โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ชี้แจงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของไทย โดยเฉพาะวัคซีนซียูโควิด-19 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อยู่ในขั้นตอนก่อนการทดลองในมนุษย์ และเร่งรัดการผลิตวัคซีนร่วมกับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เพื่อเตรียมทดสอบในมนุษย์ภายในปลายปี พร้อมอัปเดตแนวทางการสอบสวนผู้ป่วยต้องสงสัยที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์การระบาด
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ต้องขอบคุณทาง สภาผู้แทนราษฎรที่ให้โอกาสทางกรรมาธิการการสาธารณสุขได้มีโอกาสมาชี้แจง แล้วก็ ขอบคุณท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ แล้วก็ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่มีข้อเสนอแนะดี ๆ ฝากทางกรรมาธิการมา เพื่อที่จะให้กรรมาธิการได้ให้ ข้อมูลเพิ่มเติมสําหรับโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus ๒๐๑๙) ผมจะขอพูดส่วนแรกในส่วนที่เกี่ยวกับวัคซีน ในส่วนที่เกี่ยวกับวัคซีนตอนนี้ในระดับโลก ก็ได้มีการผลิตวัคซีนหลายร้อยแห่ง แล้วผมคิดว่าสําคัญครับ สําหรับประเทศไทยต้องขอบคุณ ทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แล้วก็จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทางศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ได้ศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID) หรือซียูโควิด (CU COVID) วันนี้ ต้องเรียนว่าเกี่ยวกับวัคซีนในส่วนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติแยกเป็น ๓ ส่วน ในส่วนแรกคือ ๑. สนับสนุนให้ในประเทศไทยทั้งมหาวิทยาลัยแล้วก็บริษัทเอกชน เกิดงานวิจัยและพัฒนา โดยมอบทุนสนับสนุนให้กับหน่วยงานนั้น ๆ ไป ส่วนหน่วยงานอันที่ ๒ เกี่ยวกับวัคซีนคือการ รับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ในกรณีที่ต่างประเทศสามารถคิดค้นวัคซีน โควิด-๑๙ (COVID-19) ได้สําเร็จ และไม่สามารถผลิตให้จํานวนเพียงพอกับการใช้ทั่วโลก เราก็อาจจะได้มีโอกาสรับถ่ายทอดเทคโนโลยีของวัคซีนนั้นกลับมาผลิตในประเทศไทยได้ และ ๓. เป็นส่วนสําคัญคือการจัดหาวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) เพื่อมอบให้กับประชาชน คนไทยและมอบให้กับประชาชนทั่วโลก วันนี้ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือหน่วยงานกาวิ (GAVI) ก็เป็นหน่วยงานที่ได้สร้างแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เกี่ยวกับการจัดสรรหาวัคซีน โควิด-๑๙ (COVID-19) เพื่อมอบให้กับคนทั่วโลก โดยคาดหวังว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประชากรในประเทศนั้น ๆ ในทุก ๆ ประเทศในโลกนี้มีโอกาสที่จะได้รับวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่คือสิ่งสําคัญในส่วนของวัคซีน แล้ววันนี้เรากลับมาพูดถึงซียูโควิด-๑๙ (CU COVID-19) ซึ่งเป็นวัคซีนไทยตัวหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ถือว่าในประเทศไทยก็มีคนจับตามองเยอะ ซียู โควิด-๑๙ (CU COVID-19) ได้พัฒนาไปถึงขั้นไหน วันนี้เราต้องบอกว่าในส่วนของวัคซีนมีการพัฒนาวิจัยแบ่งเป็น ๒ ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นระยะทดลองก่อนการทดสอบในมนุษย์หรือพรีคลินิคัล เทสติง (Preclinical testing) และขั้นตอนที่ ๒ ระยะทดลองทางคลินิกหรือทดสอบในมนุษย์ วันนี้ ในส่วนของซียู โควิด-๑๙ (CU COVID-19) อยู่ในขั้นตอนที่ ๑ คือระยะทดลองก่อนการ ทดสอบในมนุษย์ ซึ่งได้ทดสอบในลิงเรียบร้อยแล้ว แล้วก็พบว่าผลงานวิจัยตัวซียู โควิด-๑๙ (CU COVID-19) สามารถเพิ่มภูมิต้านทานในการทําลายเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ในตัวลิง ซึ่งเป็นสัตว์ทดลองได้ แล้ววันนี้ครับ ทางซียู โควิด-๑๙ (CU COVID-19) ก็ได้ดําเนินการ เพื่อจะเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองทางคลินิกหรือทดสอบในมนุษย์ ซึ่งคาดว่าจะทดสอบ ในมนุษย์ได้ในประมาณเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมนี้ โดยในขั้นตอนนี้ในส่วนของ กรรมวิธีในการผลิตวัคซีนบางส่วนเพื่อมาใช้ในการทดสอบทางคลินิก ทางซียู โควิด-๑๙ (CU COVID-19) จะต้องขอความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเพื่อผลิตวัคซีนจํานวน ประมาณเกือบ ๑๐,๐๐๐ โดส (Dose) เพื่อจะนําเอากลับมาทดสอบทางคลินิกให้กับ ประเทศไทย วันนี้อยู่ในขั้นตอนที่เรารอวัคซีน เพื่อจะกลับมาทดสอบในประเทศไทย โดยเป็น นวัตกรรมหรือเป็นสิ่งที่คนไทย โดยทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้พวกเราคนไทยก็เฝ้ารอ ผมเชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ก็พยายามชี้แจงและเอาข้อมูลที่เป็นข้อมูลสําคัญที่คนไทยเรายังไม่ทราบเกี่ยวกับวัคซีนตัวนี้ เอามาชี้แจงในสภา เราก็รอเดือนพฤศจิกายนนี้อาจจะได้มีโอกาสทดสอบวัคซีน ส่วนในเรื่อง ที่ถามเรื่องของการสืบสวนหรือสอบสวนโรค หรือเคส (Case) เพเชียนต์ อันเดอร์ อินเวสทิเกชัน (Patient Under Investigation) หรือพียูไอ (PUI) ต้องเรียนก่อนว่าในช่วง ๑-๒ เดือนแรก ของการที่มีการระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) คือเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ประเทศไทยก็ได้สืบสวนโรคหรือหาคนไข้ที่เป็นพียูไอ (PUI) ตามที่ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เป็นคนกําหนด ก็คือคนไข้รายนั้นจะต้องมีอาการก็คือไข้ ไอ น้ํามูก แล้วก็เดินทางมาจาก ประเทศที่มีการสัมผัสของโรค เพราะฉะนั้นแล้วที่ผ่านมาประเทศไทยก็พยายามทําตาม ที่ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เรกคอมเมนด์ (Recommend) หรือว่าแนะนําให้ต้องทํา แต่สุดท้ายแล้วในเมื่อมีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) และอาการของ โควิด-๑๙ (COVID-19) เริ่มเปลี่ยนแปลงไปก็คือ เขาไม่แสดงอาการการเป็นไข้ สุดท้ายนี้ ประเทศไทยก็พยายามปรับพียูไอ (PUI) หรือ เพเชียนต์ อันเดอร์ อินเวสทิเกชัน (Patient Under Investigation) คือคนไข้ที่จะต้องสืบสวนโรคใหม่ โดยที่คนไข้รายนั้นไม่จําเป็น ต้องมีไข้ อาจจะมีไอ น้ํามูก แต่สําคัญครับ ต้องมีประวัติสัมผัสกับคนที่ป่วยเป็นโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) และสุดท้ายในกรณีที่มีการระบาดมากจริง ๆ แล้ว คนไทยที่มีอาการเหมือนจะ เจ็บป่วย ถ้ารู้สึกได้ว่าตัวเองจะเป็นโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็สามารถตรวจได้ ซึ่งวันนี้ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือโครงการ ๓๐ บาท หรือบัตรทองก็ให้โอกาส คนไทยทุกคนได้มีโอกาสตรวจรักษาแล้วก็วินิจฉัยโควิด-๑๙ (COVID-19) อันนี้ในส่วนของ การสืบสวนโรค และสุดท้ายครับ ในส่วนของการคัดกรองวันนี้ทุกคนอาจจะคิดว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั่วโลกเป็นเยอะ แต่เมืองไทยเป็นน้อยลง คําถามหนึ่งที่ทุกคนอยากถามว่า แล้ววันนี้หน่วยงานราชการของไทยยังทําอะไรอยู่หรือเปล่า ในส่วนของโควิด-๑๙ (COVID-19) วันนี้ทางคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขก็ได้สอบถามไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าวันนี้ในระยะที่โควิด-๑๙ (COVID-19) ในประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยมา ๘๐ กว่าวันแล้ว แล้วทางหน่วยงานได้ทําอะไรให้กับประเทศไทยหรือว่าได้ตรวจ หรือว่าอยู่เฉย ๆ วันนี้ ต้องขอบคุณทางหน่วยงานราชการที่ยังคงตระหนักในส่วนของการระบาดนี้อยู่ โดยที่ในส่วน ของหน่วยงานราชการโดยกรมควบคุมโรคได้ทําอะไรไปบ้าง วันนี้ก็คือมีการตรวจในคนที่ คาดว่าจะเป็น เช่น คนป่วยที่ป่วยเป็นโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมที่ไม่สามารถ หาสาเหตุได้ วันนี้คนไข้กลุ่มเหล่านี้ทางการแพทย์ ทางโรงพยาบาล หมอและพยาบาล ก็ได้ตรวจคนไข้กลุ่มเหล่านี้ว่ามีเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือเปล่า และคนที่ ๒ คือการ ตรวจเชิงรุกในชุมชน หมายความว่าอย่างไร ในกรณีที่ยังไม่พบโควิด-๑๙ (COVID-19) ๘๐ กว่าวันในประเทศไทยแล้ว ทางหน่วยงานราชการก็ยังพยายามค้นหาในชุมชนว่า มีหลงเหลือหรือมีหลุดรอด เล็ดลอดเข้ามาในเมืองไทย ทําอย่างไรครับ เขาก็ไปตรวจในชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่เราเชื่อว่ามีคนต่างด้าวอยู่จํานวนมาก นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ โควิด-๑๙ (COVID-19) หลุดมาในประเทศไทยได้ และสําคัญครับ อันที่ ๓ ตรวจตามความต้องการ เช่น ในกรณีที่บริษัทเอกชนหรือว่าบริษัทใด ๆ ที่จําเป็น จะต้องรับชาวต่างชาติเข้ามาสู่ประเทศไทย อาจจะมีความจําเป็นต้องตรวจหาโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่คือสิ่งที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทําอยู่ในประเทศไทยวันนี้ในส่วนที่ กรรมาธิการสาธารณสุขได้มีโอกาสสอบถามเพื่อมาตอบให้กับพวกเราพี่น้อง ส.ส. แล้วก็ ประชาชนทุกคนให้รับทราบว่าหน่วยงานราชการได้ทําอะไรบ้าง และสุดท้ายครับ คนที่เป็น คนสําคัญที่ช่วยดูแลระบบสุขภาพให้ดีขึ้น นอกจากบุคลากรทางการแพทย์คือแพทย์ พยาบาล แล้วก็นักเทคนิคการแพทย์ หรือแม้แต่ผู้เข็นเตียงทั้งหมด วันนี้ อสม. ประเทศไทย ก็สามารถทําให้โควิด-๑๙ (COVID-19) ของประเทศไทยนี้ผ่านพ้นไปได้ วันนี้มีสิ่งหนึ่ง ที่ทางกรรมาธิการได้ห่วงใยในส่วนของ อสม. เนื่องจากวันนี้เราทราบว่า อสม. ประเทศไทย ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร แล้วก็ในจังหวัดใหญ่ ๆ ที่เป็นเขตเมืองหรือบางคนก็เรียกว่า อสส. ด้วย กลุ่มนี้ยังมีจํานวน อสม. หรือ อสส. ไม่เพียงพอ ต่อการดูแลประชาชนในเขตพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่เพียงพอ วันนี้อาจจะต้องฝาก ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเพิ่มปริมาณ อสม. ในส่วนของกรรมาธิการสาธารณสุขที่เป็น ข้อห่วงใยให้ดูแลประชาชนได้ทั่วถึง และสําคัญครับ มีบัญชีของ อสม. หลาย ๆ บัญชี บางคนอาจจะไม่ทราบ วันนี้กรรมาธิการก็ได้รับข้อร้องเรียนนี้มา แล้วก็บอกว่าบัญชี อสม. บัญชี ๒ คือ อสม. ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนหลังจากผ่านการอบรมแล้ว ยังรอขึ้นบัญชีเป็น บัญชี ๑ อยู่ ซึ่งอันนี้ก็คือขวัญและกําลังใจที่ อสม. จะต้องมีเป็นบัญชีหนึ่ง นี่ก็คือในส่วนของ กรรมาธิการก็พยายามสืบหาปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น ทําไมบัญชี ๒ ยังไม่ได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ พยายามเพิ่มจํานวน อสม. ในเขตเมืองให้มากขึ้น เพื่อทําให้เกิดการครอบคลุมในการที่จะ เข้าไปดูแลคนไข้โควิด-๑๙ (COVID-19) ได้มากขึ้น ขอกราบขอบพระคุณครับ