วีระกร คำประกอบ ชี้แจงผลการศึกษาของกรรมาธิการเกี่ยวกับแนวทางสร้างความปรองดองในชาติ โดยเชื่อมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการตั้ง สสร. ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของเยาวชนและสะท้อนความพยายามในการสร้างความเข้าใจระหว่างรุ่นอายุที่ต่างกัน พร้อมแสดงความกังวลต่อการเคลื่อนไหวที่เริ่มแตะประเด็นสถาบัน monarchy ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในประวัติศาสตร์การชุมนุม และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจาเพื่อป้องกันวิกฤติที่อาจบานปลายได้
ประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อ่านรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะในเรื่องของแนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ของคนในชาติ ดูเหมือนว่าจะเป็นการสรุปเอาจากเหตุการณ์ในอดีตหลาย ๆ เหตุการณ์ ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าบางเรื่องบางราวก็จะถูกบ้าง ไม่ถูกบ้างนะครับ แต่ก็ถือได้ว่าก็พยายาม ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรกที่ท่านพูดถึงเรื่องการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นที่ทราบว่าในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านก็พยายามกําลังที่จะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอยู่ โดยเฉพาะของ พรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลาย ก็กําลังจะใช้ มาตรา ๒๕๖ แห่งรัฐธรรมนูญ ในการขอตั้ง สสร. เพื่อที่จะตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ซึ่งก็ขอเรียนว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ท่านได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งก็จะตรงกับการที่น้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ต้องบอกว่าลูก ๆ หลาน ๆ แล้ว เพราะว่าผมเองก็ผ่านวัยนั้น ซึ่งเคยทํากิจกรรมในมหาวิทยาลัยมาก็เมื่ออายุ ๑๘ ปี ๑๙ ปี ๒๐ ปี วันนี้อายุ ๖๖ ปี ก็ ๔๖ ปีมาแล้ว บางเรื่องบางราวก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเด็กเท่าไร แต่ว่าเรื่องที่ ๑ ที่เขาขอมา ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะทําการปรองดองได้ ผมพยายามเอาที่ ท่านศึกษามาโยงกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน
เรื่องที่ ๒ เรื่องนิรโทษกรรมผมขอผ่านแล้วกัน เพราะพูดแล้ว มันก็มี นิรโทษกรรมทั้งสุดซอย ไม่สุดซอย นิรโทษกรรมเป็นบางเรื่องบางราว แต่ถ้าสุดซอยที่ไหน ก็เจ๊งทุกที ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่สําคัญ ถูกต้อง ในเรื่องที่ท่านได้ศึกษามา การประท้วงไม่ว่าของเสื้อแดงหรือเสื้อเหลืองมีมูลเหตุสําคัญเหมือนกัน ก็คือการไม่ได้รับ ความยุติธรรมจากผู้มีอํานาจในขณะนั้น ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณเรื่องนี้ ในส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับกองทัพเขียนไว้น่ารักมากเลยว่า ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของเหล่าทัพ ควรมีการกําหนดว่า จะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะไม่ทําการ รัฐประหาร น่ารักดีครับ แต่ท่านคิดว่าเขาจะไม่ปฏิวัติ เพราะเขาถวายสัตย์ไว้อย่างนี้ ท่านว่า มันจะเป็นไปได้ไหม บางทีกรรมาธิการก็เขียนแบบมุ้งมิ้งไปหน่อยกระมัง ดูแล้วไม่ค่อยเข้าท่า เท่าไร ให้เขาถวายสัตย์และเขาจะไม่ปฏิวัติ เพราะว่าเหตุที่จะเกิดการปฏิวัติแต่ละครั้งมันต้อง มีสถานการณ์ที่ชักนําให้มีความสุขงอม ท่านประธานครับ ผมจะขอไม่คุยไม่เยอะในเรื่องที่ท่านศึกษามา ขอพูดถึงในเรื่องที่เป็น ปัจจุบันผมเองเกิดมาในชีวิตนี้เมื่อรู้ความได้ก็อยู่ในวงการเมืองมาตลอด เพราะพ่อเป็น ผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าผมรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง สามารถที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นจากม็อบ (Mob) นั้น ม็อบ (Mob) นี้ หรือการเมืองไปอย่างนั้นอย่างนี้ ผมพอ คาดการณ์ได้ ผมพอจะรู้ว่าอย่างไรพรรคพลังประชารัฐก็ได้เป็นแกนนําตั้งรัฐบาลแน่นอน ผมคาดการณ์ได้มาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมเลยมาอยู่พรรคนี้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ น้อง ๆ สมัยนี้ซึ่งมาด้วยความตั้งใจที่อยากจะแก้ไขบ้านเมือง แรก ๆ ก็มาด้วยเฟซบุ๊ก (Facebook) มาด้วยไลน์ (LINE) ชวนกันมา ผมดูคลิป (Clip) หลายคลิป (Clip) ที่น้อง ๆ ทั้งหลายมาร่วมชุมนุมก็เป็นแบบม็อบ (Mob) ที่เรียกว่าก็มาด้วยความสนุกสนานร่าเริง ว่าไปคือไม่ซีเรียส (Serious) มาก แต่จากการที่เขามาม็อบ (Mob) เข้าสู่ที่ชุมนุมหลายครั้ง ๆ การที่ได้ฟังผู้อภิปรายบนเวที ที่จะพูดให้เห็นถึงเรื่องนั้น เรื่องนี้ ก็จะอิน (In) ไปครับ แรก ๆ มากลัวจะตกเทรนด์ (Trend) เท่านั้นแหละครับ ถ้าไม่มาชุมนุมเดี๋ยวตกเทรนด์ (Trend) แต่เดี๋ยวนี้ฟังบ่อย ๆ ขึ้น ชักจะอิน (In) ครับ ตอนนี้เริ่มอิน (In) แล้ว เรื่องอื่นผมคง ไม่กลัวเท่าไร เพราะว่าน้อง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นน้อง ๆ ที่มีการศึกษา เขาเข้าใจว่าอะไร เป็นอะไร ซึ่งผมก็ชื่นชมแล้วก็ขอร้องอย่างหนึ่งนะ รัฐบาลอย่าได้ไปจับกุม อย่าได้ไปยุ่งวุ่นวาย กับเขาเลยนะครับ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เราควรจะส่งเสริมให้เขาได้มีโอกาสแสดงออก นี่คือ หลักการประชาธิปไตย แน่นอนครับ ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออกที่อยู่ในกรอบแห่งกฎหมาย น้อง ๆ เขาอย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านประธานก็คงเห็นว่าเขาก็พยายามทําความ เดือดร้อนให้น้อยที่สุด ก็คือเอาวันอาทิตย์ วันที่การจราจรไม่มาก แล้วก็มีเส้นทางที่พอจะ หลบเลี่ยงได้ เขาก็เอาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจัดการชุมนุมขึ้น ซึ่งผมเห็นเป็นเรื่องที่ดี ในความรู้สึกผม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกังวลก็คือ ผมรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง แต่เรื่องที่ท่านจะ ประท้วง น้อง ๆ ประท้วง ที่เข้าไปใกล้แตะต้องเรื่องของสถาบัน อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ผมไม่เคย เจอมาก่อน ในการชุมนุมทุกครั้ง ไม่ว่าตั้งแต่ผมเป็นนักศึกษาก็ดี หรือมาเป็นชุมนุมเสื้อแดง ชุมนุมเสื้อเหลืองก็ดี ไม่เคยมีการเอาเรื่องของสถาบันมาเกี่ยวข้อง วันนี้เราจะไม่พูดไม่ได้ ในสภาผู้แทนราษฎร เราต้องพูดเพราะเหตุว่าเป็นเรื่องอะไรที่ผู้ใหญ่ต้องเริ่มเข้าใจแล้วว่า เขาต้องการอะไร และต้องรีบทําความเข้าใจอย่างรวดเร็ว อย่างเร่งด่วน มิฉะนั้น จะบานปลายไปใหญ่ ท่านประธานสังเกตนะว่าเมื่อประมาณสัก ๑ เดือนมานี้ การแตะต้อง เรื่องของสถาบัน เป็นการแตะ ๆ เฉย ๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้แตะเฉย ๆ แล้วท่านประธานครับ เต็ม ๆ เลยนะครับ เมื่อเต็ม ๆ แล้วนี่ผมอยากจะให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขครับ ต้องเร่ง ทําความเข้าใจ ต้องเร่งพูดคุย ส่งคนที่มีวาทศิลป์หรือว่าที่จะพูดคุยกับน้อง ๆ ได้ ไปทําความเข้าใจเขาเถอะครับไม่เช่นนั้นการลุกลามบานปลายผมคาดไม่ออกเลยว่า จะออกไปในแนวไหนนะครับ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องขอฝากไปยังรัฐบาล ด้วยครับ