการจัดหางาน ได้ทํากับทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ทํากับ ทางส่วนของสภาอุตสาหกรรม ตลอดจนประธานหอการค้า แต่ก็ยังไม่มีอาชีวะนะครับ ผมอยากเรียนว่าต้องมีอาชีวะเข้าไปด้วย เพราะอาชีวะมีพลังเยอะ ถ้าได้ทําเอ็มโอยู (MOU) ได้มีการฝึกอาชีพ และที่สําคัญอยากให้ฝึกอาชีพที่เขาออกไปแล้วเป็นตลาดแรงงาน ออกไปแล้ว ทํางานได้เลย โดยเฉพาะงานฝ่ายอาชีวะที่พวกเราเห็นชัดก็คืองานฝีมือช่าง ใคร ๆ ก็อยาก เลี้ยงตัวเองได้เขาก็ไม่อยากกลับไปอยู่ที่เดิม เพราะฉะนั้นอยากให้มีการปรับปรุงในส่วนของ การฝึกอาชีพเขาให้มีความอยู่ได้อย่างดี นอกจากนั้นก็ต้องเรียนว่าเรือนจําพอเข้ามา เขาจะได้ผ้าห่ม ๓ ผืน ๑ ผืนปูนอน อีก ๑ ผืนหนุนหัว อีก ๑ ผืนที่ห่ม ขนาดที่อยู่ก็ประมาณ ๑.๒๐ ตารางเมตร ถ้าเป็นเรือนจําใหม่ เรือนจําเก่าอาจจะแออัดหน่อย เรือนจําใหม่ห้องหนึ่งก็ ๓๐ คน ๔๐ คน เรือนจําเก่าอาจจะเป็นร้อย เพราะฉะนั้นการดูแลในเรื่องสุขลักษณะ เรื่องทางการแพทย์ เรื่องของการติดเชื้ออะไรต่าง ๆ เราก็ต้องดูแล ตื่นเช้ามาก็ต้องมีกิจวัตร ที่ทําให้เขามีความสุข ชีวิตแต่ละวันให้เขามีค่า นอกจากนั้นทราบว่ามีโครงการที่เรียกว่า เรื่องเล่าชาวเรือนจํา ซึ่งเข้าใจว่ามีถึงแอปพิโสด (Episode) ที่ ๒๑ แล้ว เป็นการอัดคลิป (Clip) สิ่งดี ๆ ของเรือนจําแต่ละที่ส่งให้กับเรือนจําไปเปิดให้พี่น้องที่อยู่ในเรือนจํา ได้ดูกิจกรรมต่าง ๆซึ่งจะเป็นประโยชน์ ทราบว่าอันนี้ก็เป็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน แล้วก็มีท่านสรยุทธ์มาเป็นพิธีกร ตรงนี้ก็เป็นสิ่งซึ่งทําให้พี่น้องที่อยู่ตรงนี้ ผู้ปกครองก็ดี ญาติพี่น้องก็ดี ได้มีความผูกพันกันแล้วก็เป็นกําลังใจ
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของการย้าย เมื่อสักครู่นี้เรื่องของย้ายเรือนจํา ซึ่งพูดไปแล้ว เราจะมีการย้ายเรือนจําในงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๙ มีการปรับปรุงที่เรือนจํา แต่ย้ายผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังที่ติดใหม่ ๆ มีระเบียบหลักเกณฑ์ในการย้ายผู้ต้องขังกลับภูมิลําเนาเดิม คุณสมบัติผู้ต้องขัง ๑. ต้องเป็นผู้ต้องขังตั้งแต่ชั้นดีขึ้นไป ต้องไม่กระทําผิดวินัย ต้องไม่มี คดีอายัดผู้ต้องขังวัยหนุ่ม ต้องกําหนดโทษไม่เกิน ๕ ปี ๑๐ ปี ระเบียบต่าง ๆ หรือหลักฐานต้องมี ขอย้ายต้องมีสําเนาทะเบียนบ้านภูมิลําเนา ผมอยากเรียนว่าถ้าเป็นไปได้ ถ้าเขาติดอยู่ในเรือนจําเขาอยากกลับไปหาพ่อหาแม่ หาผู้ปกครอง หาครอบครัว ถ้าเป็นไปได้เรือนจําไหนที่มีโอกาสย้ายได้ให้เขาย้ายไปพื้นที่เลย เพราะนั่นคือเป็นขวัญกําลังใจเติมให้กับครอบครัวที่เขาสูญเสีย พ่อแม่จะได้ไปเฝ้าจะได้ไปเยี่ยม ถ้าอยู่ในพื้นที่ใกล้ที่สุด ถ้าเขาขอหรือมีโอกาสผมอยากให้ได้ย้ายกลับเข้ามา จะเป็นประโยชน์ แล้วก็จะสร้างขวัญและกําลังใจ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอขอบคุณทางคณะผู้ซึ่งยื่นญัตติทั้ง ๕ ท่าน รวมทั้งสมาชิกและท่านประธาน ซึ่งการที่ปฏิบัติตรงนี้ถ้าเรามีโอกาสตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็จะได้เข้าไปดูกัน แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็มอบให้แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเข้ามาเสนอ พวกเราจะได้ดูแลแล้วก็อยากให้นําไปปฏิบัติ ผู้ซึ่งปฏิบัติเข้าไปดูแลเพื่อให้เกิดความผาสุก แล้วก็ให้นักโทษเรือนจําเขาอยู่อย่างมีความสุข และพวกเราก็จะมีความสุขไปด้วย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ