เทพไท เสนพงศ์ หารือการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมภาคอีสานและสนับสนุนให้มีการผลักดันรถไฟรางคู่ในภาคใต้ควบคู่กัน เน้นความจำเป็นต่อประชาชนและขอให้รัฐบาลไม่ละเลยโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติของเพื่อนสมาชิก ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องรถไฟความเร็วสูงช่วง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา นครราชสีมา-หนองคาย ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมเองก็ยินดี สําหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงในภาคอีสาน ซึ่งเข้าใจว่าก็เป็นความจําเป็นที่จะต้อง เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านจากประเทศจีนมาประเทศลาว แล้วก็จะจังหวัดหนองคาย เข้ามาส่งกรุงเทพฯ ในขณะเดียวกันในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากพื้นที่ภาคใต้ ก็จะขออนุญาต ท่านประธานอภิปรายในเรื่องนี้ไปถึงรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่ภาคใต้ด้วยครับ เพราะว่าพื้นที่ ภาคใต้ก็ต้องยอมรับว่าถ้าหากจะทํารถไฟความเร็วสูงให้ครบวงจรก็ต้องผ่านไปยังพื้นที่ภาคใต้ ไปสู่ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศสิงคโปร์ด้วย แต่ว่าวันนี้ความคืบหน้าของรถไฟความเร็วสูง ในพื้นที่ภาคใต้แทบจะไม่มีเลยครับ ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าคนภาคใต้ไม่ได้คาดหวัง เรื่องรถไฟความเร็วสูงเท่าไรหรอกครับ คนภาคใต้ขอแค่รัฐบาลได้ทํารถไฟรางคู่ก็เพียงพอแล้ว ผมคิดว่าสามารถที่จะเร่งความเร็วได้ครับ ถ้าพูดถึงรถไฟความเร็วสูง แล้วมาพูดถึงรถไฟทางคู่ ก็ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ผมยังจําได้ว่ารถไฟรางคู่เกิดขึ้นในยุคที่ท่านประธานเป็น นายกรัฐมนตรี ถ้าท่านประธานเห็นภาพนี้เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ท่านประธานในฐานะ นายกรัฐมนตรีได้ทําพิธีตอกหมุดรถไฟรางคู่ที่สะพานพระรามหก ซึ่งมีท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดอกเตอร์มานะ มหาสุวีระชัย ถ้าจําไม่ผิด ตอนนั้นอาจจะเป็นเลขารัฐมนตรี นี่คือภาพประวัติศาสตร์ครับ รถไฟรางคู่เกิดขึ้นในยุค ท่านประธาน ที่ท่านประธานคิดเรื่องนี้มาเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๓๖ ครม. ได้เห็นชอบ ในช่วงแรกให้ดําเนินการสร้างรถไฟรางคู่ เส้นทางชานเมือง ๔ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางคลองรังสิต ชุมทางภาชี-ลพบุรี เส้นทางหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน-นครปฐม และชุมทางภาชี-มาบกะเบา ระยะทาง ๒๓๑ กิโลเมตร วงเงิน ๗,๐๖๔ ล้านบาท ช่วงนั้น วงเงินก็ไม่มาก แต่ว่าท่านประธานก็ได้เริ่ม แล้วก็ได้วางรากฐานการสร้างรถไฟรางคู่ แล้วก็ถ้าหากว่าท่านประธานดูโครงการรถไฟรางคู่ที่สืบเนื่องกันมาในยุคท่านประธาน แล้วท่านประธานก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ๒ ครั้ง ท่านประธานก็ได้ผลักดันเรื่องนี้ แต่ว่าพอมา ยุคอื่น ๆ ก็จะได้เห็นว่าความคืบหน้าในการสร้างรถไฟความเร็วสูงน้อยมากครับ เราก็ไปมุ่งเน้นเรื่องรถไฟความเร็วสูง เพราะกระแสโลกต้องการเรื่องรถไฟความเร็วสูงนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วให้มันเหมาะสมกับประเทศไทย ผมคิดว่ารถไฟรางคู่สามารถที่จะไม่ต้องรอ สับรางตามสถานีต่าง ๆ สามารถที่จะทําความเร็วได้พอ ๆ กับเครื่องบิน โดยเฉพาะพื้นที่ ในภาคใต้ที่นิยมโดยสารรถไฟเยอะแล้วก็สูง ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าถ้าหากว่า มีรถไฟรางคู่สามารถทําความเร็วได้ โดยไม่ต้องสับหลีกรอเวลา จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ปกติ ๑๒-๑๓ ชั่วโมง อาจจะเหลือ ๖ ชั่วโมง ถ้าเปรียบเทียบกับ ๖ ชั่วโมงกับการโดยสาร เครื่องบินเวลาไม่ต่างกันมากหรอกครับ เราโดยสารเครื่องบินกว่าจะเดินทางมาที่สนามบิน กว่าต้องมารอเช็กอิน (Check in) รอสแกน (Scan) สัมภาระขึ้นเครื่องบิน กว่าจะลง สนามบินดอนเมือง กว่าจะรอแท็กซี่ กว่าจะเดินทางผมว่าระยะทาง ๓-๔ ชั่วโมงเช่นเดียวกัน แต่ว่าจริง ๆ ในวันนี้ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับ รถไฟรางคู่มากนัก เพราะกระแสโลกไปสนใจเรื่องรถไฟความเร็วสูงกันมากเราก็เลยพูดถึง รถไฟความเร็วสูง ผมเห็นว่าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงผมก็ไม่ได้คัดค้านนะครับ ถ้ามีความจําเป็นก็ทํา แต่ว่าโครงสร้างพื้นฐานความจําเป็นของพี่น้องประชาชนก็คือรถไฟรางคู่ ถ้าสร้างรถไฟรางคู่ค่าโดยสารก็ต้องเรียนท่านประธานว่าค่าโดยสารรถไฟประเทศไทยก็ถูกมาก ราคาต่อกิโลเมตรไม่มากนัก ประชาชนระดับชาวบ้านที่ต้องการความปลอดภัยสูง แล้วก็มี ความเร็วพอสมควรเขาก็มีศักยภาพหรือมีกําลังซื้อที่จะโดยสารรถไฟได้ครับ แต่ว่าเวลาสร้าง รถไฟความเร็วสูงก็ต้องเรียนกับท่านประธาน ถ้าคํานวณค่าโดยสารต่อกิโลเมตรแล้ว สูงมากครับ พอ ๆ กับค่าโดยสารเครื่องบินโลว์คอสต์ (Low cost) ด้วยซ้ําไปครับ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมสนับสนุนให้มีการสร้างรถไฟความเร็วสูง จากจังหวัดหนองคายมาโคราช จากโคราชมากรุงเทพฯ แล้วก็สนับสนุนต่อไปจากกรุงเทพฯ ลงไปสู่ภาคใต้ ไปสู่ปาดังเบซาร์ไปสู่ประเทศมาเลเซีย ไปสู่ประเทศสิงคโปร์ ก็ทําให้ครบวงจร ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้มีการก่อสร้างรถไฟรางคู่ คู่ขนานกันไปกับโครงการนี้ด้วย ผมไม่อยากจะให้รัฐบาลชุดไหนก็ตามละเลยโครงการรถไฟรางคู่ที่ประชาชนต้องการ และเป็นโครงการที่ดี แล้วก็จุดเริ่มต้นในยุคที่ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ในยุคที่ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะเห็นได้จากแผนชาร์ต (Chart) โครงการสร้างรถไฟรางคู่ สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ๒ ยุค ตั้งแต่ชวน ๑ ถึงชวน ๒ ชวน ๑ ถึงชวน ๒ เราก็ได้เห็น ความคืบหน้ามาตามลําดับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ผ่านไปยังรัฐบาลว่ารัฐบาลไม่ควรที่จะละเลยโครงสร้างพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องโครงการโลจิสติกส์ (Logistics) ขอบคุณท่านประธานครับ