ผ่องศรี สนับสนุนญัตติถ่ายโอนภารกิจ ชี้ปัญหาถนนท้องถิ่นต้องเร่งแก้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓

ผ่องศรี แซ่จึง หารือปัญหาการถ่ายโอนภารกิจถนนสู่ท้องถิ่นที่ขาดความพร้อม ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการจัดการ จนเกิดความสับสนและเสื่อมสภาพของถนน โดยเฉพาะถนนลูกรังที่ยังมีจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพคะ ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันเสนอญัตติร่วมกับท่าน ส.ส. บุญรื่น ศรีธเรศ ซึ่งได้นําเสนอไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ขออภิปรายเพิ่มเติมสนับสนุนญัตตินี้ค่ะ สมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วในเรื่องเดียวกัน ดิฉันจะไม่พูดซ้ําเพราะว่าปัญหาก็เป็นปัญหาเหมือนกัน ปัญหาเดิม ๆ แต่ดิฉันอยากเน้นย้ําว่าการถ่ายโอนภารกิจต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติ การถ่ายโอนนั้น จริง ๆ แล้วก็มีข้อกําหนดว่าจะต้องถ่ายโอนตามกฎกติกา และที่สําคัญก็คือ จะต้องดูความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะรับการถ่ายโอนนั้นด้วย แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะรีบเร่งกะทันหันหรือเปล่า หรือเหตุผลกลใดจนมาถึงวันนี้เราก็จึงได้ทราบว่ามันเกิดปัญหาอย่างมากมาย วันนี้ถ้าเราจะ พูดถึงเรื่องถนนก็จะมีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗๘๑,๔๗๑ สายทาง คิดเป็น ๕๙๘,๓๓๘ กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็นถนนคอนกรีต ๑๘๐,๔๗๐ กิโลเมตร ถนนลาดยาง ๑๒๔,๔๑๔ กิโลเมตร ถนนลูกรัง ๒๙๓,๔๕๔ กิโลเมตร ซึ่งถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วถนนลูกรังจะอยู่ที่ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ถนนลาดยางแค่ ๓๐.๑๖ เปอร์เซ็นต์ และถนนคอนกรีตก็ประมาณ ๒๐.๗๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบครึ่งหนึ่งของถนนที่ถ่ายโอนมา ดิฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในยุคที่เรามีรถไฟความเร็วสูงแล้ว รถไฟความเร็วสูงในกรุงเทพฯ ขึ้นหลายสีหลายเส้นทาง ถนนในเมืองใหญ่ ๆ ทําซ้ําแล้วซ้ําอีก ชํารุดนิดหนึ่งก็สร้างใหม่ เพิ่มเติมใหม่ ซ่อมแซมใหม่ แต่ถนนในชนบทเกือบครึ่งหนึ่ง ที่ถ่ายโอนไปแล้วยังเป็นลูกรังค่ะ ถ้าจะว่าไปกับยุคนี้ยุคที่รัฐบาลบอกว่าจะเป็นยุค ๔.๐ มันน่าวิตกกังวลไหมคะ ท่านนึกออกไหมว่าพี่น้องประชาชนเราจะอยู่อย่างไร หลังพายุ ที่ผ่านมา ๒ ลูกที่แล้วถนนดูไม่จืดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นการถ่ายโอนซึ่งคนรับก็ต้องพร้อม ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น แล้วทีนี้เราจะแก้ปัญหากันอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาที่เห็นชัดเจน ก็คือการลงทะเบียนว่าถนนสายใดเป็นของใครนั้นยังเป็นปัญหาค่ะ เวลาถนนมีปัญหา ก็มาถามกันว่าถนนสายนี้ใครดูแล ใครรับผิดชอบ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เหตุเกิดขึ้น ในเขตเลือกตั้งดิฉันแล้วเถียงกันไปเถียงกันมา ถนน ๒ สายนี้เป็นของใคร จนบัดนี้ก็ได้ทราบ แล้วว่าเป็นของใคร ดูไม่จืดค่ะ เพราะเมื่อไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของก็ไม่สามารถที่จะตั้ง งบประมาณในการซ่อมแซมบํารุงรักษาได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้นการลงทะเบียนนี้จึงเป็นปัญหาหนึ่ง งบประมาณก็เป็นปัญหา เพื่อนสมาชิกว่าไปแล้ว บุคลากรไม่ต้องพูดถึงเลย เครื่องไม้เครื่องมือ ก็เช่นเดียวกัน เพราะว่าเมื่อรับโอนมาแล้วมันก็จะต้องบํารุง จะต้องซ่อมแซม จะต้องมี เครื่องไม้เครื่องมือ จะต้องมีเงิน ท่านประธานเชื่อไหมว่าบาง อบต. แบ่งงบประมาณกัน คนละ ๒๐ เมตร ๓๐ เมตร คนละครึ่งกิโลเมตรต้องยอม ดิฉันก็สงสัยว่าทําไมเป็นแบบนั้น ทําไมไม่รวมกันเอาสายใดสายหนึ่งไปเลย เขาบอกว่าไม่ได้เพราะว่าพี่น้องประชาชนไม่ยอม สมาชิก อบต. ก็ไม่ยอม เพราะว่าทุกคนต้องได้ ถ้าไม่ได้ก็ตอบพี่น้องประชาชนไม่ได้ว่าเลือก เข้าไปแล้วทําอะไรได้บ้าง อันนี้เป็นเรื่องที่น่าอนาถใจมาก ดิฉันเจอมาแล้วถ้าใครไม่อยู่ชนบท จะไม่เจอ เพราะฉะนั้นการถ่ายโอนจริง ๆ แล้ววันนี้เขาบอกว่า ๒๙ เปอร์เซ็นต์ แต่มันได้ ใช้จริง ๆ ประมาณ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วตาม พ.ร.บ. การถ่ายโอนจะต้องถ่ายโอน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ถ่ายโอนเงินด้วยเมื่อถ่ายโอนงานมา มีปัญหาเยอะแยะมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสูบน้ําที่ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นแล้วท้องถิ่นทําอะไรไม่ได้เลย ไม่มีเงินซ่อม อย่างขุดลอก อะไรประมาณนี้ ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ท่านวีระกรได้พูดถึง ดินที่จะทิ้งมีปัญหาทิ้งไม่ได้ ไม่มีที่ทิ้งดิน ขุดไม่ได้ ตั้งงบไม่ได้ หรือน้ํา ๒ ล้านลูกบาศก์คิวบิกเมตร จะต้องใช้พื้นที่เท่านั้น ไม่ได้ค่ะ อันนี้ทําไมต้องพูดกัน เพราะว่าทําให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาสเลยค่ะ ทีนี้ทําอย่างไรก็จะต้องแก้ปัญหา ตอนนี้ดิฉันทราบมาว่าอนุกรรมการเขาพิจารณาแล้วเรื่องน้ํา แต่คณะกรรมการกระจายอํานาจยังไม่ประชุมค่ะ แล้วจะประชุมกันตอนไหน เมื่อสมัยอดีต นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะสร้างรถไฟความเร็วสูงกู้ยืมเงิน ๒ ล้านล้านบาท ไม่ผ่านค่ะ มีผู้หลักผู้ใหญ่บางท่านบอกว่าขอให้ถนนลูกรังนี้ทําให้เสร็จก่อนเถอะ วันนี้ถนนลูกรังก็ยังอยู่ คู่กับประเทศไทย ยังอยู่ถึง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าทําไมเราจึง ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เลย หลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสานของดิฉัน จังหวัดตรังของท่านประธานก็ไม่ค่อยต่างกัน จังหวัดกาฬสินธุ์มีถนน ๑๖,๗๔๗ สาย ๑๒,๘๑๙ กิโลเมตร ลูกรัง ๘,๐๐๐ กว่าค่ะ จังหวัดขอนแก่น ๒๖,๐๐๐ กว่าสาย ๑๗,๖๐๐ กว่ากิโลเมตร ถนนลูกรัง ๙,๒๐๐ กว่าค่ะ จังหวัดอุดรธานี ๒๔,๒๘๖ ความยาว ๑๗,๘๒๕ กิโลเมตร ถนนลูกรัง ๑๐,๐๑๙ กิโลเมตร จังหวัดศรีสะเกษของดิฉันมีถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของท้องถิ่น ๒๒,๒๑๓ กิโลเมตร คิดเป็นความยาว ๑๗,๔๑๕ กิโลเมตร ยังเป็นถนนลูกรัง ๙,๙๙๒ กิโลเมตร คิดเป็นถนนลูกรัง ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ถนนคอนกรีต ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ถนนลาดยาง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ นี่ของจังหวัดศรีสะเกษ เพราะฉะนั้นท่านประธาน คงไม่แปลกใจว่า ส.ส. ท่านใดลุกขึ้นมาพูดในสภาก็จะบอกว่าถนนที่ถ่ายโอนนั้นไม่ได้รับ การดูแล มีข้อหนึ่งในกติกานั้นก็คือถ้า อปท. เล็ก ๆ ไม่สามารถจะซ่อมแซมบํารุงรักษาได้ ให้ อบจ. เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เลยค่ะ อบจ. เขารับไม่ไหว เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงคิดว่าเราจะทําอย่างไรกับเรื่องนี้ดี กติกาต่าง ๆ ที่ติดขัดจะต้องได้รับการแก้ไข สิ่งที่ควรจะพิจารณาที่ดิฉันอยากจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการนั้นก็คือจะต้องพิจารณาในส่วน ที่เป็นปัญหา เช่น ถ้าไม่สามารถที่จะโอนกลับคืนไปให้ทางหลวงชนบทเดิมได้ ก็ควรจะเพิ่ม งบประมาณให้พอเพียงที่จะอํานวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้รับด้วย หรือไม่เช่นนั้น อีกอันหนึ่งที่จะต้องทําเพิ่มในการศึกษาก็คือต้องดูกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ว่าจะเป็นปัญหา ทําให้เกิดความช้า ทําให้เกิดความไม่อํานวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน พี่น้อง เสียโอกาสค่ะ เพราะฉะนั้น ๓-๔ เรื่องนี้จําเป็นจะต้องเอาขึ้นมาวางบนโต๊ะ คณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้องต้องไม่ล่าช้า ปีนี้แล้ง แต่กฎกติกาต่าง ๆ ที่จะอํานวยความสะดวกให้กับหน่วยงาน ที่จะดําเนินการหรือแม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อไม่ได้รับ การแก้ไขก็ไม่สามารถจะดําเนินการได้ เหมือนท่านสมาชิกว่าไปเมื่อสักครู่ แม้จะมีเงิน มีบุคลากรแต่มีปัญหาเรื่องที่ดินก็ทําไม่ได้ มีบุคลากรมีปัญหาเรื่องเงินก็ทําไม่ได้ เพราะฉะนั้น มันพันกันอยู่ เมื่อไรเราจะพูดกันให้ตรง ๆ สักที เมื่อไรเราจะเอาปัญหาของบ้านเมือง ทุกปัญหาขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วพูดคุยกันอย่างเป็นระบบ แล้วก็แก้ปัญหาแบบบูรณาการ เพื่อจะได้จบสิ้นไม่ว่าจะเป็นใครที่เกี่ยวข้อง กรมไหนก็ตาม กระทรวงไหนก็ตาม ดิฉันคิดว่า น่าจะถึงเวลาแล้วที่จะคํานึงถึงคนชนบท คนที่มือไม่ยาว คนที่ด้อยโอกาส คนที่อยู่อย่าง ลําบากยากไร้ อย่างน้อยก็ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ให้เขามองเห็นว่าเขายังมีความเป็นตัวตน เขายังเป็นผู้เสียภาษีให้แก่ประเทศเหมือนเช่นคนอื่น ๆ ให้เขาเดินไปมาได้สะดวก ให้เขามีอยู่มีกิน ไม่ใช่มองเขาเหมือนพลเมืองชั้น ๒ แล้วไม่ได้ให้ความสนใจว่าเขาจะเป็นอยู่อย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะที่กรุณาต่อเวลาให้ดิฉัน ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ