ซูการ์โน มะทา หารือปัญหาการถ่ายโอนภารกิจและสายทางถนนจากกรมทางหลวงชนบทไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งค้างมานานกว่า 20 ปี พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายอำนาจและการถ่ายโอนทั้งงานและงบประมาณอย่างครบวงจรตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระจายอำนาจ จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณและเครื่องจักรของท้องถิ่น
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุน ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการถ่ายโอนถนนทางหลวงให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ผมอยากจะเท้าความนิดหนึ่งเพื่อให้เห็นเหตุผลว่าทางสภาผู้แทนราษฎรนั้นควรจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาเรื่องของการถ่ายโอนถนนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะปัญหานี้มันไม่ใช่เพิ่งเกิดปี ๒ ปี ปัญหานี้เกิดมา ๒๐ ปีแล้วครับ ถ้าเราดูจากพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ เราจะเห็นได้ว่า จะมีการเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต. ก็เกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. ขั้นตอนการกระจายอํานาจทั้งหมด แต่ พ.ร.บ. การกระจายอํานาจ นอกจากการกระจายอํานาจ ในการปกครองแล้วยังมีการกระจายอํานาจในขั้นตอนของถ่ายโอนงบประมาณแล้วก็เนื้องานให้
ประเด็นสําคัญที่สุด ผมเองก็เกิดมาได้สู่เส้นทางการเมืองในช่วงที่มี การถ่ายโอนงบประมาณหรือโครงการต่าง ๆ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสมัยนั้นปี ๒๕๔๒ ผมเองก็มีฐานะเป็นผู้บริหารคนหนึ่งขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดยะลา ตอนแรกเราก็รู้สึกดีใจว่าเราได้รับเกียรติจากพี่น้องประชาชน ได้มาเป็นตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน จะได้มาแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตามความต้องการของพี่น้องประชาชน เราดีใจว่าคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ได้มีแผนขั้นตอนการกระจายเนื้องาน ถ่ายโอนงานจาก รพช. เดิม กรมโยธาธิการให้อยู่ใน ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ๒๐ ปีผ่านมาก็มีการถ่ายโอนเฉพาะงาน มีบุคลากรบ้างบางส่วน แต่เม็ดเงินงบประมาณนั้นไม่เคยสนับสนุนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเลย ปัญหาทั้งหมดมันไม่ใช่ว่าปัญหาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้บริหาร องค์กรส่วนท้องถิ่นไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงานหรือการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ปัญหาทั้งหมดมันเกิดขึ้นจากความจริงใจของรัฐบาล รัฐบาลมีความจริงใจ ที่จะกระจายอํานาจให้พี่น้องประชาชน ให้ตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้ทํางานแก้ปัญหา ของพี่น้องประชาชนจริงหรือไม่นั้นเป็นเรื่องสําคัญ อยู่ดี ๆ ครับ จากการโอนงบประมาณ โอนสายทางงานของทางหลวง ตอนนั้นเขาเรียก รพช. แล้วก็ของกรมโยธาธิการให้กับ อบจ. มีเครื่องจักรให้บ้าง แต่ว่าท่านรู้ไหมครับสภาพเครื่องจักรที่โอนไปให้กับ อบจ. ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่รับโอนมาจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นรัฐบาลกลางนั้นแทบจะใช้งานไม่ได้เลย และที่สําคัญที่สุดหลังจากถ่ายโอนไปแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล หรือ อบต. ต่าง ๆ ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ อย่างที่ ท่านบอกนะครับ สายทางที่รับผิดชอบ ทั้งหมดมีมากมายของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะ กรมทางหลวงชนบทซึ่งตั้งขึ้นมาหลังจากมีการโอนหน่วยงาน ยุบหน่วยงาน รพช. ไปแล้ว แต่ก็มาตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา วันนี้มันเกิดความซ้ําซ้อน ผมว่าขั้นตอนการกระจายอํานาจของ คณะกรรมการการกระจายอํานาจที่กําหนดให้การกระจายเนื้องานงบประมาณต่าง ๆ ให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความรับผิดชอบในการดูแลบริการสาธารณะนั้น มันก็ชัดเจนว่า ต้องขั้นตอนในการกระจายให้แล้วเสร็จภายใน ๔ ปี ถ้าปี ๒๕๔๒ จะต้องเสร็จภายในปี ๒๕๔๖ แต่เสร็จในปี ๒๕๔๖ ท่านก็มาตั้งกรมใหม่ขึ้นมาในกระทรวงคมนาคมคือกรมทางหลวงชนบท กลายเป็นว่างานแท้ ๆ ที่มันอยู่ในความยากลําบากที่ต้องเป็นภาระ ต้องเจอกับพี่น้องประชาชน ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล แต่งานสายทางหลักที่เป็นสายทางรองจากทางหลวง ทางหลวงชนบทกลับไม่ทํา วันนี้ยังเป็นปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าบางสายทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ระเบียบของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ บอกว่าการถ่ายโอนสายทางงานไปแล้ว รับไปแล้วไม่สามารถจะถ่ายโอนกลับ วันนี้ถ้ารัฐบาล ให้ความจริงใจ ผมจึงเห็นว่าการถ่ายโอนยังเป็นภารกิจที่ควรจะให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ท่านต้องให้งบประมาณ ไม่ใช่งบประมาณในการซ่อมบํารุงคุณจัดแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ให้องค์กรท้องถิ่นที่มีศักยภาพวิ่งงบประมาณเอาจากกรม อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ ที่ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหารท้องถิ่นหลายแห่ง ใครวิ่งงานได้ก็ได้งบประมาณ ไปซ่อมบํารุงเยอะ ใครวิ่งงานไม่เป็นไม่มีผู้รับเหมางานก็ไม่มีที่จะเอางบประมาณไปซ่อม เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน อันนี้สําคัญที่สุด ผมจึงอยากขอความร่วมมือ ขอความเห็นใจ จากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าเราจําเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องโครงการถ่ายโอนสายทางถนนของ ทางหลวงชนบทให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศว่าวันนี้ถ้ามันถ่ายโอนกลับไม่ได้ เราจะทําอย่างไร มันมีปัญหาอีกเยอะแยะที่เราจะต้องมาพูดจากันในคณะกรรมาธิการเพื่อ แก้ปัญหาที่มันคาราคาซังมา ๒๐ ปีให้มันเป็นรูปธรรมให้ได้ ผมเชื่อว่าอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผม พยายามที่มาอภิปรายเพื่อสนับสนุนให้สภาได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในเรื่องของ ญัตตินี้ ขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ