พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือการขับเคลื่อนโมเดลสอบสวนโรคจากจังหวัดระยองเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในระดับประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของรัฐบาลในการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ โดยเรียกร้องให้ปรับแผนแม่บทให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงผลักดันยุทธศาสตร์ที่เน้นเศรษฐกิจรากหญ้า การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยระบบดิจิทัลและกลไกการใช้บล็อกเชนในการล้างหนี้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสาธารณสุข ลดบทบาทการทหารในนโยบายสาธารณะ และเร่งมาตรการรับมือการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 โดยเฉพาะในมิติการป้องกันที่ไม่กระทบเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเน้นความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทันท่วงที
กราบขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีอย่างยิ่งครับ โดยเฉพาะกระทรวงนี้ผมว่าน่าจะรับผิดชอบกระทรวงเศรษฐกิจ เลยนะครับ ไม่ต้องมารับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุขแล้วครับ
คําถามต่อไปขอสไลด์ (Slide) เลยครับ ท่านพูดถึงจังหวัดระยอง กรุงเทพฯ ที่ผ่านไป ผมยินดีอย่างยิ่งเลยครับ เพราะว่าท่านเองเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จังหวัดระยอง แล้วก็ใช้เครื่องมือที่แข็งแรง ซึ่งเป็นโมเดล (Model) ที่แข็งแรงในเรื่องการสอบสวนโรค โดยเฉพาะระบบของกระทรวงนี้ แต่สิ่งสําคัญคือโมเดล (Model) ตรงนี้จะต้องถูกขับเคลื่อนไป เพื่อใช้ ผมก็เลยอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปในเรื่องของกระทู้เพิ่มเติมใน การถามครั้งที่ ๒ การถามครั้งที่ ๒ มี ๒ คําถาม เดี๋ยวท่านอธิบายเยอะ ๆ หน่อยนะครับ คือ ในระบบเศรษฐกิจของโลกทั้งโลก ขณะนี้สิ่งที่เป็นระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยืดหยุ่น เป็นระบบเศรษฐกิจที่ต้องนํามาใช้ครับท่านประธาน แล้วก็เป็นระบบที่สําคัญอย่างยิ่งของ ประเทศเรา ประเทศเรากําลังอยู่ในระบบที่จะรอรับแรงกระแทก แล้วผลกระแทกที่เกิดขึ้น ในรอบ ๒ หรือรอบ ๓ ที่กําลังมา เราได้เป็นกู๊ดวิน (Goodwin) ของการป้องกันที่ดีมาก ที่ท่านผ่านมาแล้ว คนตายไม่ถึง ๖๐ คน ถือว่าผ่านได้ดี การกําหนดในระบบนี้มีการกําหนด กฎหมาย มาตรการ และสําคัญคือความมั่นคงทางสาธารณสุขต้องสมดุลกับความมั่นคงทาง เศรษฐกิจครับ เมื่อสักครู่ท่านก็พูดถึงประเด็นนี้เหมือนกันว่าต้องทํา แต่ต้องลบทิ้งความมั่นคง ทางการทหารออก การทหารต้องถอยมาครับท่านประธาน ถ้ายังปรากฏตัวออกเป็นอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ มาทําหน้าที่แทน ผมว่านั่นจะเปลี่ยนมิติตรงนี้ จะทําให้เศรษฐกิจดูสมดุลขึ้นได้ วาระสุขภาพ แน่นอนครับมันเป็นวาระหลักของโลกครับท่าน แล้วประเทศไทยต้องอยู่กับมัน จนกว่าจะมียา ผู้ประกอบการที่ท่านพูดเมื่อสักครู่เรื่องของการท่องเที่ยว ต้องสร้าง ความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับความเสี่ยง โดยเฉพาะประเทศไทยต้องสนใจที่คําถามนี้ ก็คือเศรษฐกิจรากหญ้า ท้องถิ่นให้มากในการลงทุน งบกําลังเข้าอยู่สภานี้ มีงบบูรณาการ เศรษฐกิจรากฐานน้อยมาก ผมก็สงสัยว่ารัฐบาลไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ หรืออย่างไร นั่นคือคําถามครับ การก้าวกระโดดของดิจิทัล (Digital) ท่านก็รู้อยู่แล้วนะครับ ลีปฟรอก ดิจิทัลไลเซชัน (Leapfrog Digitalization) ระบบการค้าในเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เมื่อเช้าก็มีการถามเหมือนกันครับ เรื่องการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) รายย่อยที่ต้องรีบ ปล่อยเงินครับ ท่านปล่อยสิครับให้เอสเอ็มอี (SMEs) จับคู่ธุรกิจกัน ใครที่เป็นหนี้ต่อหนี้กัน ปล่อยเงิน ๑๐๐ ล้านบาท แล้วผ่านระบบล้างหนี้ให้เอสเอ็มอี (SMEs) ให้หมดทั้งระบบ แล้วเอาเงินกลับมา มันจะทําให้เขามีเงินสดอยู่ในมือ จับคู่เขานะครับ ใช้บล็อกเชน (Blockchain) จับคู่ครับ แล้วก็จะล้างหนี้ของเขาได้ จับหนี้ ก หนี้ ข จับกัน ก็จะเป็นการ ล้างหนี้ที่รวดเร็ว เอสเอ็มอี (SMEs) จะได้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้ครับ แล้วเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ต้องรีบจ่ายครับ
สุดท้ายเลยครับท่าน ระบบเศรษฐกิจสังคมที่ยืดหยุ่น คือการใช้กฎหมาย คําถามตรงนี้มันอยู่ที่การใช้กฎหมาย เคลื่อนเศรษฐกิจให้โดยเร็ว พระราชบัญญัติจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๐ ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๒๔ วรรคสาม มีไว้ทําไมครับ มีไว้เพื่อ แก้ปัญหาประเทศชาติครับท่านประธาน รัฐบาลไม่สนใจครับ ไม่อ่านด้วย เพราะรอจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ไม่อ่านครับ แล้วแก้จริงหรือเปล่ารัฐธรรมนูญผมยังไม่รู้ ต้องทําครับ ท่านดูสไลด์ (Slide) ต่อไป ในพระราชบัญญัตินี้ โดยเฉพาะมาตรา ๑๐ วรรคสี่ บอกว่าคณะกรรมการที่จัดทํายุทธศาสตร์ชาติ ถ้าเห็นว่ามีความจําเป็นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม หรือให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง หรือความจําเป็นของประเทศขณะนี้ให้คณะกรรมการ จัดทํายุทธศาสตร์ของชาติขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีก่อนและ เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบจึงดําเนินการต่อไปได้ โดยเฉพาะถัดไปมาตรา ๑๑ ในมาตรา ๑๑ บอกเลยว่าคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ตั้งแต่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านประธานของเราด้วยเป็นคณะกรรมการ มีความจําเป็นที่จะต้องแก้ไขแผนแม่บท จะต้องขอความเห็นชอบแล้วรีบดําเนินการโดยเร็ว แล้วคณะกรรมการนี้ต้องทบทวน แต่สิ่ง สําคัญคือคณะกรรมการต้องขอความเห็นชอบที่รัฐสภานี้ ผมรอมา ๒-๓ เดือนแล้วตั้งแต่ มีเรื่องอยู่นี่ มันเป็นเรื่องของสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปจนไม่เหมาะสม หรือเหมาะสม ก็ยังไม่ทราบ นี่คือคําถามว่าทําไมรัฐบาลไม่นําความเห็นชอบเข้ามาที่รัฐสภาแห่งนี้ เพื่อดําเนินการโดยผ่านพวกเรา นั่นคือวัตถุประสงค์ของคําถามผมคําถามนี้ แต่มันจะไปแตะ เรื่องการขับเคลื่อน ดูว่าภาพแรงงานการจ้างงานในเดือนที่ผ่านมาตกต่ําที่สุดในเรื่องของ แรงงาน ลบ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ลบ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ลบ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ลบ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ นี่คือภาพของเศรษฐกิจภาคแรงงานเรา คนแรงงานเราตกต่ํามาก แต่อาชีพที่กําลังเติบโต ในช่วงโควิด (COVID) เห็นไหมครับ มันมีตัวอยู่เรื่องของแพทย์ เรื่องเภสัชกร เรื่องสาธารณสุข นั่นคือหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของรัฐบาล รัฐบาลเคยออกคําสั่งตั้งที่ปรึกษา แต่เอาไม่อยู่ แต่ก็ดีครับ ถัดมาล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคมที่ผ่านมา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่ผมถามคําถามนี้ก็เป็นข้อมูลใหม่เด็ด ๆ เลยว่าหลังจากมีที่ปรึกษาแล้วท่านก็ตั้ง ศบค. เศรษฐกิจขึ้นมาเป็นชุดที่ ๑ ผมไม่รู้จะมีชุดที่ ๒ ชุดที่ ๓ หรือเปล่า แต่ชุดที่ ๑ มี ฯพณฯ แล้วก็ ขับเคลื่อน แล้วดูการขับเคลื่อนจะมีอีก มีผู้ที่ร่วมทําเป็นชุดที่ ๒ เมื่อวานนี้มีประชุม ผมเห็นเลยเป็นภาพข่าว แล้วคณะกรรมการที่จะต้องทํางานในชุดที่ ๒ เกี่ยวกับการวิเคราะห์ และเสนอมาตรการเศรษฐกิจเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน รวมทั้ง เอสเอ็มอี (SMEs) คล้าย ๆ ที่ผมพรีเซ็นต์ (Present) เมื่อสักครู่นี้หรือเปล่า ที่ผมถามท่าน รัฐมนตรีไปเมื่อสักครู่นี้เหมือนกันเลย แล้วมีคณะกรรมการอีกคณะหนึ่งเสนอบทบาทเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวเหมือนเมื่อสักครู่นี้ที่ผมพูดไป แล้วก็ การวิเคราะห์พูดง่าย ๆ ว่าชุดนี้ต้องรีบ เป็นคําถามครับ เป็นการถามครั้งที่ ๓ ถ้าท่าน ยังประชุมแบบนั่งอยู่ในห้องแอร์ (Air condition) แล้วก็ไม่เคลื่อนมาตรการหรือเคลื่อน ข้อบังคับทางกฎหมายหรือข้อกําหนดอะไรออกมา เพื่อให้ผู้ที่รอคอยในภาครากหญ้า ผมมุ่งเน้น ถึงเศรษฐกิจรากหญ้าท้องถิ่นทั้งหมด ที่ท่านบอกจะทําท้องถิ่นท่องเที่ยวเมืองรอง เมื่อเช้าก็มี ท่านพูดเรื่องเมืองรองหลายคน ท่านรัฐมนตรีตอบมาว่าจะสร้างเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น
คําถามในการถามครั้งที่ ๒ คือการระบาดของโรคโควิด (COVID) รอบที่ ๒ ถ้าเกิดขึ้นภายหลังจากการผ่อนผันที่ท่านผ่อนปรนตามที่กําหนดจะมีแนวทางการรับมือ เชิงปริมาณด้านเศรษฐกิจ เมื่อสักครู่นี้บางส่วนท่านรัฐมนตรีตอบมาแล้ว ผมพอจะเข้าใจได้ ถึงบอกว่าท่านควรจะเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจมากกว่า ไม่ควรจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ที่เกิดแบบทั่วประเทศทั้งแบบคลัสเตอร์ (Cluster) เป็นหย่อม ๆ อย่างที่ จังหวัดระยอง ท่านคงมีโมเดล (Model) ที่จังหวัดระยอง เดี๋ยวท่านช่วยอธิบายหน่อยครับ จังหวัดระยองท่านถอยหลังให้คนในท้องถิ่นกลับมาทํางานทําการ มีเศรษฐกิจหมุน มีกระเป๋าสตางค์ เปิดขึ้นได้อย่างไรช่วยอธิบายหน่อยครับ นั่นคือสิ่งที่เพื่อให้หยุดการแพร่ระบาดในรอบที่ ๒ ที่อาจจะมีหรือรอบที่ ๓ ที่กําลังจะมีมาอย่างมี ประสิทธิภาพของ ศบค. ที่ผ่านมาอย่างไร ศบค. ก็คือท่านคงอยู่ในนั้นด้วย และโดยต้อง ไม่ทําให้เกิดการหยุดชะงักงันในระบบเศรษฐกิจฐานราก คําถามคือเศรษฐกิจฐานราก ฐานรากก็คือพวกเศรษฐกิจท้องถิ่น แม่ค้า พ่อค้าที่อยู่ตามริมถนน ตรอก ซอก ซอย หรือแม่ค้าอยู่ตามตลาดนัดหัวเมือง พวกนี้เขาสามารถค้าขาย แล้วแรงงานมีกําลังซื้อ ที่จ่ายเงินจ้างแรงงานออกไปทํางานในโรงงาน ไม่ทํางานหรือปล่อยให้คนงานถูกเลย์เอาต์ (Layout) ท่านออกข้อกําหนดสิครับว่าให้โรงงาน ๆ หนึ่ง ทํางานมากกว่า ๑ กะ ทํา ๒ กะ คนงานไม่ไปไหนครับ ก็แบ่งเป็น ๒ กะไป มี ๑,๐๐๐ คน เลย์เอาต์ (Layout) ออก ๕๐๐ คน ก็เอาอีก ๕๐๐ คนมาทําอีกกะหนึ่ง ก็ทําระบบเศรษฐกิจ ทําเรื่องอะไรครับ ตอนนี้เศรษฐกิจ เรื่องหน้ากากอนามัยหรือวัตถุที่มาทําเกี่ยวกับยาง เราก็จะทําให้เศรษฐกิจของเราฐานราก เติบโตครับ นั่นคือประเด็นคําถามว่าอย่างไร และคําถามสุดท้ายคือขอทราบรายละเอียดครับ ขอทราบรายละเอียดว่าการป้องกันแบบเชิงปริมาณ ในระบบเศรษฐกิจของท่านรูปแบบ อย่างไหนที่จะช่วยให้คนจน ประชาชนที่เป็นรากหญ้าทั้งหมดรออยู่นี้ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่รอเงินอยู่จะปล่อยจากรัฐบาล ซึ่งจะปล่อยถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ ควรจะรีบปล่อยครับ เพราะไม่อย่างนั้นประเทศก็เสียหาย เป็นคําถามครับ