มานพ คีรีภูวดล อภิปรายการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้องค์การบริหารส่วนตำบล โดยย้ำความจำเป็นในการโอนทั้งภารกิจและงบประมาณอย่างสอดคล้อง เพื่อให้ท้องถิ่นดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อความต้องการของประชาชน พร้อมเสนอให้คลี่คลายปัญหาความซ้อนทับของอำนาจหน่วยงาน ปลดล็อกข้อจำกัดจากกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ เพื่อเร่งพัฒนาเส้นทางและส่งเสริมการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ครับ ผมขออนุญาตอภิปรายใน ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบทให้กับองค์การบริหารส่วนตําบล ทั่วประเทศ คือในภาคชนบทจริง ๆ ที่เป็นสภาพชนบทในเขตป่าตามชายแดนอะไรพวกนี้ ความจําเป็นในเรื่องของการใช้ถนนหนทาง อันนี้มีความจําเป็นอย่างมากเลยถ้าเทียบกับ ในเมืองมันคนละเรื่องเลยนะครับ จําเป็นตั้งแต่เรื่องของการศึกษา เรื่องของการดูแลสุขภาพ แม้กระทั่งเรื่องของความมั่นคงที่จะต้องส่งข่าวสารข้อมูลให้กับส่วนราชการ สถานภาพตอนนี้ มีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นเรื่องของการโอนภารกิจ แล้วก็ประเด็นเรื่องของพื้นที่ที่ผมจะ อภิปรายใน ๒ ประเด็นนี้นะครับ การทําถนนผมถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐ เป็นบริการ สาธารณะที่รัฐจะต้องทํามันเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แล้วเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนที่จะต้อง ได้รับการบริการสาธารณะในเรื่อง ทีนี้ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ในกรณีที่มีการโอนภารกิจ เท่าที่มีข้อมูลอยู่ในมือ หลาย ๆ พื้นที่ อปท. ก็บ่นว่าทางกรมได้โอนมา โอนภารกิจ โอนหน้าที่ให้ แต่ไม่ได้โอนงบประมาณ อันนี้เป็นปัญหาสําคัญ เพราะว่าสร้างเสร็จเรียบร้อย การดูแลบํารุงรักษาถนนหลวงในเขตชนบทก็โอนให้ท้องถิ่นดูแล แต่ว่างบประมาณที่จะต้อง ดูแลรักษา อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ เพราะว่าโดยลําพังของท้องถิ่นเขาก็มีงบประมาณ บริการสาธารณะในพื้นที่จํากัดแล้วก็มีงบประมาณน้อยอยู่แล้ว ประเด็นนี้ถ้าจะให้เกิด ประสิทธิภาพจริง ๆ จําเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับ เมื่อโอนภารกิจหน้าที่เรียบร้อย เรื่องงบประมาณจะต้องมีความชัดเจน กรมทางหลวงชนบทจะต้องโอนงบประมาณ การบํารุงรักษาเป็นรายปีให้กับท้องถิ่นอย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็คือโอนแต่ภารกิจ ท้องถิ่น ก็ไม่สามารถที่จะจัดจ้าง หรือจะมีงบประมาณในการดําเนินการได้ แต่ในหลักการควรจะมี การโอน เพราะว่าเป็นเรื่องของกระบวนการกระจายอํานาจ คนที่เข้าถึงปัญหาและใกล้ชิด เวลาสถานการณ์อย่างหน้าฝนช่วงนี้ถนนมันขาด สะพานมันขาด หรือว่ามีประเด็นปัญหา ต้องดําเนินการเรื่องเร่งด่วนอะไร คนที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุดก็คือท้องถิ่น เพราะฉะนั้นก็คือ ในประเด็นนี้อยากจะให้มีความชัดเจนในเรื่องของทั้งภารกิจและงบประมาณนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ถึงแม้ว่าถนนทางหลวงชนบทจะอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมทางหลวงชนบท หรือว่าอยู่ในความรับผิดชอบที่ถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแล้วก็ดี จุดสําคัญก็คือว่าเวลาดําเนินการพื้นที่นั้นถ้าเป็นพื้นที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การดําเนินงานแต่ละครั้งก็จะต้องขออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ ผู้รับผิดชอบตามกฎหมายก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็กรมป่าไม้ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมมองอย่างนี้ว่าเวลาถ่ายโอนหรือจะดําเนินการอะไรถนนทุกเส้นที่เป็น ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท แล้วก็อยู่ในการรับถ่ายโอนอํานาจให้กับท้องถิ่น ควรจะมีการปลดล็อกเฉพาะถนน ที่ดินหรือว่าบริเวณที่อยู่ในขอบข่ายของถนนเส้นนั้นควรจะ ปลดล็อก ไม่อย่างนั้นก็คือว่าการจะปรับปรุงหรือว่าการจะพัฒนาพื้นที่ต่อจากถนนเดิม ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ถึงแม้คุณจะมีงบประมาณ ถึงแม้ว่าคุณจะมีเครื่องมือ ถึงแม้ว่า คุณจะมีบุคลากร แต่ว่าพื้นที่ตรงนั้นยังติดในกรอบเรื่องของกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตรงนี้ความจําเป็นที่จะเกิดขึ้น ความจําเป็นที่จะทําให้ทั้งกรรมาธิการ ที่จะต้องพิจารณาตรงนี้ ส่วนสําคัญที่สุดการใช้พื้นที่ที่ทับซ้อนกัน อํานาจอีกกรมหนึ่ง ทําหน้าที่ อีกกรมหนึ่งมีพื้นที่อนุญาต ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ถ้าหากว่าเราไม่แก้ไขให้เป็น เรื่องเดียวกัน การดําเนินงานก็จะเป็นเรื่องของความทับซ้อนในเชิงอํานาจของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยสรุปแล้วถ้าอยากจะให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความยั่งยืนและมีการตอบโจทย์ เรื่องของความเท่าทันต่อสถานการณ์ในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนกรณีเส้นทางของกรมทางหลวงที่จะโอนย้าย ระยะยาวเราจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการกระจายอํานาจ กระจายอํานาจให้เป็นอํานาจของท้องถิ่นจริง ๆ กระจายอํานาจในที่นี้คือไม่ใช่เฉพาะเรื่องของหน้าที่ภารกิจ กระจายทั้งเรื่องของบประมาณ และอํานาจในการตัดสินใจ พื้นที่ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่ผมสํารวจร่วมกับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่า ยังมีพื้นที่จํานวนมากและเป็นพื้นที่สําคัญมาก ๆ ที่จะต้อง ไปพัฒนาให้เกิดเป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างจังหวัด เช่นผมยกตัวอย่างกรณีพื้นที่ที่เชื่อม ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดตาก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างอําเภอแม่ระมาดกับอําเภออมก๋อย เป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของความมั่นคงด้วย เป็นพื้นที่การพัฒนาเรื่องของพื้นที่ทาง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วย ถ้าหากว่าตรงนี้การได้รับอนุญาตให้กรมทางหลวงชนบท หรือกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๒ กรมนี้ถ้าหากว่าได้รับการปลดล็อกจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การดําเนินงานทั้ง ๒ กลุ่มนี้จะสะดวกรวดเร็ว ขอบคุณมากครับ