เทพไท เสนพงศ์ หารือปัญหาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยไม่มีการโอนงบประมาณตามมา ทำให้การซ่อมแซมและบำรุงรักษายากลำบาก และเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตท่านประธาน อภิปราย ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา การถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์การบริหารส่วนตําบลทั่วประเทศ ก็ต้องเรียน กับท่านประธานว่าที่ขออนุญาตอภิปรายเรื่องนี้ก็คือในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่อยู่ใน ต่างจังหวัด และทุกครั้งที่ลงพื้นที่ก็จะเจอปัญหาเรื่องถนนหนทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนหนทางที่ชํารุด ก็ตอบกับชาวบ้านยากเลยครับว่าถนนเส้นนี้เป็นของทางหลวงชนบทหรือ หรือเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บางเส้นทางก็เป็นทางหลวงชนบท บางเส้นทางก็เป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าที่มีปัญหาก็คือว่ามันชํารุดทรุดโทรม ถ้ายิ่งเป็นของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วจะไม่มีงบประมาณในการบูรณะ ในการก่อสร้างเลยครับ ต้องเรียนกับท่านประธานว่ากรมทางหลวงชนบทก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๔๕ จริง ๆ แล้ว สถานะตอนนั้นก็เป็นกรมเฉพาะกิจ อยู่ในระหว่างการถ่ายโอน ตั้งกรมนี้ขึ้นมา ๕ ปีแล้วก็ ยุบเลิกกรมนี้ไป โอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดเลยครับ แต่ท่านประธาน คงจําได้ในปี ๒๕๕๐ หลังจากนั้น ๕ ปีก่อนที่กรมนี้จะถูกยุบไป สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ ให้กรมนี้คงอยู่ เพราะเห็นว่ามีศักยภาพมากกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างถนน ซึ่งระหว่างนั้นก็มีการถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเยอะมาก แล้วก็นายกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารตอนนั้นก็มีความรู้สึกว่าเมื่อถ่ายโอนมาแล้วหวังว่างบประมาณ ก็จะตามมาด้วย ก็รับโอนมาเต็มไปหมด ตอนนี้คามือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเยอะมาก ถนนเหล่านี้ แล้วก็ไม่มีงบประมาณได้สร้างได้ทํา สุดท้ายจะโอนคืนไปยังหน่วยงานสังกัดเดิมยากมากไม่มีใครรับหรอกครับ ตอนนั้น ถ้าท่านประธานจําได้ในปี ๒๕๔๒ ที่มีพระราชบัญญัติกําหนดแผนขั้นตอนการกระจายอํานาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วคนที่ทําเรื่องนี้บุกเบิกเรื่องการกระจายอํานาจสู่ท้องถิ่นตอนนั้นก็คือท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วพอตั้งแผนกระจายอํานาจขึ้นมาตอนนั้นก็มีแผน ที่จะโอนงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์แล้วขยับมา ๒๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทํามาได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเป้าหมายสูงสุดก็คือต้องโอนกระจายอํานาจ งบประมาณให้มา ๓๕ เปอร์เซ็นต์ พอสุดท้ายแล้วทําไม่ได้ครับ ไม่มีเงินที่จะกระจายรายได้ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่ พ.ร.บ. แผนการกระจายอํานาจกําหนดไว้คือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ จนเป็นที่มาต้องแก้กฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านประธานจําได้ ในยุคของรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ จนถึงวันนี้ก็ไม่มี พอวันนี้เรากําลังตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะโอน ทางหลวงเส้นทางทั้งหมดไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมไม่ขัดข้องในเรื่องการกระจายอํานาจ ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. ท่านประธานก็รู้การกระจายอํานาจ น้อยมาก ให้อํานาจกับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้อํานาจกับข้าราชการประจําสูงกว่าข้าราชการ การเมืองในท้องถิ่น แต่ความเห็นของผมก็คือถ้าหากว่าคุณจะโอนภารกิจไปทั้งหมดคุณต้อง โอนงบประมาณไปด้วย ไม่ใช่ว่าโอนเฉพาะภารกิจไปให้ โอนแต่โครงการไปให้ แต่ว่า งบประมาณไม่ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเอางบประมาณจากไหนมาก่อสร้างครับ บาง อบต. ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อแต่นายก อบต. มาคุยกับผมเลยครับ มีงบรายได้ ๘ ล้านบาท ค่าข้าราชการประจํา ค่าสมาชิก อบต. หมดเลยครับ ไม่มีงบพัฒนาเลยปีต่อปีท่านประธานคิดดู เหมือนกับว่าเก็บภาษีมาดูแลข้าราชการที่เป็นลูกหลานของคนในตําบล อย่างนี้ถ้าหากว่า เราจะกระจายอํานาจโอนภารกิจไปให้จากกรมทางหลวงชนบทไปอีกยิ่งเป็นภาระใหญ่เลย อันนี้ผมยกตัวอย่างเห็นชัด ๆ เลยครับ ที่โอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. ถนนเส้นทางเสาเภา ไปวัดไอ้ไข่ วัดเจดีย์ ท่านประธานคงรู้จักวัดเจดีย์ วัดไอ้ไข่ ที่ดังที่สุด ในตอนนี้เส้นทางนี้เป็นความรับผิดชอบของ อบจ. ถ่ายโอนมา ก่อสร้างแล้วก่อสร้างอีก ล้มเหลว มาตรฐานต่ํา ชํารุดทรุดโทรมไม่มีงบประมาณบูรณะ ทั้ง ๆ ที่เส้นทางมีความจําเป็น เยอะมาก คนเข้าวัดนี้วันหนึ่งเป็นหมื่น ๆ คน ๒. สี่แยกเบญจมราชูทิศของจังหวัดนครศรีธรรมราช เส้นทางนี้โอนให้อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช แต่ว่าจะสร้าง สะพานลอยข้ามแยก ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท เทศบาลไม่รู้จะเอางบจากไหนมา จะโอนคืนให้ ทางหลวงเขาก็ไม่รับคืนหรอกครับ สี่แยกหัวถนนศาลามีชัย หน้าห้างเซ็นทรัล จะทําอุโมงค์ ลอดทางแยกใช้งบประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาท ผมถามท่านประธานว่าเทศบาลจะเอางบ มาจากไหน ไม่มีหรอกครับ เส้นทางทางหลวง อบจ. เส้นชะอวด-ขอนหาด โอนให้กับ อบจ. นครศรีธรรมราช ตอนนี้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อไม่มีศักยภาพในการซ่อมแซม รวมไปถึงเส้นทาง เส้นไม้เสียบมายังเทศบาลตําบลชะอวดเป็นคอขวดก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าภาพระหว่างเทศบาล ตําบลชะอวด กรมทางหลวงหรือเทศบาลตําบลท่าประจะ ผมก็แนะนําว่าโอนให้ทางหลวง ให้ทางหลวงก่อสร้างแล้วก็มอบคืนมาก็ยังไม่รับโอน เพราะฉะนั้นการที่เราจะถ่ายโอน ถนนทางหลวงชนบททั้งหมดไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรัฐบาลไม่มีหลักประกันว่า จะโอนงบประมาณไปให้ด้วยผมคิดว่าเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงครับ ผมไม่ขัดข้องที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้แต่ว่าต้องทําให้จริง ต้องให้คําตอบกับผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการสูญเปล่าแล้วก็จะเป็นประวัติศาสตร์ ซ้ํารอย ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท ขอบคุณครับ