กัลยา รุ่งวิจิตรชัย หารือเรื่องการปรับปรุงสภาพเรือนจําและจิตใจของผู้ต้องขัง และเรียกร้องการสนับสนุนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันเห็นด้วยกับญัตติของการเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การปรับปรุงพื้นที่และสภาพภายในเรือนจําทั่วประเทศให้มีความเหมาะสม ของท่านวีระกร คําประกอบ และเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ดิฉันเองนั้นมีความคิดว่าคนที่อยู่ในเรือนจํา หรือผู้ต้องขังทุกคนนี้ไม่ใช่เป็นคนชั่วโดยสันดาน ทําไมดิฉันมั่นใจอย่างนี้ เพราะว่าดิฉันเอง เคยได้เข้าไปคลุกคลีในเรือนจําหลายครั้ง แล้วก็เคยเป็นผู้ที่คัดกรองนักโทษก่อนที่จะ ปล่อยออกจากเรือนจํา ดิฉันมีโอกาสได้พูดคุยพบปะกับนักโทษเยอะแยะมากมาย ทั้งชายและหญิงข้างในเรือนจํา ทั้งแดนชายและแดนหญิงก็ได้พูดคุย บางคนติดคุก ด้วยความจําเป็น ผู้หญิงบางคนก็ต่อสู้ป้องกันตัวเมื่อถูกรังแก บางคนก็ถูกหลอก หลาย ๆ คน ก็ผิดพลาดพลั้งไป ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่เป็นความทุกข์อย่างมหาศาล ที่เขาได้เข้าไปอยู่ในที่ที่จํากัดสิทธิเสรีภาพเขาทุกสิ่งทุกอย่าง บางคนโดนหลายปีมาก ๆ น่าสงสารนะคะ แล้วดิฉันคิดว่าวันนี้ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เสนอให้มีการปรับปรุง สภาพเรือนจําดิฉันจะไม่พูดแล้ว จะได้ไม่ซ้ํา แต่ดิฉันคิดว่าปรับปรุงสภาพเรือนจําอย่างเดียว ไม่เพียงพอ เราต้องปรับปรุงสภาพจิตใจของผู้ต้องขัง ดิฉันเองนั้นเคยได้รับเชิญไปเปิด หลักสูตรอบรมสมาธิ เรียกว่า สัคคสาสมาธิ ตรงนี้เป็นการฝึกปฏิบัติสมาธิ เรียกว่าพัฒนาจิตใจ ให้กับผู้ต้องขังซึ่งเป็นโครงการที่ดีมาก ๆ ถ้าจําไม่ผิดน่าจะเริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๕๘ แล้วก็มี ต่อเนื่องมาอีกสัก ๒-๓ ปี ดิฉันไม่มั่นใจว่าในปัจจุบันนี้ตามเรือนจําต่าง ๆ หรือทัณฑสถาน ทั่วประเทศยังมีโครงการนี้อยู่หรือไม่ ก็อยากจะฝากไปว่าโครงการที่สามารถจะอบรมจิตใจ ของผู้ต้องขังซึ่งเขามีความทุกข์ แล้วก็มีความบอบช้ําทางจิตใจอย่างมาก ๆ ถ้าเขาได้รับ การฝึกสมาธิในทางที่ถูกต้อง ฝึกแบบถูกต้องแล้วก็พัฒนาจิตใจก็จะทําให้เขาสามารถคืนคนดี สู่สังคมได้ ขนาดน้ําที่มันเป็นน้ําเสียถ้าเราผ่านเครื่องกรองที่ดีมีคุณภาพยังสามารถนําน้ํา กลับมาดื่มได้ ฉะนั้นคนเขามีความคิดมีจิตใจและบางคนก็ไม่ได้ชั่วโดยสันดาน ถ้าเขาผ่าน การฝึกจิต อบรมคุณธรรม เขาก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ซึ่งตรงนี้ ดิฉันก็ชอบเรือนจําที่จังหวัดเชียงใหม่ เขาก็ยังให้สโลแกน (Slogan) ที่น่ารัก คือการฝึกจิต เหมือนกับว่าเข้ามาเหมือนร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) แต่ออกไปเหมือนพุดเดิล (Poodle) ท่านประธานคงเข้าใจนะคะ คือจะทําให้ผู้ต้องขังที่จะออกไปใช้ชีวิตปกติภายนอกได้มี ความละมุนละไมแล้วก็มีความอ่อนโยนในจิตใจ อันนี้ก็เป็น ๑ เรื่องที่ดิฉันอยากจะฝากถ้าเกิด มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่มีเพื่อนสมาชิกได้ฝากไปก็เลยได้นําเรื่องนี้ ฝากนะคะ คือเรื่องโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ซึ่งเป็นโครงการราชทัณฑ์ปันสุขเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งตรงนี้ต้องสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ท่านทรงมีพระเมตตาแม้แต่กับผู้ต้องขัง ซึ่งสูญเสีย อิสรภาพว่าจะมีสุขภาพอนามัยอย่างไรเวลาอยู่ในห้องขัง ท่านได้พระราชทานครุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ให้กับทัณฑสถานแล้วก็เรือนจําหลายแห่ง ดิฉันคิดว่าอาจจะไปเรื่อย ๆ จนครบทั่วประเทศนะคะ แล้วก็ตรงนี้ก็มีการฝึกอบรมผู้ต้องขังที่สมัครใจจะเป็น เรียกว่า ถ้าเป็นคนที่อยู่นอกห้องขังเราเรียกว่า อสม. ใช่ไหมคะ ที่รู้จักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทําซีพีอาร์ (CPR) ได้ วัดความดันได้ เรียกว่าเบื้องต้นของการรับกู้ชีพปัจจุบันทันด่วน จะสามารถทําได้ ก็จะได้รับการฝึกฝนจาก สสจ. หรือทางสาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด เพื่อให้ผู้อาสาตรงนี้เข้ามาเรียนรู้อบรมอย่างถูกวิธี เรียกว่า อสรจ. ดิฉันก็เห็นว่าถ้าเราสามารถ จะต่อยอด อสรจ. เหล่านี้ คือเขาสมัครใจที่จะเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถ้าเขาพ้นโทษ ออกไปแล้วก็ไปอยู่ในหมู่บ้านชุมชน เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้เขาไปต่อยอดเป็น อสม. เพราะฝึกฝนมาเหมือนกันเลยนะคะ แล้วก็ผ่านโดยเรียกว่าสาธารณสุขจังหวัดด้วย ก็จะได้ทําให้ บุคคลเหล่านี้สามารถที่จะได้ทําประโยชน์ให้กับชุมชนและหมู่บ้านก็เป็นการต่อยอด ก็อยากจะให้โครงการ ๒ โครงการนี้เป็นการบําบัดแล้วก็เป็นการปรับสภาพทางจิตใจอีกทางหนึ่ง เสริมไปกับการปรับปรุงสภาพ เรียกว่ากายภาพของเรือนจําเราก็จะปรับปรุงสภาพจิตใจ ของนักโทษไปด้วย ดิฉันก็จะฝาก ๒ เรื่องนี้ ให้กับทางกรรมาธิการที่อาจจะมีการตั้งขึ้น หรือถ้าไม่ตั้งขึ้นก็ฝากส่งไปในคณะกรรมาธิการสามัญด้วยนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ