กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ชี้แจงถึงบทบาทสำคัญของสภาเขต (ส.ข.) ในการเป็นช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน สนับสนุนการถ่วงดุลอำนาจ และช่วยเหลือการบริหารเขตอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้คงไว้หรือฟื้นฟู institution นี้แทนการยกเลิก โดยเน้นว่า ส.ข. ทำหน้าที่แทนประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือนักการเมือง และมีบทบาทสำคัญในการวางแผนพัฒนาเขตอย่างตรงจุด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็ขอมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์จริงในการเป็น ส.ก. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ๒ สมัย ถามว่าที่มาที่ไปเรื่องการยกเลิก ส.ข. นั้นมันเป็น แค่ส่วนหนึ่งของแผนงานปฏิรูปกรุงเทพมหานครในเรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งแน่นอน ที่สุดเราก็มองว่าหลักการการบริหารที่ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดนี้ทําอย่างไรกับ เมืองใหญ่ ๆ แล้วก็เราไปดูโมเดล (Model) ของประเทศญี่ปุ่น เรามองว่าถ้าเป็นแบบสภานคร โดยการแบ่งกรุงเทพมหานครออกมาเป็นสัก ๓-๔ ส่วน แล้วก็แบ่งงบประมาณ แล้วก็นโยบาย ออกไปก็จะได้การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติ มากกว่าที่เป็นอยู่ ฉะนั้น ส่วนหนึ่งของการยกเลิก ส.ข. มันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในนั้น แต่ส่วนหนึ่งในนั้นด้วยเหตุผลของ คสช. ผมเชื่อส่วนหนึ่งว่าเป็นความหวังดี ซึ่งเรื่องราวที่เสนอแผนการปฏิรูปต่าง ๆ มาจากข้าราชการประจํา กรุงเทพมหานคร ซึ่งทาง คสช. ในตอนนั้นผมได้ยินว่ามีการให้ปลัดกรุงเทพมหานครศึกษา แล้วก็หาแนวทางการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครในรูปแบบต่าง ๆ อันนี้คือส่วนหนึ่ง ที่เขาเสนอไปว่า ส.ข. ที่ไม่ควรมีเพราะอํานาจหน้าที่ซับซ้อน เป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาเขต ซึ่งใน ส.ก. ก็มีผู้ช่วยอยู่แล้ว แล้วก็ในส่วนสํานักงานเขตก็มีชุมชนที่เป็นประธานชุมชน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งด้วยก็เป็นที่ปรึกษาได้อยู่แล้ว ทีนี้บริบทของคําว่า ส.ข. มันยิ่งใหญ่ กว่านั้นเยอะในการปฏิบัติหน้าที่ของเขา เริ่มมาจากการเป็นที่ปรึกษาเขต ผมเรียนนิดหนึ่ง ไม่ว่าโครงการใหญ่ ๆ ที่ใช้งบประมาณเยอะ ๆ ก็ต้องจ้างที่ปรึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ปรึกษาทําหน้าที่อะไรบ้าง ให้คําปรึกษาเรื่องโครงการต่าง ๆ ให้คําปรึกษาด้านงบประมาณ และเวลาในการจัดการ ถ้าถามว่าไม่มีที่ปรึกษาอยู่ได้ไหม ถ้าอยู่ได้เขาคงไม่จ้างกัน วันนี้ ส.ข. ก็ยิ่งใหญ่มาก ถ้ามองในอํานาจหน้าที่คําว่าเพียงแค่ปรึกษามันยิ่งใหญ่มาก แต่เราจะ วางตัวของตัวเราอย่างไรในการเป็น ส.ข. ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจและหน่วยงานราชการ ให้เกียรติในการปฏิบัติหน้าที่ อย่าไปมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของนักการเมือง หรือว่าเป็นมือ เป็นไม้ให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เราก็จะมองว่าประโยชน์ของ ส.ข. นั้นมากมาย โดยเฉพาะการวางแผน การแก้ไขปัญหาท้องถิ่น ไม่มีใครรู้ดีเท่า ส.ข. หรอกครับ เพราะว่า ส.ก. บางทีก็ไม่ได้เป็นคนพื้นที่นั้น พิจารณางบประมาณใหญ่ของกรุงเทพมหานครจะบอกว่า พิจารณาของเขตตัวเองก็มีส่วน แต่ภาระหน้าที่มันยิ่งใหญ่กว่านั้น ต้องให้ ส.ข. เขาช่วยดูแล กับผู้อํานวยการเขต แล้วยกร่างขึ้นมา งานสาธารณูปโภคต่าง ๆ งานงบประมาณด้าน การโยธา งานด้านโครงการต่าง ๆ ต้องตอบโจทย์กับชาวบ้านมากมาย ซึ่งก็เป็นที่ทราบดีว่า ส่วนใหญ่แล้วการแก้ไขปัญหาเสนอปัญหาก็มาจาก ส.ข. ผมไม่มองว่าเป็นมือเป็นไม้ ผมมอง ว่าเป็นมือเป็นไม้ของประชาชนมากกว่าเป็นของนักการเมือง แล้วก็ที่สําคัญการบริหารจัดการ แบบกู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) การมีธรรมาภิบาลเขาก็จะเน้นเรื่องการ ถ่วงดุลอํานาจ แล้วการให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการร่วมกันก็สื่อสาร ๒ ทาง อันนี้ ในเขตลาดพร้าวช่วงผมเป็นอยู่ ๒ สมัย งบปีหนึ่งก็เป็นพันล้านบาทในการพัฒนา เขตลาดพร้าว ซึ่งผมยอมรับเลยว่า ส.ข. ในวันนั้นได้ช่วยเหลือไว้มากในการตอบโจทย์ปัญหา ของประชาชน เรามีสภาที่ขลังมาก ณ วันนั้น ผอ. เขตท่านลุกออกไปเลยท่านบอกว่า ท่านจัดการกันเอง ปูกรอบมาให้ว่าจะทําอะไร อย่างไร มีการเสนอแผนแล้วก็ส่งร่างเข้า เป็นการถ่วงดุลอํานาจในการบริหารที่สมบูรณ์แบบมากนะครับ เพียงแต่ว่าจะต้องเพิ่มในเรื่อง ของระเบียบปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันนี้ ถ้า ส.ข. ท่านใด ต้องขออภัยว่าอ่อน ๆ ใช้คําว่าอ่อน ๆ แล้วกัน ผู้อํานวยการเขตเขาไม่อยากให้อํานาจนะครับ ไม่รับฟัง ท่านก็คงทําอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขาอ้างว่าไม่มีกฎหมายตรงนี้ เป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาเขต แต่คนที่แข็ง ๆ นะครับ ต้องเรียนเชิญให้มาเป็นที่ปรึกษาตลอดเวลาเลยด้วยซ้ําไปนะครับ ต้องรับฟัง ผมถึงบอกว่า วันนี้ถ้ากรุงเทพมหานครเพิ่มเรื่องของข้อระเบียบไปว่าจะต้องประชุมกันทุกเดือน โดยมีเรื่องของ ส.ข. เข้าสู่กระบวนการ ผมยังยืนยันว่าไม่ซับซ้อนนะครับ หน้าที่ ถ้าจะมาพูดถึงประชาคมเขต มาเสนอแทน ส.ข. ผมว่ามันเป็นอย่างที่หลาย ๆ ท่านอภิปรายไปนะครับ มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งมันขาดเจตนารมณ์ของความเป็นผู้แทนนะครับ ก็ต้องขอพาดพิงนิดหนึ่งครับ ปัจจุบัน สภากรุงเทพมหานคร ผมเชื่อว่า ส.ก. สรรหาไม่ทราบปัญหาหรอกครับ อาจจะทราบก็เพียง ผิวเผินว่าแนวทางการพัฒนาอย่างไร ประชาชนในเขตเขตนั้นถึงจะมีความสุขนะครับ อันนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องพึ่งพา ส.ข. แล้วก็หน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมเชื่อว่าสัดส่วนเหมือนเดิมก็ได้ ผมเห็นการบริหารจัดการแล้วว่ามันมีประสิทธิภาพ ก็สนับสนุนรายงานฉบับนี้ เพียงแต่ว่า ถ้าท่านอ่านดูรายงานฉบับนี้ กรรมการท่านก็มีความหวังดี แต่ว่ายังไม่ได้มีท่านใดเป็นผู้แทน จากกรุงเทพมหานคร อดีตเคยเป็นผู้แทนท้องถิ่นมาก่อน ซึ่งจะสามารถให้ข้อเสนอแนะ ได้อย่างดี ซึ่งรายงานฉบับนี้อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการเริ่มของการของการสนับสนุนการให้มี ส.ข. ขอบคุณมากครับ