อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หารือปัญหานักโทษล้นเรือนจำและสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสม เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไข พร้อมเน้นการเพิ่มโอกาสการศึกษาและฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังเพื่อการฟื้นฟูและลดการกระทำผิดซ้ำ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มวลสมาชิก พรรคเพื่อไทยจํานวนมากให้ความสําคัญกับผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจํา จึงได้ร่วมกันยื่นญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหา นักโทษล้นเรือนจํา
ปัจจุบันนักโทษในเรือนจํานั้นมีปัญหาสําคัญ ปัญหาของรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่ากรมราชทัณฑ์ซึ่งมีภารกิจในการควบคุมดูแลนักโทษที่ถูกคุมขัง นํามาซึ่ง ปัญหาหลาย ๆ ด้าน จํานวนผู้ถูกคุมขังท่านทราบไหมว่าขณะนี้มีไม่น้อยกว่า ๓๘๐,๐๐๐ คน ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบของเรือนจํา ซึ่งมีอยู่ทั้งประเทศ ๑๕๓ เรือนจําทั่วประเทศ โดยกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ดูแล เกินความสามารถที่จะควบคุมดูแลได้ ห้องนอนหรือเตียงนอนมีทั้งหมดประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ เตียง แต่นักโทษมีไม่น้อยกว่า ๓๘๐,๐๐๐ คน ถามว่าจะนอนกันอย่างไร จะพักอย่างไร อีกจํานวน ๑๖๐,๐๐๐ คนไม่มีที่นอน จะนอนตรงไหนท่านประธานลองนึกภาพ ดูเองก็แล้วกัน วันนี้ต้องยอมรับว่าเรือนจําของประเทศไทยนั้นอยู่ติดอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งมีนักโทษจํานวนมาก ถ้าในเอเชีย (Asia) อยู่ในอันดับ ๓ ผมอยากกราบเรียนว่าวันนี้ ถ้าเปรียบเทียบอัตราต่อเจ้าหน้าที่ ๑ : ๓๓ ท่าน เกิดปัญหาในการปกครองและการก่อปัญหา ในทางการปฏิบัติ ปัญหาการจลาจล ผู้ต้องขังแหกเรือนจํา ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ปัญหา สุขภาพจิต ติดเชื้อโรคได้ง่าย การอบรมฟื้นฟูแก้ไขพฤติกรรมซึ่งมีงบประมาณไม่เพียงพอ ท่านทราบไหมว่าวันนี้งบประมาณกระทรวงยุติธรรมมีทั้งหมดประมาณ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น ต้องกราบเรียนว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นมีนักโทษที่ทําความผิดซ้ํา ๆ ซาก ๆ เข้า ๆ ออก ๆ นักโทษชั้นดีก็มีโอกาสได้ปล่อยให้พ้นโทษ แต่อย่างไรก็ตามปัญหาต่าง ๆ ที่สะสมมาอย่างช้านาน ต้องยอมรับความจริงว่านักโทษเขากระทําความผิดจริงหรือไม่ เนื่องจากว่ากฎหมายประเทศไทยเรานั้นถ้าหากว่าไม่สามารถหาพยานมาหักล้างในการ ดําเนินคดีได้ แน่นอนครับติดคุกแน่ จะสังเกตได้ว่าวันนี้คนจนเท่านั้นที่มีโอกาสติดคุก คนรวย ไม่มีโอกาสติดคุก เพราะคุกหรือเรือนจําสร้างไว้ให้สําหรับคนจนเท่านั้นเป็นที่ประจักษ์ชัด ผมอยากกราบเรียนว่าวันนี้ท่านทราบไหมว่าอาหารในเรือนจําหรือนักโทษของทางทหาร วันหนึ่งประมาณ ๗๕ บาท แต่นักโทษที่อยู่ในเรือนจําได้วันละประมาณ ๔๕ บาท แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ถึงครับ ถามว่าวันหนึ่งมื้อหนึ่งกินไม่ถึง ๒๐ บาท กินอะไรครับ กระดูกหมูยังไม่มีโอกาสเลย ใช้ราดเอา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประจักษ์เห็นชัดว่าถ้าหากการควบคุมหรือการบริหารจัดการ เป็นอย่างนี้ ผมต้องเรียนว่างบประมาณมีจํากัด ผมก็ต้องขอชมท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านมีนโยบายหลายนโยบายแต่ไม่สามารถจะทําได้ เพราะขาดปัจจัย เรือนจํามีอยู่ร้อยกว่าเรือนจํา แออัดอยู่ในเมือง อยู่ในที่ชุมชน แทนที่จะสร้าง เรือนจําออกไปนอกเมือง ทั้งอากาศ เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. วีระกรได้นําเรียนไปแล้วว่า เมืองนอก ต่างประเทศ ท่านทราบไหมว่าเขาคิดว่าคนที่ถูกต้องโทษนั้นไม่ใช่อาชญากรรม แต่โอกาสในจังหวะหนึ่งที่เขาผิดพลาดหรือประมาทเลินเล่อทําให้ต้องโดนต้องคดี แน่นอนที่สุดครับ แต่เขาเป็นโจรโดยสันดานหรือไม่ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ ในขณะเดียวกันเมื่อเข้ามาอยู่ในเรือนจําแล้ว แทนที่จะหาความรู้ให้นักโทษหรือผู้ที่อยู่ในเรือนจํานั้นได้ศึกษาหาความรู้ เช่นเอาอาจารย์ ไปสอนภาษาอังกฤษ หรือสอนวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนจําที่จังหวัดลพบุรี ผมในฐานะที่เป็นนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ผมเอาอาจารย์อาชีวศึกษาเข้าไปสอน ในเรือนจํา ปีหนึ่งนักโทษสามารถจบได้ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ คน สร้างอาชีพให้เขา ที่ผ่านมานั้น ท่านทราบไหมอยู่กันอย่างไร อด ๆ อยาก ๆ อาหาร ๔๐ บาท ๕๐ บาท มันจะพอกินไหม ผมอยากกราบเรียนว่าวันนี้อยากเห็นรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ทรัพยากรบุคคลได้มีชีวิต อย่างดีกว่าปัจจุบัน อย่างน้อยถ้าหากว่าขาดอาหาร ออกจากเรือนจําไปสติปัญญาสมอง อาจจะเป็นภาระให้กับรัฐบาลอีก แต่ถ้าหากว่าจะไปฝึกฝนนักโทษทั่วประเทศให้มีการศึกษา อบรม เรียนเพิ่มวิทยฐานะ ออกไปเขาก็มีงานทําครับ ถึงกราบเรียนว่าวันนี้ถ้าหาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะใช้นโยบายของผมเรามีอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ๔๘๐ วิทยาลัย มีอยู่ทุกจังหวัด เกือบทุกอําเภอ สามารถจะประสานงานกับผู้บัญชาการเรือนจํา เปิดโอกาสให้อาจารย์เข้าไปสอนวิชาอาชีพได้ บางท่านจบถึงปริญญาตรีก็มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อยากเห็นนักโทษของประเทศไทยเมื่อออกจากเรือนจําแล้วเขาก็มีอาชีพ มีฐานะ สามารถยังชีพ ตัวเองและครอบครัวได้ เมื่อออกไปแล้วไม่มีสติปัญญา สมองก็มึน อาหารก็ไม่เพียงพอต่อการ จะชุบชีวิตตัวเอง แน่นอนสมองอาจจะเสื่อมก็เกิดปัญหา ความรู้อาจจะลืม เพราะฉะนั้น ต้องให้ความรู้เติมเต็ม และสุขภาพอนามัยต้องมีความสมบูรณ์ เพียงแต่ไปกักบริเวณเพื่อที่เขา ได้กระทําการโดยมิชอบในสังคม ผมไม่อยากเห็นว่านักโทษคืออาชญากร ท่านเห็นไหมครับว่า นักโทษบางคน อย่างเช่นตัวอย่างที่ผ่านมาที่จังหวัดชัยภูมิคุณอ้วนหรืออย่างไร ข่มขืน แล้วเข้าออกคุก เข้าออก ออกเข้าอยู่อย่างนี้ แทนที่หมอจิตวิทยาไปศึกษา ไปสอน ไปให้ความรู้ และเรียนรู้ว่าก่อนที่จะออกจากเรือนจําได้นั้น ควรจะเช็ก (Check) ตรวจสอบสุขภาพว่า สติปัญญาเป็นอย่างไร ออกแล้วไม่ไปทําความผิดอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเห็นว่างบประมาณเพียง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท มีเจ้าหน้าที่อยู่ประมาณหมื่นกว่าคนพอไหมครับ แน่นอนท่านรัฐมนตรี อาจจะมีสติปัญญา มีมันสมอง มีความคิดอันเลอเลิศ แต่มันทําไม่ได้ อยากเห็นว่าวันนี้รัฐบาล ได้สร้างเรือนจําเพิ่มขึ้นให้เขาอยู่อย่างมีความสุข สุขภาพอนามัยที่ดี เพียงแต่กักบริเวณ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงนักโทษในเรือนจํา ไม่ใช่เป็นอาชญากร ตลอดชีวิต เขาถูกตราบาปว่าเป็นอาชญากร ออกไปในสังคมเขาอยู่ได้อย่างสง่างามเหมือน ทุกคนที่เขามีโอกาสผิดพลาดไปในช่วงวัยหนึ่งที่เขาเกิดผิดพลาดในชีวิตของเขาให้กลับมาเป็น บุคคลที่ดี ผมหวังว่าการที่ผมและคณะได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา เรื่องนี้เหมือนต่างประเทศ นักโทษเขามีการศึกษา มีการเรียน มีอบรม ออกไปก็มีงานทํา ของเราออกไปวนกลับอีกไม่มีอาชีพ ออกไปไม่รู้จะหากินอย่างไรก็กลับไปกระทําความผิดอีก ซ้ํา ๆ ซาก ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมมั่นใจว่าสภาแห่งนี้จะเห็นความสําคัญนักโทษในเรือนจําที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์หาพยานหลักฐานมาหักล้างไม่ได้ จําเป็นต้องถูกดําเนินคดีเพราะ ความยากจน ผมต้องขอกราบพระคุณท่านประธานที่กรุณาได้บรรจุญัตติของผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน อยากเห็น นักโทษมีศักดิ์ศรีเหมือนมนุษย์ทุกคนของประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับ