บัญญัติ ชี้ปัญหาอุปกรณ์แพทย์-อาสาสมัคร หนุนเฮลท์ลิเทอเรซี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓

บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือประเด็นความมั่นคงด้านอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ โดยเสนอให้องค์การเภสัชกรรมเป็นแกนนำผลิต ร่วมกับการวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาและให้กระทรวงกลาโหมมีส่วนร่วมในการผลิตเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ปัญหาความไม่สมดุลของอาสาสมัครสาธารณสุขทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด โดยเรียกร้องให้ภาครัฐดูแลค่าป่วยการ ค่าเสี่ยงภัย และจัดทำประกันอุบัติภัยกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมขวัญกำลังใจ รวมถึงผลักดันการเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพ การตระหนักรู้เรื่องข่าวปลอม และส่งเสริมเฮลท์ลิเทอเรซีเพื่อเพิ่มศักยภาพการรับมือโรคระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ เลขานุการคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอตอบข้อคําถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ต่อกรณีรับทราบผลการพิจารณาศึกษา เรื่องการศึกษามาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทย ที่คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้พิจารณาเสร็จแล้ว ๒ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่หนึ่งกรณีที่เพื่อนสมาชิกกังวลว่าข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ กรณีที่เสนอให้รัฐบาลผลิตเครื่องมือแพทย์ หน้ากากอนามัย แล้วก็ชุดป้องกันโรคโควิด (COVID) โดยให้องค์การเภสัชกรรมผลิต แล้วท่านก็ตั้งคําถามว่าจะเพียงพอหรือไม่ ถ้าจะให้ ในส่วนภูมิภาคทั้ง ๔ ภาค ดําเนินการด้วยจะดีและมีความเพียงพอ ในประเด็นนี้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณากัน แล้วก็มีความห่วงใยว่าความมั่นคงทางด้านอุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องมือแพทย์ สําหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด (COVID) นั้น มีความสําคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ พี่น้องประชาชนจะดําเนินการมาตรการต่าง ๆ ในการ ป้องกันโรคโควิด (COVID) หรือโรคอุบัติใหม่โคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) นี้ แต่ถ้าอุปกรณ์ เช่น หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้าก็ดี เครื่องมือต่าง ๆ เช่น ชุดเสื้อเกราะ ชุดพีพีอี (PPE) ป้องกันเชื้อโรคไม่เพียงพอ แล้วทุกประเทศทั่วโลกก็จําเป็นต้องใช้ เมืองไทย คนไทยก็จะไม่อยู่ในสถานะที่มีความปลอดภัย คณะกรรมาธิการเป็นห่วงในส่วนนี้ว่า ในเบื้องต้นก็ขอให้องค์การเภสัชกรรมได้รับเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ แล้วก็เนื่องจากอุปกรณ์ ต่าง ๆ เหล่านี้ จะต้องมีการวิจัยพัฒนาควบคู่ไปด้วย ก็ขอให้กระทรวงอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัยต่าง ๆ ก็มีการวิจัยควบคู่ไปด้วย ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหม ซึ่งมีโรงงานของกระทรวงกลาโหม ทางด้านการทหารก็ควรที่จะถือว่า เป็นยุทธปัจจัย ยุทธภัณฑ์ในการสู้รบกับโรคระบาด ซึ่งก็เหมือนกับเป็นข้าศึกอย่างหนึ่ง เหมือนกัน ในส่วนนี้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้ตระหนักเรื่องนี้ แล้วก็ได้ศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งอยู่ในข้อสังเกตเช่นเดียวกัน

ประเด็นที่ ๒ ของเพื่อนสมาชิกที่สอบถามว่ากรณีที่ อสม. ในเขตเมือง เช่น ในกรุงเทพมหานครหรือในเมืองใหญ่ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขได้ศึกษาเรื่องนี้ หรือไม่ ขอตอบท่านสมาชิกว่าคณะกรรมาธิการมีความห่วงใยต่อการกระจายตัวของ อสม. ในเขตเมือง ในกรณีกรุงเทพมหานครก็เรียกว่า อสส. หรืออาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานครว่าอาจจะมีการไม่เพียงพอจึงทําให้มีโรคระบาดเป็นเฉพาะโควิด (COVID) ในเขตเมืองมากกว่าในเขตชนบทซึ่งกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ก็รับเรื่องนี้ไปดําเนินการ ขณะเดียวกันกรณีใช้ชื่อที่แตกต่างกันก็อาจจะทําให้พี่น้องประชาชน หรือสังคมสับสนว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสําคัญแก่ อสส. ให้ความสําคัญแก่ อสม. ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพก็รับข้อสังเกตนี้ไป เพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องของการตั้งชื่อ แล้วก็อยู่ในอํานาจของกระทรวงสาธารณสุขที่จะปรับชื่อต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกัน กรณีอาสาสมัครต่างจังหวัดก็แปลว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ถ้า อสม. ถ้าใช้ในกรุงเทพมหานครก็เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขในเขตเมืองหรือในเขต กรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขก็ยังได้เสนอแนะ กระทรวงสาธารณสุขว่า กรณีอาสาสมัครสาธารณสุขปัจจุบันมี ๑,๐๕๐,๐๐๐ คนเศษ แล้วก็ ทางรัฐบาลก็ดูแลค่าป่วยการก่อนที่จะมีโควิด (COVID) จํานวน ๑,๐๐๐ บาท ช่วงที่ มีโควิด (COVID) รัฐบาลก็ดูแลขวัญ กําลังใจเป็นค่าเสี่ยงภัย ๕๐๐ บาท ตั้งใจจะดูแล ๑๙ เดือน จนถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ แต่เนื่องด้วยวิธีการจัดงบประมาณก็ดูแล ๗ เดือน ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ถึงกันยายน ๒๕๖๓ หลังจากนั้น ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จนถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ในส่วนนี้คณะกรรมาธิการก็ได้กําชับว่าจะต้องดูแลให้ต่อเนื่อง จะใช้งบประมาณเป็นงบกลางหรืองบเงินกู้ส่วนใดก็แล้วแต่ ก็ขออย่าให้มีรอยต่อในส่วนนั้น นอกจากนั้นการทําประกันอุบัติภัยกลุ่ม เนื่องจาก อสม. จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน นอกสถานที่ สวัสดิการเรื่องของการประกันกลุ่ม ซึ่งยังไม่มีที่ใดได้มีการกล่าวถึงไว้ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขก็ได้มีข้อเสนอแนะในส่วนนี้ว่าควรจะหาบริษัทประกัน ในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งใช้งบประมาณไม่มากเลยครับ เป็นการประกันภัยกลุ่มให้ อสม. ๑,๐๕๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ ก็จะเป็นการเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้ขวัญกําลังใจของอาสาสมัคร สาธารณสุขในส่วนนี้ด้วย

ต่อข้อห่วงใยของท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เรื่องของการให้ การศึกษา การให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อให้ต้านทานโรคโควิด (COVID) นั้น คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขขอเรียนให้ความมั่นใจว่า คณะกรรมาธิการนั้นได้ตระหนัก เรื่องนี้ว่าลําพังให้ความรู้อย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ ความรู้นั้นกรณีหลายกรณีในปัจจุบันจะต้อง มีการแก้ข่าวเท็จด้วย คือเฟกนิวส์ (Fake News) หน่วยงานของกรมควบคุมโรคจําเป็น จะต้องให้ความรู้และต้องแก้ข่าว หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการก็ในเด็กและเยาวชน ในโรงเรียน พี่น้องประชาชนทั่วไปก็ให้กรมอนามัยก็ดี กรมควบคุมโรคก็ดี ให้ความรู้ นอกจาก มีความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องหาวิธีการให้เกิดความตระหนัก ให้ได้มีการฝึก การอบรม การตระหนักให้รู้ถึงโทษภัยของโรค แล้วก็ต่อไปก็ต้องให้ปฏิบัติได้จริง แล้วก็ต้องมีจิตอาสา ที่จะบอกต่อ ซึ่งสมัยนี้จะเรียกว่าการมีความรอบรู้ทางด้านสุขภาพ หรือเรียกว่าเป็น เฮลท์ลิเทอเรซี (Health literacy) นั่นเอง ก็ขอถือโอกาสนี้ตอบข้อคําถามและข้อห่วงใยของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อกรณีศึกษารายงานเรื่องการพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อศึกษา มาตรการการป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้นําเสนอต่อสภาเพื่อขอความเห็นชอบรับทราบ รายงานนี้ พร้อมทั้งเห็นชอบในข้อสังเกตเพื่อส่งให้รัฐบาลดําเนินการต่อไปครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ