เท่าภิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายรายงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ โดยเสนอให้ถ่ายโอนอำนาจการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร เช่น การซ่อมแซมสาธารณูปโภคและระบบขนส่งมวลชน ให้กลับมาอยู่ในมือของ กทม. เพื่อแก้ปัญหาความไม่สมบูรณ์ในการบริหารจัดการเมือง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายรายงานของทาง คณะกรรมการกระจายอํานาจที่ได้ทํามาเกี่ยวกับ ส.ข. ก็ต้องขอบคุณท่านซูการ์โน มะทา ประธานคณะกรรมาธิการที่ทําเรื่องนี้มา ซึ่งเพื่อน ส.ส. กทม. พรรคก้าวไกลของผม ได้อภิปรายไปหลายเรื่องนะครับ เป็นตามลําดับ เป็นซีรีย์ (Series) สามารถติดตามได้ ในภายหลังว่าทั้งหน้าที่ ทั้งอะไรต่าง ๆ ซึ่งอย่างที่ทุกท่านทราบว่ากรุงเทพมหานครนั้น มีปัญหามากมาย ผมคิดว่าการแก้ปัญหากรุงเทพมหานคร มันต้องแก้เรื่องการบริหารจัดการ เสียก่อนนะครับ ผมแบ่งออกเป็น ๒ ประเด็นสั้น ๆ ก็คือประเด็นแรกถ้าเปรียบกรุงเทพมหานคร เหมือนบ้านหลังหนึ่งครับท่านประธาน เราเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน แต่เราแทบจะไม่ทราบเลย ว่าในบ้านนี้ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย สายไฟก็ไม่ใช่ ท่อน้ําก็ไม่ใช่ พอจะซ่อมแซมบ้าน ของเราเองที่เราอยู่ก็ต้องไปถามเจ้าของที่แท้จริงก่อนว่าอันนี้ซ่อมได้ไหม อันนี้ย้ายได้ไหม อันนั้นฉันทําเลยได้ไหมหรือว่าต้องขอคุณก่อน สุดท้ายครับ บ้านหลังนี้มันจะสมบูรณ์ ได้อย่างไรครับ ก็เปรียบเสมือนว่ากรุงเทพมหานคร อย่างเช่น ทราบไหมครับท่านประธานว่า ในกรุงเทพมหานครถนนที่ข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาของ กทม. อย่างเดียวมีแค่ ๑ สะพาน เท่านั้นเอง นอกนั้นเป็นของกรมทางหลวงชนบท กรุงเทพมหานครอยากจะทําอะไรไม่ได้เลย หรือว่าอย่างที่ผมอภิปรายไปเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ จะย้าย ป้ายรถเมล์จะเปลี่ยนสายรถเมล์ก็ต้องไปถาม บขส. ซึ่งผู้ว่าราชการเองก็สั่งไม่ได้ แล้วอย่างนี้ กรุงเทพมหานคร มันจะสมบูรณ์ได้อย่างไร นี่คือปมแรกที่เราจะต้องคลายก็คือการถ่ายโอน อํานาจการจัดการบริหารสิ่งเหล่านี้ให้มาอยู่ในมือของ กทม.
เรื่องที่ ๒ อย่างที่เพื่อนสมาชิกพรรคผมและทางกรรมาธิการได้เล็งเห็นถึงคือ การกระจายอํานาจ การกระจายอํานาจหลักใหญ่มันก็คือต้องกระจายไปให้ลึกที่สุด ลึกที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ในประเทศไทยก็มีการกระจายมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญนั้นมา ทั้งใน กทม. ก็มีแผนในปี ๒๕๔๓ มีช่วงหนึ่งเคยคุยกันเรื่องมีนายกนครเลยด้วยซ้ํา ซึ่งการ กระจายอํานาจที่ว่านี้ในกรุงเทพฯ เราเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นจังหวัดแรก แต่ตอนนี้ เรากลับล้าหลังเหลือเกินครับประธาน ล้าหลังอย่างไรครับ ที่อื่นมีนายก อบจ. โอเค (OK) ในกรุงเทพฯ เรามีผู้ว่าราชการ กทม. ต่างจังหวัดมี ส.จ. เรามี ส.ก. ครับ นายก อบต. ของ ต่างจังหวัด กรุงเทพมหานครไม่มี ถ้าเปรียบนายก อบต. ระดับตําบล ก็น่าจะเป็นเขต ใช่ไหมครับ น่าจะเป็นอําเภอ ซึ่งเราก็ไม่มีที่มาจากการเลือกตั้งเลย ส.อบต. ที่ต่างจังหวัดมี ส.ข. ก็อาจจะแทน ส.อบต. ได้ ตรงนี้ละครับ การกระจายอํานาจหรือการเลือกตั้ง โดยประชาชนมันทําให้ผู้ที่มีอํานาจหรือได้รับเลือกเขาเรียกว่ามีความรับผิดชอบหรือว่า แอกเคาน์ทะบิลิตี (Accountability) กับประชาชน หลายท่านได้อภิปรายบอกว่า ไม่ต้องหรอก ผอ. เขตเขาดูได้ ก็นี่ความเป็นจริงครับ ผอ. เขต ๒ ปีเขาก็ไปแล้วครับ ถ้าใครทํางานกับพรรคฝ่ายค้านดี ๆ หรือไปแตะงานใหญ่ ๆ อย่างรถไฟฟ้าสายสีทองที่ผมทํา ผมเจอ ผอ. เขต มา ๓ คนแล้วครับ ท่านประธาน โดนย้าย โดนโน่น โดนนี่กันตลอด ถามว่าสุดท้ายนี้มันจะทํางานรับใช้ ประชาชนได้จริงหรือ อย่างที่ท่านสมาชิกท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ได้พูดถึงสภานคร หรือนายกนครไป แล้วก็ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ และท่านณัฐชาที่บอกว่าให้เลือกตั้ง ผอ. เขต ผมก็รู้สึกว่าเป็นข้อเสนอที่ดีที่รัฐสภาแห่งนี้ควรจะบันทึกไว้และพี่น้องประชาชน ควรได้ตรึกตรองถึงความสําคัญของการกระจายอํานาจครั้งนี้ครับ ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลง ทั้งทีนะครับท่านประธาน เราก็อยากจะเปลี่ยนแปลงให้มันไปดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผมคิดว่า ถ้าเรามีสภานคร เอาเป็นว่า คิดง่าย ๆ ว่าในกรุงเทพมหานครมี ๑๐ นครย่อยแล้วกันครับ ก็คือกระจายกรุปปิง (Grouping) หรือจัดกลุ่มไปตามความเหมือนลักษณะภูมิศาสตร์ต่าง ๆ อย่างเช่นในเมืองหรือเมืองเก่า ก็เป็น ๑ นคร หรือว่าต่างจังหวัดที่เป็นแถว ๆ ชานเมือง กทม. ก็เป็น ๑ นคร เราก็จะได้ประมาณ ๕ เขตที่เป็น ๑ นคร แล้วก็เลือกตั้งขึ้นมา มีผู้บริหารนคร ที่จะมาดูแลในภาพรวมของนครแห่งนี้ เป็นนครย่อยในกรุงเทพมหานคร และในระดับเขต ลงมา เราก็จะมีการเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง ผอ.เขต อันนี้ก็เป็นเรื่องถกเถียงกันได้ เพราะเข้าใจว่าข้าราชการ กทม. หลายคนหรือในกระทรวงก็ค่อนข้างต่อต้านในเรื่องนี้ ผมว่าในสภาแห่งนี้เราหาจุดตรงกลางกันได้นะครับ ดังนั้น ส.ข. ถ้าจะมีอํานาจหรือให้มีอยู่ ต่อไป ก็ต้องมาพูดถึงเรื่องบทบาทอํานาจหน้าที่กันให้ชัดเจน ไม่ใช่เป็นแค่ที่ปรึกษา แต่ได้รับ การรับเลือกมาจากประชาชนแล้วมีอํานาจเต็มที่ที่จะปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชน ถ้า ส.ข. ที่รัฐเลือกมา ผมแนะนําให้เลือกตั้งโดยตรง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องผ่านการเลือกตั้งจาก ประธานชุมชน และ ส.ข. นั้นก็จะทําหน้าที่ในสภานครที่จะไปรวมกับ ส.ข. คนอื่นอีก ๕ เขต สมมุติว่าในเขตหนึ่งมี ๕ คน ถ้าไปรวมอีก ๕ เขตก็เป็น ๒๕ คน ก็มีอํานาจในการออกนครบัญญัติ ที่บังคับใช้ในเขตเล็ก ๆ ลงไปอีก นี่คือการกระจายอํานาจและการดึงจุดเด่นและ การแก้ปัญหาที่ตรงจุด ท่านประธานครับ ผมก็อยากฝากไปยังท่านกรรมาธิการทุกท่านว่า ก็ต้องขอขอบคุณที่ทําเรื่องนี้มา ก็อยากฝากข้อเสนอที่ผมได้อภิปรายไปเบื้องต้นแล้วและ ข้อเสนอของพรรคก้าวไกลที่อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้ว ให้ทางกรรมาธิการได้พิจารณา เพิ่มเติม ผมเห็นด้วยในหลักการว่าต้องมี ส.ข. แต่ในรายละเอียด ผมก็อยากเพิ่มเติมให้ มันดีขึ้นกว่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ