สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓

อภิชาติ ศิริสุนทร ขอหารือเรื่องการถ่ายโอนภารกิจการก่อสร้างและดูแลถนนของกรมทางหลวงชนบทไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล และเรียกร้องให้มีการโอนงบประมาณและบุคลากรพร้อมกัน เพื่อให้ท้องถิ่นมีอํานาจในการตัดสินใจและดูแลถนนอย่างเต็มที่

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้อง ขออนุญาตใช้เวลาสภาแห่งนี้ไม่นานครับ เพื่อขออภิปรายตามญัตติของเพื่อนสมาชิกที่เสนอมา ที่สภาแห่งนี้ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการ ถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์การบริหารส่วนตําบลทั่วประเทศ ท่านประธานครับ การถ่ายโอนภารกิจส่วนใหญ่ที่ผ่านมาของราชการส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นในด้านต่าง ๆ แต่ญัตติตรงนี้พูดถึงเรื่องการถ่ายโอนถนน ที่ผ่านมาหน่วยงานส่วนกลางโอนเพียงงานเทคนิค ที่ผ่านมาส่วนกลางโอนหน้าที่ของตัวเองซึ่งก็ไม่ได้ตัดขาดมาให้กับท้องถิ่น นั่นก็หมายความว่า ท้องถิ่นไปเอาหน้าที่ของคนอื่นมาทํา นั่นก็หมายความว่าท้องถิ่นไม่มีอํานาจในการตัดสินใจว่า จะพิจารณาแก้ปัญหาเส้นทางเส้นไหนให้กับพี่น้องประชาชน นั่นก็หมายถึงว่ากรมทางหลวงชนบท ได้ตัดสินใจว่าจะก่อสร้างเส้นทางไหนเรียบร้อย ออกแบบออกแปลนเรียบร้อยแล้ว สร้างเสร็จ ค่อยถ่ายโอนมาให้กับท้องถิ่นเขา แล้วถ่ายโอนมาก็ไม่ได้ถ่ายโอนมาทั้งหมด หน้าที่เหล่านั้น อํานาจเหล่านั้นก็ยังคงอยู่กับกรมทางหลวงชนบทเช่นเดิม เอาเฉพาะถนนมาให้เขา งบประมาณ ในการบํารุงดูแลรักษาในการซ่อมแซมก็ไม่โอนมาให้เขา บุคลากรก็ไปรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง แทนที่จะโอนบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการหรือวิศวกรมาให้ท้องถิ่น ท่านประธาน ทราบไหมว่าท้องถิ่นขนาดเล็ก ขนาดกลาง เขาแทบที่จะไม่มีวิศวกรแม้แต่ท่านเดียว ก็มี ผอ. กองช่าง มีผู้ช่วยช่าง ไม่เกิน ๓ คนหรอกครับ มันถึงบ่งชี้ให้เห็นว่าเกิดความซ้ําซ้อนเกิดขึ้น บ่งชี้ให้เห็นว่าการถ่ายโอนอํานาจตัวนี้ไม่ได้โอนอํานาจมาโดยแท้จริง เพราะหน่วยงานเดิม ยังคงอยู่ หน่วยงานราชการส่วนกลางยังคงอยู่ ยังคงอยู่เช่นเดิมหมดเลย ผลสุดท้าย เป็นอย่างไรครับ ผลสุดท้ายการที่ท้องถิ่นเขาไม่มีงบประมาณ ไม่มีบุคลากร เมื่อถนนชํารุดทรุดโทรม ทําให้ประชาชนเดือดร้อนสุดท้ายจริง ๆ ก็คือท้องถิ่นเหล่านั้นต้องขอส่งมอบคืนให้กับหน่วยงานเดิม ซึ่งจะมอบได้ไหมครับ ทางหน่วยงานเดิมก็ไม่อยากรับครับ พอสร้างเสร็จแล้วคุณก็ไป รับผิดชอบเอาเอง นี่คือปัญหาที่มันเกิดขึ้น เหมือนกับหน่วยงานราชการส่วนกลางไม่มี ความต้องการที่จะถ่ายโอนอํานาจเหล่านี้ไปให้กับท้องถิ่นโดยแท้จริง เหมือนกับว่ายังคงอยาก รักษาอํานาจของรัฐราชการส่วนกลางไว้ดังเดิม เหมือนกับว่าท้องถิ่นถูกวางยา ไม่วางยา ได้อย่างไรครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดไปว่าโอนให้เขาแล้วงบก็ไม่มีให้เขา บุคลากรก็ไม่มี ให้เขา อํานาจในการตัดสินใจว่าเขาจะแก้จุดไหน อย่างไร ก็ไม่ให้เขา เขาจะก่อสร้างถนนเส้นไหน อย่างไรก็ไม่ให้เขามาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เริ่มกระบวนการออกแบบออกแปลน ดังนั้นผมถือว่าการถ่ายโอนในครั้งนี้ โอนทางหลวงชนบทอะไรก็แล้วแต่เป็นการวางยาพิษ ให้กับท้องถิ่น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ พอพี่น้องประชาชนร้องเรียนไปปุ๊บ ก็ต้องบอกแล้วครับ ท้องถิ่นไม่มีศักยภาพ หน่วยงานส่วนกลางก็บอกท้องถิ่นไม่มีศักยภาพ ดังนั้นจึงไม่อยากจะให้ อํานาจท้องถิ่น อยากจะดึงอํานาจท้องถิ่นคืน เท่าที่ผมดูเป็นการวางยาพิษแน่นอน ทางหลวงท้องถิ่นมันมีกฎหมายรองรับชัดเจนเลยครับ แต่ไม่มีงบประมาณอย่างที่ เพื่อนสมาชิกบอก ถึงแม้มีงบประมาณก็แล้วแต่ ที่เป็นงบประมาณประเภทถ่ายโอนงบเฉพาะกิจ แต่งบประมาณเหล่านั้นไม่ได้ถ่ายโอนหรือไม่ได้อุดหนุนเฉพาะกิจไปให้พื้นที่ที่มีภารกิจในการ ถ่ายโอนถนนเลย งบประมาณเหล่านั้นเป็นงบประมาณที่ถูกดึงถูกวิ่งถูกยื้อแย่งกันไปลง ในพื้นที่ใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นการถ่ายโอนถนนเลย หรือเรียกง่าย ๆ หลายท่านคงได้ยิน คําว่า งบวิ่ง วิ่งสวนกันไปสวนกันมา ไม่ได้มองว่าถนนเดิมที่มันชํารุดทรุดโทรมมันจะเป็น อย่างไร ไปใหม่ไปเรื่อย ดึงหน้าดึงหลังไปเรื่อย ดังนั้นนี่ก็เป็นปัญหาสาระสําคัญ ดังนั้น งบอุดหนุนเฉพาะกิจต้องตามไปกับภารกิจถ่ายโอนให้มันชัดเจน ต้องเอาไปลงในพื้นที่ที่เป็น พื้นที่ยุทธศาสตร์ ต้องเอาไปลงในพื้นที่มีการถ่ายโอนถนนในท้องถิ่นเดิมอยู่แล้ว ไม่ใช่ดึง ไปใหม่เรื่อยครับ ดังนั้นปัญหาเรื่องการถ่ายโอนทางหลวงไปสู่ อบต. ต้องทําแบบมียุทธศาสตร์ และมีเป้าหมาย ต้องโอนภารกิจคน เงิน อํานาจในการตัดสินใจให้เขาตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ใช่ทํา แล้วค่อยไปโอนให้เขา ดังนั้นผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาในการ ถ่ายโอนครั้งนี้ ขอบคุณครับ