จิรวัฒน์ วิจารณ์แทรกแซงท้องถิ่น ยันควรคงสมาชิกสภาเขต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ วิพากษ์วิจารณ์การแทรกแซงการเมืองท้องถิ่นโดย คสช. หลังรัฐประหารปี 2557 และคัดค้านการยกเลิกตำแหน่งสมาชิกสภาเขต โดยเสนอให้คงไว้เพื่อรักษาการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อเสียของการให้ประธานชุมชนเป็นผู้เลือกสมาชิกสภาเขตอีกประเภท ซึ่งอาจจำกัดมุมมองและเสี่ยงต่อการแทรกแซง จึงเสนอให้เปิดโอกาสให้องค์กรชุมชนอื่นร่วมมีส่วนร่วมเพื่อความหลากหลายและเป็นธรรมมากขึ้น

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา หนองแขม แขวงหนองค้างพลูครับ อย่างแรกผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการการกระจายอํานาจที่ได้จัดทํารายงาน ที่มีประโยชน์ แต่ว่าในส่วนของรายงานนั้นก็มีทั้งบทสรุป มีเรื่องของข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ อย่างแรกผมเรียนก่อนว่าผมเห็นด้วย บางส่วนกับข้อเสนอและอาจจะตั้งข้อสังเกตบางส่วนที่ผมไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ อย่างแรกผมก็ต้องขอบคุณ อีกประการหนึ่งก็คือท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ และท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ได้มีการยื่น ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร กทม. แล้วก็ได้มีการใส่เข้ามาในรายงานฉบับนี้ด้วย ประการต่อมา ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้ปัญหาที่บ้านเมืองเกิดขึ้น มันไม่ได้เกิดเฉพาะปัญหา การเมืองในระดับชาติ มันยังเข้าไปสู่ในระดับท้องถิ่นด้วย เป็นที่ทราบกันดีว่ามีการ รัฐประหารในปี ๒๕๕๗ สิ่งนี้ก็จําเป็นที่จะต้องตอกย้ํากับพี่น้องชาว กทม. เพื่อให้เห็นสภาพ การเมืองของกรุงเทพมหานครวันนี้ โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่นถูกแทรกแซงจาก คณะรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโยกย้าย การปลดผู้ว่า กทม. มาเป็นผู้ว่าฯ อัศวิน หรือว่าอย่างในเรื่องของการระงับการเลือกตั้ง ส.ก. แล้วก็ได้จัดให้มีการสรรหา โดยผู้ที่สรรหา ขณะนี้ก็ยังทํางานอยู่นะครับ เป็นสมาชิกสภา กทม. ที่มาจากการสรรหา พูดง่าย ๆ ก็คือว่า อยู่ในเครือข่ายหรือระบอบของ คสช. แน่นอนที่สุดครับว่า ท่านไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ ท่านก็ไม่ได้ทราบหรอกว่าปัญหาของพื้นที่ของคน กทม. ของคนในเขตนั้นจริง ๆ เป็นปัญหา อะไร ฉะนั้นมันก็ขาดสะพานในการเชื่อมโยงระหว่างปัญหาในระดับท้องถิ่นเข้าไปสู่สมาชิก สภา กทม. ดังนั้นปัญหาอีกเยอะแยะมากมายครับ ๖ ปีที่ผ่านมาที่การเมืองท้องถิ่นของ พี่น้อง กทม. วันนี้ถูกยึดอํานาจไปสู่ระบอบ คสช. ทําให้ไม่มีตัวแทนของประชาชนในระดับ ท้องถิ่น กทม. เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ประเด็นต่อมาที่อยากจะเรียนก็คือว่า สมาชิกสภาเขตก็ยังต้องถือว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ผมไม่เห็นด้วยที่จะมีการยกเลิก สมาชิกสภาเขต ส.ข. ก็คือตัวแทนของคนในระดับเขตพื้นที่นั้น คนที่ทราบปัญหามากที่สุดว่า ระบบสาธารณูปโภคจุดไหนมีปัญหา ถนนเส้นไหนที่ผุพังมีปัญหา เผลอ ๆ รู้ดีกว่า ส.ส. อีกครับท่านเชื่อไหม ส.ข. ส.ก. นี่รู้ดีกว่า ส.ส. อีก เป็นผู้นํามวลชน เป็นผู้นําในระดับท้องถิ่น เป็นผู้นําชาวบ้านยิ่งกว่า ส.ส. อีก ดังนั้นสิ่งที่รากลึกในตัวแทนของประชาชนในการกระจาย อํานาจตามระบอบประชาธิปไตยและอํานาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชนจําเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ระเบียบ กทม. ระเบียบบริหาร กทม. ที่ร่างโดยข้าราชการประจํา และร่างในยุคของ คสช. ก็ทําร่างกฎหมายออกมายกเลิก ส.ข. เสีย จัดให้มีที่ปรึกษาเขต หรือเรียกในภาษาตามร่างพระราชบัญญัติว่า คณะกรรมการประชาคมเขต มีที่มาอย่างไร ก็มีที่มาจาก สปท. คือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้ข้อเสนอข้าราชการประจําไปออก ระเบียบ กทม. มาใหม่ แล้วถามว่าก็ต้องเอาอํานาจเข้ามาในระบบรัฐราชการรวมศูนย์ อยู่แล้ว เพราะถ้าลองให้ฝ่ายประชาชน ฝ่ายนักการเมืองไปร่างสิเขาก็ไม่เอาด้วย เขาก็บอกต้องมีตัวแทนประชาชน ฝ่ายข้าราชการประจําร่างก็บอกตัวแทนประชาชนอย่ายุ่ง เอาอํานาจผมคืนมา ก็มันทํางานสบาย มันไม่ต้องมีใครมาถกเถียง ไม่ต้องมีใครมาเสนอแนะ ไม่ต้องมีใครมายุ่งกับการจัดทํางบประมาณมันก็สบาย แต่คนลําบากคือประชาชน ดังนั้น ข้อเสนออย่างน้อยที่สุดก็ยังดีว่าคณะกรรมาธิการมีข้อเสนอว่าให้มี ส.ข. ต้องขอบคุณครับ แต่ประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างกันอยู่ก็คือในเรื่องของคณะประชาคมเขต ในส่วนนี้ ไม่จําเป็นต้องมีหรอกครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของหน่วยงานที่มีความทับซ้อนและแนวคิด รูปแบบนี้ก็มาจากสมาชิกวุฒิสภาไม่จําเป็นที่จะต้องเอามาใส่ไว้ในระดับท้องถิ่น เพราะว่า สมาชิกสภาเขตนั้นมีอํานาจหน้าที่บัญญัติไว้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่ได้ไปยุ่งกับงบประมาณ เพียงแค่เสนอแผน เสนอข้อคิดเห็น ตั้งกระทู้ต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เป็นอํานาจ ในการตรวจสอบฝ่ายบริหารตามลําดับชั้น ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับผู้บริหาร ระดับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัดเจนอยู่แล้วไม่จําเป็นต้องไปสร้างหน่วยงานให้มีความ ซ้ําซ้อน แล้วนโยบายการบริหารงบประมาณตอนนี้อย่าไปสร้างภาระงบประมาณ คือคุณไป สร้างหน่วยงานซ้ําซ้อนตรวจสอบกันไปตรวจสอบกันมา แล้วมันไม่ได้ประโยชน์ สุดท้าย ก็สร้างภาระในเรื่องของงบประมาณ กทม. อีก ดังนั้นสิ่งที่สําคัญก็คืออย่าไปมีครับ เพราะแนวคิดนี้มาจากแนวคิดสมัย สปท. แนวคิดสมัย ส.ว. อย่าเอาไปสร้างหน่วยงาน ซ้ําซ้อนให้เกิดความสับสนกับประชาชน แล้วก็ไปสร้างรัฐราชการเพิ่มอํานาจให้กับผู้อํานวยการ เขตอีก แล้วเผลอ ๆ ก็จะมีการสร้างเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ที่ทําให้การเมืองของประชาชน ห่างไกลออกไปในระดับท้องถิ่นของ กทม. อีก

ส่วนประเด็นที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมจากในส่วนของข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้เสนอในเรื่องของการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตที่ให้เป็น แบบสภาคู่ ผมเห็นด้วยครับ ลําพังเราจะพึ่งนักการเมืองอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะผมก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันว่านักการเมืองคนนั้นทุจริตหรือเปล่า สุจริตหรือเปล่า แต่ต้องมีสภาคู่คือสภา ของประชาชน ก็เหมือนกับสมาชิก ๒ ประเภทที่เราเคยมีในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ในรูปแบบนี้เป็นสมาชิกสภาเขต แต่เป็น ๒ ประเภท คือประเภทที่ ๑ มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน ดีครับ ประเภทที่ ๒ คือมาจากการเลือกตั้งของประธานคณะกรรมการชุมชน แต่ผมตั้งข้อสังเกตประการหนึ่งคือ ท่านต้องอย่าลืมว่าในพื้นที่มันไม่ได้มีเฉพาะประธานชุมชน ดังนั้นมันยังมีหมู่บ้านที่อาศัย ท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีกนิดหนึ่งนี่ประเด็นสําคัญ ก็คือผมอยากจะเสนอคณะกรรมาธิการว่าประธานชุมชนนี่ ในพื้นที่ไม่ได้มีเฉพาะประธาน ชุมชนอย่างเดียว มันยังมีระดับหมู่บ้าน นิติบุคคล คอนโดมิเนียม ยังมีสมาคม สภาวิชาชีพ ในพื้นที่นั้น ๆ ที่เห็นปัญหาไม่ต่างกับประธานชุมชนครับ ดังนั้นข้อสังเกตก็คือว่าจะต้องเพิ่ม สัดส่วนของประธานชุมชนอย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าอะไรครับ เพราะประธานชุมชน เขาอาจจะมักคุ้นแล้วก็ดีเฟนด์ (Defend) เฉพาะปัญหาพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งมันแคบไป หรืออาจจะไม่ได้เข้าใจสภาพการณ์และปัญหาพื้นที่ของทั่วเขต เห็นไหมครับ ดังนั้นนี่จึงเป็น ปัญหา และประเด็นที่ ๓ ที่เป็นปัญหาก็คือว่าประธานชุมชนอาจเกิดจากการแทรกแซง หรือการวางตัวจากฝ่ายการเมืองได้ ดังนั้นดีไหมครับที่มีสมาชิก ๒ ประเภท ดี แต่จะต้องไป แก้ในส่วนนี้ว่าให้มีพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับองค์กรหน่วยงานอื่น ๆ ดังนั้นผมฝากในประเด็น ที่สําคัญตรงนี้ไว้ และยืนยัน พี่น้องประชาชน กทม. ฟังอยู่นี่ต้องมี ส.ข. เขาคือมวลชน ในระดับพื้นที่อย่าไปตัดเขาออก แล้วมันจะเป็นการสร้างภาระให้ประชาชน แล้วไปเพิ่ม อํานาจส่วนราชการ ขอบคุณท่านประธานครับ