วีระกร คำประกอบ หารือปัญหาการถ่ายโอนถนนจากกรมทางหลวงชนบทสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะถนนใน อบต.แม่เล่ย์ ที่มีความยาวรวม 320 กิโลเมตร ซึ่งถูกถ่ายโอนทั้งที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ว่าต้องมีความยาวเกิน 8 กิโลเมตร และเรียกร้องให้ทบทวนการถ่ายโอนที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการซ่อมแซมอย่างเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบกับถนนเสื่อมโทรมมานานเกือบ 30 ปี
ผมจะขออนุญาตเสนอญัตติที่ ๑ และญัตติที่ ๒ นะครับ เรื่องของถนนไปในการอภิปรายทีเดียวเลยนะครับ ก็จะขออนุญาต เพิ่มเติมจาก ๑๐ นาทีขึ้นไปสักนิดนะครับ แต่ในส่วนญัตติของน้ําผมขออนุญาตเสนอ เป็นญัตติที่แตกต่างต่อไปนะครับ ตั้งแต่เมื่อเช้านี้ถ้าท่านประธานและเพื่อนสมาชิกจะได้ฟัง การหารือของเพื่อนสมาชิก ครึ่งหนึ่งเป็นการหารือเรื่องถนนบ้านผมทําไมทําไม่ได้ ถนนบ้านผม ไม่มีการซ่อมแซม ถนนบ้านผมทําไมเป็นอย่างนั้น เรื่องของถนนทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน สาเหตุเพราะอะไร ก็เพราะการดูแลบริหารจัดการโดย อบต. หรือองค์การบริหารท้องถิ่น มันทําไม่ได้โดยขาดศักยภาพ ยกตัวอย่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ มีสายทาง ต้องดูแลทั้งหมด ๑,๐๐๐ กิโลเมตร โดยงบ ๓๐๐ ล้านบาท เอาอะไรไปทําละครับ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร หรือ อบต. อย่าง อบต. แม่เล่ย์ ซึ่งอยู่อําเภอแม่วงก์ สุดกู่ของประเทศไทย อยู่เกือบจะถึงประเทศพม่าแล้วครับ มีถนนต้องดูแลทั้งหมด ๓๒๐ กิโลเมตร อบต. เดียวนะครับ แต่ละเส้นทางจากเขาชนกันไปปางขนุน ๒๑ กิโลเมตร จากเขาชนกันไป ม.๑, ๒, ๓ อีก ๑๖ กิโลเมตร จากเขาชนกันไปแม่เรวา ๒๑ กิโลเมตร อบต. หนึ่งต้องดูแลขนาดนี้ ถนนที่เป็น แอสฟัลติกคอนกรีต หรือจะเป็นลาดยางทั่วไปไม่เกิน ๑๕ ปี มันก็ร่อนเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นเตาขนมครกหมดแล้วครับ การซ่อมแซมเอายางไปปะ ปะ ปะ อย่างที่ท่านเห็น รถอ้อย วิ่งแป๊บเดียวมันก็หลุดหมดแล้วครับ หลุดตามล้อรถอ้อยไปเลยครับ ทําให้เกิดปัญหา พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ถนนดังกล่าวที่ผมพูดถึงแม่เล่ย์ทั้ง ๓ สายนี้ สร้างเมื่อปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ สมัยผมยังอยู่ดูแลกระทรวงมหาดไทยอยู่บ้างก็จัดงบประมาณ พวกนี้ไปลงให้กับพี่น้องประชาชน ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ มาจนถึงปี ๒๕๖๓ มันจะเอาอะไร มาเหลือครับ เกือบ ๓๐ ปี ๒๕ ปีไปแล้วครับ มันร่อนจนพี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันมาก คนที่เป็นนายก อบต. ก็ได้แต่เอายางไปปะ เอายางไปปะ ท่านประธานเชื่อไหมครับ เลือกตั้งที่ไหน คนด่านายก อบต. แล้วก็ไม่มีนายก อบต. แม้แต่คนเดียวที่ได้รับเลือกซ้ํา เพราะโดนด่าเรื่อง ถนนเตาขนมครกที่ผมพูดนี่แหละครับ ความจริงแล้วการถ่ายโอนนี้เป็นการถ่ายโอนตามขั้นตอน การกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยพระราชบัญญัตินี้ออกเมื่อปี ๒๕๔๒ กรมทางหลวงชนบทได้เริ่มถ่ายโอนตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ การถ่ายโอนดังกล่าวนี้ความจริง ก็มีหลักเกณฑ์ในการถ่ายโอน ผมอยากจะยกตัวอย่างถึงหลักเกณฑ์ว่าลักษณะเฉพาะ ผมขออนุญาตอ่านตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ว่าลักษณะเฉพาะของทางหลวงชนบท ที่สําคัญคือถนนที่เริ่มหรือสิ้นสุดสายทางจากทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท หรือจากเมืองจากเทศบาลที่มีระยะมากกว่า ๘ กิโลเมตร กรณีที่ความยาวน้อยกว่า ๘ กิโลเมตรจะต้องเป็นเส้นทางรองรับปริมาณการจราจรจากหมู่บ้านออกสู่ตําบล อําเภอ จังหวัด หรือผ่านสถานที่ที่สําคัญ เช่น วัด โรงเรียน สถานที่ราชการ สถานีขนส่งสินค้า แหล่งผลิตพืชผลการเกษตร เป็นเส้นทางที่มีแนวโน้มในการพัฒนาในอนาคตและมีเขตทาง เพียงพอที่จะขยายไหล่ทางได้ ท่านประธานจะสังเกตว่าเขากําหนดไว้ว่ากรมทางหลวงชนบท มีหน้าที่ดูแลทางหลวงชนบทตามพระราชบัญญัติทางหลวงแผ่นดินซึ่งระบุไว้ว่าทางหลวงแผ่นดิน มี ๕ ประเภท ประเภทที่ ๑ คือทางหลวงพิเศษ ประเภทที่ ๒ ทางหลวงแผ่นดิน ประเภทที่ ๓ ทางหลวงชนบท ประเภทที่ ๔ ทางหลวงท้องถิ่น และประเภทที่ ๕ ทางหลวงสัมปทาน ในที่นี้ผมจะพูดถึงกรณีที่ ๓ และที่ ๔ คือทางหลวงชนบทและทางหลวงท้องถิ่นเท่านั้น อันนี้ เป็นพระราชบัญญัติทางหลวง ปี ๒๕๓๕ เพราะฉะนั้นกรณีที่เกิดขึ้นนี้ท่านจะเห็นว่าเขาแบ่ง ชัดเจนระหว่างทางหลวงชนบทกับทางหลวงท้องถิ่น ทางหลวงท้องถิ่นหมายถึงที่ อบต. หรือ อบจ. จังหวัดหรือเทศบาลมีหน้าที่ดูแล ก็ในเมื่อหลักเกณฑ์ในการถ่ายโอนเขามีอยู่แล้วว่า ทางหลวงชนบทหรือกรมทางหลวงชนบทจะต้องดูแลถนนที่มีความยาวมากกว่า ๘ กิโลเมตร แต่ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ท่านก็คงเห็นครับ ถนนจากสี่แยกเขาชนกัน ไปบ้านปางขนุน ๒๑ กิโลเมตร แกก็ถ่ายโอนให้ เขาชนกันไป ม.๑, ๒, ๓ ๑๖ กิโลเมตร แกก็ถ่ายโอนให้ ถนนจากเขาชนกันไปแม่เรวา ๒๑ กิโลเมตรแกก็ถ่ายโอนให้ แล้วผมถามว่า อบต. เดียวต้องดูแล ๓๒๐ กิโลเมตรจะเอางบที่ไหนครับ หลักเกณฑ์การถ่ายโอนไปยังท้องถิ่น เพื่อกระจายอํานาจนั้น เห็นด้วยกันทุกคนครับ ไม่มีใครไม่เห็นด้วย กฎหมายที่ออกมา เมื่อปี ๒๕๔๒ ผมเองก็เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ในสภา ผมก็อภิปรายเห็นด้วย แต่การกลับเป็นว่า เมื่อถ่ายโอนไปแล้วถ่ายโอนแต่หน้าที่ แต่ไม่ยอมถ่ายโอนงบประมาณ ผมไม่อยากจะกล่าวถึง ข้อตกลงที่ได้ตั้งกรมทางหลวงชนบทขึ้นมาว่ากรมทางหลวงชนบทจะมีเวลาอยู่ได้แค่ ๕ ปี หลังจากถ่ายโอนเสร็จกรมทางหลวงชนบทต้องยกเลิก แต่เอาละภารกิจทางหลวงชนบท มีความจําเป็น ผมก็ไม่ได้กล่าวไปถึงว่าจะต้องไปยุบกรมทางหลวงชนบท แต่เมื่อทางหลวงชนบท ถ่ายโอนไปแล้ว กรมทางหลวงชนบทต้องมีหน้าที่ที่จะต้องส่งงบประมาณไปให้กับ องค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลเหล่านี้ ได้มีโอกาสใช้ งบประมาณในการดูแล แม้ว่าในบางเรื่องเทคโนโลยีหรือเทคนิคของช่าง อบต. จะไม่มี ความสามารถเพียงพอก็ตาม แต่ด้วยพระราชบัญญัติกระจายอํานาจนี้ก็อนุญาตให้ ทางหลวงชนบทเป็นพี่เลี้ยงที่จะออกแบบหรือให้คําปรึกษาในการปรับปรุงเส้นทางเหล่านี้ได้ ดังนั้นในส่วนนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหา ปัญหาจึงเกิดขึ้นอยู่ที่ทําอย่างไรทางหลวงชนบท ทั่วประเทศที่ถ่ายโอนไปให้กับ อบต. อบจ. ท่านจะต้องเอางบประมาณส่งไปให้เขา ให้เพียงพอ ในส่วนนี้ผมอยากจะพูดถึงทางหลวงชนบทว่าเมื่อถ่ายโอนทางหลวงเก่าไปให้ อบต. อบจ. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศ แทนที่ท่านจะส่งงบประมาณเพื่อให้ ดูแลบํารุงรักษาถนนสายทางเหล่านี้ กลับเป็นว่าท่านก็สร้างใหม่ของท่านไปเรื่อยครับ สร้างใหม่ไปเรื่อย สร้างเสร็จก็ส่งให้ อบต. อบจ. แต่งบดูแลบํารุงรักษาไม่ให้ อย่างที่ผม กราบเรียนท่านประธานแล้วครับ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีงบประมาณเพียงน้อยนิดและผู้เชี่ยวชาญชํานาญการเฉพาะทางก็มีไม่มาก จะสามารถ ดูแลถนนหนทางมากมายขนาดนี้ได้ อบต. หนึ่งมีงบ อบต. ส่วนใหญ่และเป็น อบต. ขนาดเล็ก มีงบประมาณประมาณ ๑๐ ล้านบาท งบประมาณ ๑๐ ล้านบาทนี้ เป็นงบประจําที่เขาต้องใช้ในการเป็นเงินเดือนพนักงาน เป็นเรื่องของวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในสํานักงาน อบต. ตลอดไปจนถึงเบี้ยคนแก่ เบี้ยอะไรต่าง ๆ ที่ต้องจ่ายตามที่รัฐบาลมอบหมายมาให้จ่าย ตัดไปแล้ว ๗ ล้านบาท เหลืองบที่ อบต. จะได้บริหารจัดการเพื่อเป็นงบจัดซื้อจัดจ้างปีละประมาณ ๓ ล้านบาทโดยเฉลี่ย เท่าที่ผมสอบถามมาจะเป็นประมาณนี้แค่ ๓ ล้านบาท แต่ถามว่า ๓ ล้านบาทเอาไปดูถนน ๓๒๐ กิโลเมตร มันจะทําได้อย่างไร หรือแม้แต่ อบต. บางแห่งก็ประมาณอย่างน้อย ๒๐ กิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตร ๔๐ กิโลเมตร ก็ทําไม่ได้แล้วครับ ถนนเส้นหนึ่ง ๑ กิโลเมตร ก็จะต้องมีแล้ว ๓-๔ ล้านบาทในการที่จะปรับปรุงหรือว่ารีไซคลิง (Recycling) ถนนใหม่ทั้งเส้น หลังจากที่มันหมดอายุอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ถนนแม่เล่ย์ที่ผมพูดถึงสร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ บัดนี้ ปี ๒๕๖๓ แล้วครับ ๒๕ ปี ๒๘ ปีไปแล้ว มันหมดสภาพแล้ว ยางไม่มีคุณสมบัติที่จะจับเกาะติดให้เป็นรูปถนนได้แล้ว มันก็ร่อนไปทุกวัน ๆ ปัญหาก็เกิดขึ้น วันนี้สาเหตุที่ขอให้ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพราะเหตุว่าไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะในเขต ตําบลใดตําบลหนึ่ง หรือจังหวัดผมเพียงจังหวัดเดียวก็หาไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ท่านจะ ฟังได้จากการอภิปรายในตอนเช้าทุกเช้าที่ท่านประธานได้กรุณาให้เวลาในการหารือกับ ท่านประธาน ครึ่งหนึ่งญัตติหรือว่าเรื่องที่ท่านผู้แทนราษฎรแต่ละพื้นที่จะได้กล่าวถึงก็คือ การขอให้ช่วยปรับปรุงถนน ช่วยสร้างถนน ปรับปรุงถนน ความจริงช่วยสร้างคือหมดสภาพ ถนนแล้วครับ ไม่ใช่ว่ามันไม่มีถนน มันมีอยู่แล้ว แต่ที่เขามาขอก็คือทําใหม่ ๆ เพราะว่าถนน เมื่อหมดสภาพแล้วมันต้องทําใหม่ทั้งเส้นครับ มันจะไม่ปะอย่างที่ท่านองค์การบริหาร ส่วนตําบลทั่วประเทศทําการกันอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นที่เดือดร้อนกันทั่วไปปะแล้วใช้งาน ได้เดือน ๒ เดือนก็หลุดแล้วครับ เมื่อหลุดแล้วต้องทําใหม่ทั้งเส้น จะทําแบบรีไซคลิง (Recycling) ก็ดี หรือจะทําใหม่ทั้งหมดเลย จะเป็นคอนกรีตหรือจะเป็นอะไรก็สุดแท้แต่ จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเองได้พูดเรื่องอย่างนี้ เช่นเดียวกันกับที่พูดกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมของวิป (Whip) รัฐบาล ซึ่งเดิมทีจะให้ส่งไปให้คณะกรรมาธิการการคมนาคม แต่ผมบอกว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ อบต. ทั้ง ๗,๐๐๐ กว่าแห่งทั่วประเทศ มีปัญหาเดียวกันทั้งหมด หรือแม้แต่องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดทั่วประเทศตามที่เขาส่งกันมา แต่ละจังหวัดต้องดูแลอย่างจังหวัดขอนแก่น ต้องดูแลถึง ๒๖,๐๐๐ กิโลเมตร จังหวัดนครสวรรค์ต้องดูแล ๑๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เห็นไหมว่ามันมีความจําเป็นอย่างยิ่ง ก็เลยขอกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้มาขอ ความกรุณาจากสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดให้ความเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการดูแล ในการถ่ายโอนถนนหนทางต่าง ๆ ทั้งประเทศไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ