ทองแดง เบ็ญจะปัก หารือเรื่องการปรองดองและสมานฉันท์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติและใช้คุณธรรมในการแก้ไขปัญหา และเรียกร้องให้หน่วยงานราชการให้ความเมตตาต่อประชาชน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ มีประเด็นที่จะ ให้ความคิดเห็นสักหน่อยหนึ่งในเรื่องการปรองดองและสมานฉันท์ ผมว่าการปรองดองและ สมานฉันท์นั้นที่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ จะต้อง ให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและผู้อยู่ใต้สายงานที่เราดูแลและควบคุม แต่ส่วนมากก็จะเห็นว่าจะปรองดองหรือสมานฉันท์กันได้หรือไม่ได้นั้น ผมว่าทุกคน ไม่ได้เอาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ ผมว่าในสถานการณ์แบบนี้หรือที่ประเทศไทย เราเป็นมาอยู่อย่างนี้ตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี หรือ ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ ที่เราอยู่ในสถานการณ์ อย่างนี้มาตลอดเวลา ก็เพราะว่าเราขาดคุณธรรม อย่างเช่น วิหารธรรมหรือพรหมวิหาร ๔ อย่างนี้เรารู้ ทุกคนรู้ แต่ไม่เคยเอามาใช้ ไม่เคยเอามาปฏิบัติ เมื่อไม่เอามาใช้ ไม่เอามาปฏิบัติ ก็พูดออกแต่หนังสือ พูดออกแต่ตรงโน้นตรงนี้ เสร็จแล้วการปฏิบัติจริง ๆ นั้นไม่ได้เอามา ปฏิบัติ ไม่ได้เอามาใช้ พูดให้สวยหรูไปอย่างนั้นว่าทุกคนมีความเมตตา ทุกคนมีความกรุณา ต่อบ้านเมือง ถ้าผู้ใหญ่พูดก็จะพูดแต่ว่ามีความเมตตา กรุณาต่อประชาชน โน่นนี่นั่นหลาย ๆ อย่าง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้ทําเลย ไม่ได้ทําเลยคืออะไร ยกตัวอย่างเช่นจังหวัดสมุทรสาคร เราจะมาปรองดองสามัคคีอะไรกัน แต่ว่าหน่วยงานราชการอย่างการดูแลผลประโยชน์ ทางทะเล บางทีก็ออกคําสั่งไม่ให้เรือประมงออกไปทํามาหากินอย่างนี้ ประมงชายฝั่งอย่างนี้ ที่เขาสามารถที่จะออกไปทํามาหากินได้โดยบางทีเขาออกไปตอนเย็น กลับมาตอนเช้าอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นตํารวจน้ํา หรือไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง พวกนี้เขาออกมา สกัดจับ จับแล้วก็ปรับทีละ ๕,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่เขาไปทํามาหากิน วันหนึ่ง ได้มาไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๕๐๐ บาท หักค่าน้ํามัน หักค่าเหนื่อยแล้ว ไม่มีเลย เพราะคนพวกนี้เขาต้องทํามาหากิน เพราะคนพวกนี้เขาก็เป็นประชากรส่วนหนึ่ง ของประเทศไทยเรา แต่อํานาจที่ใช้ไป อย่างเช่นอํานาจรัฐที่สั่งลงไปบอกว่าเรือแบบนั้น ออกไม่ได้ เรือแบบนี้ออกไม่ได้ แต่เราไม่ได้สนใจที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเลย ผมอยากจะเรียกร้องหรืออยากจะบอกออกไปว่าหน่วยงานราชการต่าง ๆ ต้องดูนะครับ ไม่ใช่เอาแต่เรื่องนิติรัฐไปใช้ ต้องมีคุณธรรมด้วย บางทีเขาทํามาหากินอยู่ดี ๆ ก็ไปจับเรือเขา เรือบางทีจีพีเอส (GPS) ขาด หลุด ก็ไปปรับเขาทีละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท เป็นแสนบาท บางทีตรงนี้จะเป็นปรองดองตรงไหน ประชาชนยังลําบาก ทํามาหากินก็ฝืดเคือง อย่างนี้ ถึงบอกว่าเราก็เรียกร้อง ๆ แต่จะปรองดอง เรียกร้องแต่สามัคคี แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้ปฏิบัติเลย ได้แต่พูด ไม่ว่าจะผ่านรัฐบาลมาไม่รู้กี่สมัยแล้วก็พูด แต่ทีนี้ผมอยากจะให้ ตระหนักถึงว่าเราต้องให้ความเมตตาต่อประชาชน เขาทํามาหากินได้ เขาเสียภาษีได้ เขาส่งเงิน เข้ารัฐก็จะมีบางครั้งทางหน่วยงานราชการหรือคนที่พูดที่อยู่ในอํานาจ อยู่ในตําแหน่งหน้าที่ ที่มีเงินเดือน แต่ประชาชนไม่มีเงินเดือน เพราะเมื่อเขาหยุดงานหรือไม่ได้ทํางาน เขาไม่มี รายได้ไหนเข้ามาเลย ไม่มีการชดเชย แต่หน่วยงานราชการต่าง ๆ มีการชดเชย มีเบี้ยเลี้ยงให้ เพราะฉะนั้นต้องนึกถึง ถ้าคนพวกนี้เขาทํามาหากินไม่ได้ หรือไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพ ได้เขาก็ไม่สามารถที่จ่ายค่าน้ําประปา ค่าไฟฟ้า ไม่สามารถเสียภาษีทางนี้ได้เลย อย่างนี้ เป็นต้น บางคนก็จะบอกว่าความสามัคคีนั้นจะหาทางเดียวไม่ได้ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ต้องให้ด้วย ด้วยความเมตตา ด้วยความกรุณาแบบนี้ อย่าเอาความเห็นแก่ตัวมาใช้ บางทีเหมือนกับที่เขา บอกว่า อยากได้ดีไม่ทําดีนั้นมีมาก มีแต่อยากหากไม่ทําน่าขําหนอ อยากได้ดีต้องทําดี อย่ารีรอ ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย อย่างนี้เราต้องนําเอาไปใช้ เอาไปปฏิบัติ เอาไปคิด สิ่งต่าง ๆ พวกนี้ผมอยากจะให้ทางราชการตอนนี้เน้นหนักไปว่าบางวัด เราต้องดึงวัดเข้ามา ช่วยในการปรองดองในการสามัคคีตรงนี้แล้วจะได้ผล ถ้าเราไม่ดึงพระเข้ามาก็จะเหมือน บอกว่า ถ้าธรรมะไม่กลับมาโลกาจะวินาศ ก็จะแก่งแย่งกันอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา แล้วคนที่ ได้รับผลคือใคร ประชาชนคนยากคนจน ยิ่งจนลงไปยิ่งหาเงินยากยิ่งลําบาก ส่งลูกไปโรงเรียน ก็ต้องใช้เงิน คือออกไปทํางานก็ต้องใช้เงิน ทุกอย่างต้องใช้เงิน เพราะฉะนั้นต้องให้คนที่ ประมาณสัก ๖๐-๗๐ ล้านคน ตรงนี้ให้เขามีรายได้ ให้เขามีเงินใช้จ่ายประจําวัน เขาจะได้ เสียภาษีได้ หรือจะเสียภาษีทางตรงหรือทางอ้อมนั้นจะได้ส่งเข้ามาสู่หน่วยงานราชการได้ เพราะฉะนั้นผมว่าการปรองดอง การสามัคคีต้องมีคุณธรรมด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน สวัสดีครับ