โกวิทย์ พวงงาม เสนอแนวทางป้องกันการระบาดของโรคเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 โดยเริ่มจากชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ตั้งคณะกรรมการป้องกันโรคระบาดและโรคติดต่อในระดับชุมชน และเชื่อมโยงระหว่างชุมชนและภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ไกล เช่น คนไทยภูเขา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอชมเชยรายงาน ผลการศึกษาพิจารณาญัตติการศึกษามาตรการป้องกันการเกิดโรคระบาดและโรคติดต่อ ในประเทศไทย กรณีการระบาดของโรคเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) แล้วก็ ทางกรรมาธิการศึกษาโดยเฉพาะคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้ทํา รายงานให้สภาได้รับทราบวันนี้ ผมขอชมเชยว่าได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไว้ อย่างละเอียดแล้วก็เสนอมาตรการต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม อันนี้ก็ขอชมเชยไว้ด้วย แต่ประเด็นที่ผมจะอภิปรายเพิ่มเติมเพื่อเป็นประโยชน์กับกรรมาธิการบางส่วนที่จะรับ ไปพิจารณา นั่นก็คือสิ่งที่ผมจะเสนอสัก ๒ ประเด็น โดยไม่ให้ซ้ํากับที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ไปแล้ว
ส่วนที่ ๑ ผมเข้าใจว่าข้อเสนอโดยภาพรวมเราคิดว่าเราได้เสนอให้กระทรวง ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงอื่น ๆ ที่ปรากฏในรายงานได้ร่วมกันวางมาตรการ เพื่อทําให้การแพร่ระบาดหรือการป้องกัน โรคติดต่อในประเทศไทยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อันนั้นก็เป็นสิ่งที่จําเป็น แต่ส่วนหนึ่งที่ผม คิดว่าการคิดอีกแบบหนึ่งที่ผมเสนอก็คือให้คิดจากฐานข้างล่าง ผมคิดว่าประชาชนคนไทย ถ้าไม่มีโรคหรือว่าไม่มีการระบาดของโรค หรือการไม่เป็นโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ผมคิดว่า อาจจะเริ่มต้นจากข้างล่างก็ได้ การเริ่มต้นจากส่วนล่างก็คือการเริ่มต้นจากชุมชนท้องถิ่น ผมคิดว่าในชุมชนท้องถิ่นนั้นมีหน่วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ ขอยกตัวอย่างสัก ๓ หน่วย
กลุ่มแรกคือกลุ่มท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในรูปแบบของ อบต. หรือองค์การบริหารส่วนตําบล ส่วนนี้ก็มีความสําคัญต่อการทําหน้าที่ ตามกฎหมายอยู่แล้วที่บัญญัติให้มีการป้องกันโรคติดต่อ
กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่เราพูดถึงกันมากก็คือกลุ่ม อสม. ซึ่งที่ผ่านมาบทบาท เป็นที่ประจักษ์ แล้วทําให้เป็นที่คาดหวังได้ เพราะ อสม. นั้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีอยู่ ทุกชุมชน ทุกตําบล
กลุ่มที่ ๓ ก็คือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลหรือ รพ.สต. ผมเข้าใจว่า ทั้ง ๓ ส่วน ที่ผมเสนอถ้าจะทําในรูปของคณะกรรมการป้องกันโรคระบาดและโรคติดต่อ ในระดับชุมชน ระดับตําบล ก็จะเป็นการประสานความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมาเรายังพบ เรื่องชุมชนที่สามารถเฝ้าระวังตนเองไม่ให้แพร่เชื้อนี้ เรื่องของโควิด (COVID) ก็มีอยู่มาก แต่เราหมดโควิด (COVID) แล้ว ผมเข้าใจว่าต่อนี้ไปต้องให้หน่วยที่ผมเสนอนี้ได้มีบทบาท เกี่ยวข้องในเรื่องของการให้การศึกษา การเรียนรู้ การส่งเสริมสุขภาพในชุมชนด้วย นั่นคือ ประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่ามีความสําคัญต่อการทําให้ฐานข้างล่างมีระบบสุขภาพที่มีความมั่นคง ในชีวิตของประชาชนเองตามที่ผมกล่าวแล้ว
ส่วนที่ ๒ น่าจะไปเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เขาเรียกว่า ภาคเอกชนหรือ ภาคประชาสังคม ที่ผ่านมาผมได้ติดตามข่าว ผมขอยกตัวอย่างโน้ต อุดม ได้ทําร่วมกับ ตูน บอดี้สแลม ทําเรื่องตลาดใจ ผมพยายามเฝ้าดูรายการตลาดใจมาตลอด ที่ผ่านมากลุ่มนี้ ได้พยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อยู่ไกล ที่อยู่ในถิ่นดินแดนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบ สาธารณสุขได้ อาจจะเป็นทางคนไทยภูเขา หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือพื้นที่ ที่ทุรกันดาร เพราะฉะนั้นจะต้องเชื่อมโยง โดยเฉพาะกรรมการระดับชุมชนที่ผมเสนอ กับภาคเอกชนที่เขาสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ดีในเรื่องสุขภาพ และการช่วยเหลือ เยียวยาของคนที่ห่างไกลเรื่องการรับบริการจากสาธารณสุข นั่นคือ ๒ ส่วนที่จะมาผนึกกําลัง ร่วมกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดระหว่างฐานข้างล่าง ก็กราบเรียนท่านประธานว่าฐานข้างล่าง ยังมีความสําคัญ โดยเฉพาะระดับชุมชนท้องถิ่นที่มีกลไกเรื่องสุขภาพ กลไกเรื่องสาธารณสุข ที่มีความร่วมมือกันอยู่แล้ว กับฐานของภาคเอกชนที่เขามีใจ มีจิตอาสา มีการเสียสละ ทั้งเงิน ทั้งงบประมาณเข้ามาช่วยอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างแล้ว นั่นคือ ๒ ส่วน เพราะฉะนั้นการทํางานที่เราคิดว่าจะเชื่อมกับข้างบน ก็คือหน่วยที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม ที่อยู่ในระดับบนมีความจําเป็นจะต้องเสริม แล้วก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บูรณาการทําให้การที่ เราเรียกว่าการป้องกันโรคระบาดและโรคติดต่อในประเทศไทยนั้นจะได้ยับยั้งร่วมกัน ทั้งส่วนข้างล่างและส่วนข้างบน ก็จะทําให้สิ่งที่กรรมาธิการได้เสนอไว้นี้ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณา ในข้อเสนอที่ผมได้เสนอ แล้วก็นําไปพิจารณาต่อไปด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ