สาธิต แจงมาตรการเยียวยาโควิด ยันช่วยทุกภาคส่วนอย่างยืดหยุ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓

สาธิต ปิตุเตชะ ชี้แจงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่กับการป้องกันการระบาดของโควิด-19 โดยเน้นความยืดหยุ่นของยุทธศาสตร์ชาติ การปรับงบประมาณ การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการดำเนินมาตรการเศรษฐกิจร่วมกับ ศบค. เศรษฐกิจภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมและทั่วถึงมากขึ้น พร้อมย้ำความจำเป็นในการสมดุลระหว่างการเปิดประเทศและการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุข โดยยกตัวอย่างโครงการทราเวล บับเบิล

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ในฐานะของรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการสาธารณสุข ตอบคําถามแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิก ท่านสุพิศาลถามคําถามผมจดไม่ทันครับ ท่านถามเยอะมาก แต่ว่าผมขออนุญาตสรุป ประเด็นว่าท่านถามคําถามด้วยความเป็นห่วงว่าสถานการณ์ในระลอก ๒ กับการที่จะไป ช่วยดูแลเซกเตอร์ (Sector) ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเราทราบทั่วกันว่าผลกระทบครั้งนี้ มันรุนแรงในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ โรงแรม ภาคบริการ ภาคอาหาร ภาคการเดินทาง ก็มีผลกระทบทั้งหมด อันนี้ก็ถือว่าสถานการณ์นี้เป็น สถานการณ์ที่เราคิดว่าทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ และขอยืนยันว่าท่านพยายาม ให้เน้นเรื่องของการเฟล็กซิเบิล (Flexible) หรือการยืดหยุ่นในระบบเศรษฐกิจ ท่านยกตัวอย่างเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ตัวยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์ชาติที่กําหนดเขากําหนดแต่หลักการแล้วก็ทิศทางให้เห็นภาพ แต่ความยืดหยุ่น ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้กําหนดว่าจะต้องทําอะไรอย่างไร ขึ้นอยู่กับผู้บริหารจัดการในแต่ละ คณะกรรมการที่ท่านพยายามพูดถึงว่าในแต่ละส่วนจะต้องไปบริหารจัดการเพื่อบริหาร เศรษฐกิจอย่างไร การดูตัวเลขทั้งหมดของรัฐบาลในภาพกว้าง ในภาพใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น การจัดทํางบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ท่านจะเห็นภาพการจัดการงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ มีการ โอนงบประมาณที่ไม่เกี่ยวข้องหรือทําไม่ได้กับสถานการณ์โควิด (COVID) เช่น การประชุม สัมมนา การเดินทางไปต่างประเทศ ที่ไม่สามารถดําเนินการได้ภายใต้สถานการณ์โควิด (COVID) ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการจัดทํา พ.ร.บ. โอนงบประมาณเข้ามาส่วนกลาง ให้รัฐบาลได้จัดการในเรื่องนี้ การจัดทํางบเงินกู้ การจัดทํา พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ เชื่อมโยงไปถึงปี ๒๕๖๕ ในการที่จะให้คนที่นั่งดูมอนิเตอร์ (Monitor) ภาพใหญ่จะได้จัดการ ในการที่จะไปเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนอย่างไร อันนี้ผมอธิบายภาพกว้างให้ท่าน ผมเรียนว่าผู้ได้รับผลกระทบก็ตรงกันนะครับ ในแง่ของทฤษฎีเศรษฐกิจ คือเอสเอ็มอี (SMEs) ฐานรากในหลักการทุกประเทศกําลังพัฒนา แน่นอนที่สุดเราจะต้องช่วยสนับสนุนเขา เรื่องมาตรการของ ครม. ที่ออกมาในการสนับสนุนเงินกู้ผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยไปยัง สถาบันการเงิน ในช่วงแรกเราก็พบ แล้วในสภานี้ก็สะท้อนตรงกันว่าการเข้าถึงของผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ อาจจะยังไม่ได้ เข้าถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าในกลไกของสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ มีอุปสรรคอยู่บ้าง ก็มีการแก้ไขโดยธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะไปแก้เกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อที่จะให้รองรับการไปดูแลและการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่กระทบกับสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ว่านี้ ผมเรียนว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ครม. ได้มีการอนุมัติ ศบค. เศรษฐกิจมีโครงสร้างเล็ก ๆ มีหลายกระทรวงนะครับ แต่ก็ไม่ได้มี ทุกกระทรวง เพื่อที่จะจัดการโดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ท่านสุพัฒนพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านใหม่เข้ามา เพื่อที่จะดูแลว่าส่วนของสถานการณ์ เศรษฐกิจโควิด (COVID) จะมีมาตรการอย่างไรที่จะออกมาเพื่อที่จะไปอุดรอยรั่ว ไปซ่อม ในส่วนการเยียวยาในการจัดการที่ยังไม่ทั่วถึงกับผู้ประกอบการทั้งหมด ซึ่งผมเข้าใจว่าขณะนี้ กําลังประชุมอยู่ หลังจากการประชุมท่านก็จะได้ทราบว่ามาตรการที่จะเดินมาระรอกต่อไป ของศูนย์ ศบค. เศรษฐกิจนั้นจะดําเนินการอย่างไรไปบ้าง ผมพูดถึงหลักการ เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ผมเรียนว่าเราพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลแล้วก็กระทรวงสาธารณสุขเราเข้าใจดีว่า เราไม่สามารถอยู่กับตัวเลขศูนย์ได้ตลอดไป เราจําเป็นต้องเดินหน้ากับสถานการณ์ การป้องกันการแพร่ระบาดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพพร้อมกันไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผมเรียนเพื่อความปลอดภัยนะครับ เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตาม เราส่งเสริมการเดินทางจากต่างประเทศของคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้ว เกิดเหตุการณ์หรือกรณีมีช่องทางธรรมชาติ ถ้าเกิดเหตุการณ์ระลอกสองเกิดขึ้น ท่านมองภาพเลยนะครับว่าสิ่งที่เราลงทุนมาตั้งแต่ต้น เราจะสูญเสียเราจะได้รับผลกระทบ มากกว่าเดิมอีกแสนสาหัส และถึงเวลานั้นถ้าเราไม่ช่วยกันเราก็จะประสบปัญหาว่าทั้งตัวเลข เศรษฐกิจ ทั้งการแพร่ระบาดเชื้อในระลอกสอง ทั้งแผนที่เราวางมา เงินที่เรามีอยู่ กับแผน ที่เราจะจัดการใช้เงินในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาจะต้องใช้มากขึ้น สถานการณ์นั้นจะหนัก กว่าเดิม เพราะฉะนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงมีมาตรการที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจจะต้องเดินคู่ กับความปลอดภัยและการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ผมยกตัวอย่าง สั้น ๆ กับท่านนะครับ เพื่อระยะเวลาที่มีจํากัด โครงการทราเวล บับเบิล (Travel Bubble) หรือโครงการที่จะเป็นแพ็กเกจ (Package) ของนักเดินทางจากต่างประเทศที่จะเข้ามา รักษาแล้วก็เดินทางมาเที่ยวในกลุ่มจังหวัดที่เรากําหนดไว้ให้ ผมเรียนว่าในด้านความ ปลอดภัยเรามีความพร้อมด้านสาธารณสุข ผมยกตัวอย่าง เช่น ขณะนี้ที่ท่านเห็นที่มีความ เดือดร้อนอย่างสูงสุด นั่นก็คือเกาะสมุยของผู้ประกอบการต่าง ๆ ท่านเคยเห็นไหมครับ เซเว่น อีเลฟเว่นปิดตัวลงเนื่องจากว่าไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา เพราะเกาะสมุย พึ่งพานักท่องเที่ยวจากต่างประเทศร้อยละ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดภูเก็ตครับ จังหวัดภูเก็ต ก็ได้รับความเดือดร้อนจํานวนมาก ซึ่งขณะนี้รัฐบาลทราบปัญหาและกําลังดําเนินการ โครงการเที่ยวระหว่างจังหวัดนะครับ คือจังหวัดภูเก็ตและเกาะสมุยมีการเตรียมความพร้อม ที่จะเดินหน้าประมาณเดือนตุลาคมนี้อย่างชัดเจนว่า เรามีความพร้อมด้านสาธารณสุข มีสถานพยาบาลรองรับ ๓ แห่ง มีความสามารถในการตรวจหาเชื้อ ๑,๐๐๐ คน ต่อ ๑ วัน มีการจัดการให้มีสถานกักกันและมีการตรวจ ๒ ครั้ง ตรวจครั้งแรกใน ๓-๕ วัน แล้วตรวจ ครั้งที่ ๒ คือ ๑๑-๑๓ วัน ตามไกด์ไลน์ (Guide Line) ที่ต้องกักตัว ๑๔ วัน ตามข้อมูล ทางวิชาการของกรมควบคุมโรค ที่เกาะสมุยก็มีความพร้อมตามมาตรการต่าง ๆ ที่จะต้อง รองรับการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้ออย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้ส่งเสริมคนที่เดินทางมาจาก ต่างประเทศได้มาเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดที่เราเห็นว่ามีความเดือดร้อน เมื่อเรา นําร่องจังหวัดเหล่านี้สําเร็จเมื่อไร โครงการในแต่ละจังหวัดหรือว่าโครงการในแต่ละพื้นที่ ที่เราจะส่งเสริมให้มีการเดินทางมาจากต่างประเทศก็จะเปิดดําเนินการได้มากขึ้น หรือแบบเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ อันนี้ผมเรียนว่าเราได้มีโครงการที่อบรมสําหรับกรณี การเดินทางเข้ามาของกลุ่มนักธุรกิจ หรือกลุ่มการประชุมสัมมนาที่จะมีจํานวน ๑๐๐ คน กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค ไม่ได้มีการดําเนินการจัดประชุมผู้ติดตามนะครับ ซึ่งผู้ติดตามนี้จะต้องมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพเพียงพอในการที่จะติดตามนักธุรกิจเหล่านั้น ในการที่เขามาทําธุรกิจ มีการมาประชุมเพื่อที่จะ ๑. ทั้งสื่อสารในภาษาต่างประเทศได้ ๒. จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุข ของกรมควบคุมโรคหรือมีจิตใจให้บริการ ทั้งหมดนี้ได้มีการอบรมสัมมนาไปแล้ว ๑ รุ่น พร้อมที่จะติดตามเพื่อที่จะส่งเสริมการเดินทางจากต่างประเทศของกลุ่มบุคคลคนเหล่านี้ อันนี้ก็เป็นการที่จะต้องปูทาง แล้วก็เปิดส่งเสริมให้การเดินทางจากต่างประเทศเข้ามา ในประเทศเราทําได้มากขึ้นตามนโยบายและตามแนวทางที่ท่านคิดว่าจะต้องเปิดให้มีการ ดําเนินการ สุดท้ายผมสรุปอย่างนี้ว่าการเตรียมการทั้งหมดไม่ใช่จะมีการเตรียมการ เพื่อตั้งรับอย่างเดียว เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราสําเร็จที่ผ่านมาในอดีต นั่นคือการป้องกัน การแพร่ระบาดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุข การได้รับการยอมรับจากนานาชาติทั่วโลกว่า เรามีคุณภาพของบุคลากรทางการแพทย์ เรามีสถานพยาบาลที่ได้รับการยอมรับ เรามี สถานพักฟื้นหรือได้รับการเชื่อมั่นจากต่างประเทศทั่วโลกแล้ว สิ่งที่จะต้องเตรียมก็คือว่า เราจะต้องทําการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะรองรับความเชื่อมั่นและสิ่งที่เป็นโอกาสที่เกิดขึ้น ในวิกฤติวันนี้ เพื่อรองรับสถานการณ์โควิด (COVID) หรือวัคซีนที่เราจะได้เราทํา ๒ อย่าง วัคซีนที่เราจะได้เราร่วมมือกับต่างประเทศ แล้วถ้าต่างประเทศ อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างเช่น ที่ออกซ์ฟอร์ด (Oxford) ที่มีความคืบหน้ามากที่สุดในโลกและประเทศจีน เราได้มีความ ร่วมมือกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในประเทศเรา ร่วมมือกับเขาว่าถ้าเขาผลิตวัคซีนต้นแบบได้ เมื่อไร นําไปสู่การผลิตวัคซีนเพื่อจําหน่าย เราจะได้เงื่อนไขว่าเราได้รับวัคซีนจากเขาในราคา ต้นทุน รวมทั้งประเทศจีน ในขณะเดียวกันเราไม่ได้หยุดเพียงแค่ไปทําความร่วมมือกับ ต่างประเทศเท่านั้น เรามีสถาบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดําเนินการ ทดลองด้วยตัวเอง ขณะนี้ก็อยู่ในขั้นที่ทดลองในสัตว์ในขั้นที่ ๒ แล้ว แต่อาจจะช้ากว่า ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อสถานการณ์โควิด (COVID) ได้คลี่คลายลงโดยมีการผลิต วัคซีนได้ และเราได้รับวัคซีนมา การได้รับวัคซีนก็ต้องมีการทําการวิจัยอีกต่อไปด้วยว่า กลุ่มคนประเภทไหนที่จะได้รับวัคซีนก่อน เช่น ผู้มีความเสี่ยงสูง บุคลากรทางการแพทย์ เมื่อสถานการณ์นั้นมาถึง การเตรียมความพร้อมของเราที่จะรองรับสิ่งที่จะเข้ามา ในประเทศนี้จะต้องมีความพร้อม ต้องเกิดประโยชน์สูงสุด เขาเรียกว่าประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ต้องทําไปคู่ขนานพร้อมกัน โรงพยาบาลเอกชน สถานพยาบาลต่าง ๆ สถานพักฟื้น การมาซื้อที่ของคนที่มีเงินมากในต่างประเทศที่สูงอายุก็จะเกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมทั้งหมดนี้ รัฐบาลนี้ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วเพื่อที่จะรองรับ สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตเมื่อได้มีวัคซีนเกิดขึ้น และการเดินทางไปมาระหว่างประเทศสามารถ ที่จะเดินทางไปมาระหว่างประเทศได้เต็มพิกัดร้อยเปอร์เซ็นต์ในอนาคตอีกประมาณปีครึ่ง เพราะฉะนั้นเราคงไม่ได้ทําแต่เพียงการป้องกันและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในขณะเดียวกัน แต่เราเตรียมความพร้อมสําหรับการรองรับโอกาสในวิกฤติที่เราเกิดขึ้น เหมือนที่ผมเรียนท่านว่า ที่ระยองโมเดล (Model) ครับ วันนั้นทหารอียิปต์มาจังหวัดระยอง รัฐบาลถูกตําหนิ ผมถูกคนจังหวัดระยองต่อว่า แต่ในวิกฤตินั้นเราได้สร้างความเชื่อมั่นกลับมาให้จังหวัดระยอง โดยการสอบสวนโรค การขีดวงผู้มีการติดเชื้อสูง เราป้องกัน เราตรวจเชิงรุก ประชาชน เกือบ ๗,๐๐๐ คนเราไม่พบผู้ติดเชื้อเลย หลังจากวันนั้นครับ ท่านสุพิศาลครับ ขณะนี้ ผมเรียนว่าจังหวัดระยองคืนสู่สภาวะปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีความหนาแน่นมากกว่าเดิม เพราะอะไร เพราะเขามีความเชื่อมั่น ผมสั่งการท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกับเจ้าหน้าที่ ในจังหวัดว่าวันที่มีวิกฤติท่านแก้วิกฤติอย่างเดียวไม่ได้ แต่วันที่กระแสมา การจัดกีฬาที่มีคนดู เว้นระยะห่างไปที่นั่น ท่านต้องจัดการทรัพยากรที่หลั่งไหลมาตามกระแส ไม่ให้มันรั่วไหล ให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด ให้กับคนจังหวัดระยอง เช่นกันครับประเทศไทยเราต้องทําพร้อมกัน เราต้องทําพร้อมว่าอีกปีหนึ่งข้างหน้าจะมี คนหลั่งไหลมารักษาพยาบาล มีผู้สูงอายุมาอยู่ที่นี่ ทั้งหมดนี้จะต้องถูกวางแผนให้พร้อม ไปในขณะเดียวกันกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด (COVID) และการฟื้นฟูเศรษฐกิจเดินคู่ไป เพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นในปีครึ่งข้างหน้าในสถานการณ์ที่มีวัคซีนแล้ว ก็ขอ กราบขอบพระคุณท่านที่มีความเป็นห่วงเป็นใยและให้คําแนะนําครับ ขอบพระคุณครับ